วันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล (Israel Defense Forces หรือ IDF) แถลงว่า เครื่องบินขับไล่ล่องหนแบบ F-35I Adir ของกองทัพอากาศอิสราเอล สามารถยิงเครื่องบินแบบ Yak-130 ของอิหร่านตกเหนือกรุงเตหะราน โดยฝ่ายอิสราเอลระบุว่าเป็นครั้งแรกที่เครื่องบินตระกูล F-35 ยิงเครื่องบินรบแบบมีนักบินตกในการเผชิญหน้าทางอากาศ
https://www.facebook.com/share/p/14WTUbvZh3y/?mibextid=wwXIfr
กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล ระบุว่า การปะทะดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างภารกิจเหนือน่านฟ้าอิหร่าน หลังการเปิดปฏิบัติการทางอากาศในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีภาพหรือข้อมูลอิสระที่สามารถตรวจสอบเหตุการณ์ได้ ขณะที่ทางการอิหร่านยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันหรือปฏิเสธกรณีดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม การปะทะครั้งนี้นับเป็นการปะทะทางอากาศครั้งแรกของกองทัพอากาศอิสราเอลกับอากาศยานฝ่ายตรงข้ามในรอบ 40 ปี นับตั้งแต่เครื่องบิน F-15 เคยยิงเครื่องบินรบกองทัพอากาศซีเรียตกเมื่อปี พ.ศ. 2528
กองทัพอิสราเอลระบุว่า การเผชิญหน้าครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่อิสราเอลได้ดำเนินยุทธการสิงโตคำราม (Operation Roaring Lion) เพื่อทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศหลายสิบแห่งทั่วอิหร่าน รวมถึงมีการทิ้งระเบิดใส่เครื่องบินรบ F-4 และ F-5 ของอิหร่านขณะเตรียมจอดอยู่บนรันเวย์
สมรรถนะ F-35I กับ Yak-130 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35I “Adir” เป็นรุ่นดัดแปลงเฉพาะของอิสราเอลจาก F-35A พัฒนาโดยบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) สหรัฐอเมริกา จัดเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 (Fifth-generation fighter)
จุดเด่นของเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35I “Adir” คือ เทคโนโลยีล่องหน (stealth) ระบบเรดาร์ AESA ขั้นสูง การเชื่อมโยงข้อมูลแบบเครือข่าย (sensor fusion) และความสามารถโจมตีทั้งอากาศสู่อากาศและอากาศสู่พื้นดิน ความเร็วสูงสุดประมาณ 1.6 มัค รัศมีปฏิบัติการราว 1,000 กิโลเมตร (โดยไม่เติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ) และสามารถติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีอากาศสู่อากาศระยะไกล
ในทางตรงกันข้าม Yak-130 ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท ยาคอฟเลฟ (Yakovlev) ของรัสเซีย ถูกออกแบบหลักเป็นเครื่องบินฝึกนักบินขั้นสูง และเครื่องบินโจมตีเบา (Light attack aircraft) แม้จะติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีและจรวดได้ แต่ไม่มีคุณสมบัติล่องหน และระบบเรดาร์รวมถึงการรับรู้สถานการณ์ทางอากาศด้อยกว่าเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 อย่างชัดเจน ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 0.9 มัค
ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินทหารหลายรายมองว่า หากเป็นการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างเครื่องทั้งสองแบบในสภาพแวดล้อมที่ F-35 ได้เปรียบด้านการตรวจจับก่อน (first-look, first-shot capability) โอกาสของ Yak-130 จะค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงยุทธวิธีของเหตุการณ์ครั้งนี้ยังไม่ถูกเปิดเผย
ข้อมูลปฏิบัติการจากฝ่ายอิสราเอล
กองทัพอิสราเอลระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการเปิดยุทธการที่มีเป้าหมายทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านหลายจุด พร้อมอ้างว่าสามารถควบคุมน่านฟ้าเหนือกรุงเตหะรานได้บางส่วน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากสื่ออังกฤษว่าเครื่องบินแบบ F-35B Lightning II ของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร (Royal Air Force: RAF) ปฏิบัติภารกิจยิงโดรนที่เชื่อมโยงกับอิหร่านเหนือน่านฟ้าจอร์แดน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงปฏิบัติการยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
ฝ่ายอิสราเอลยังอ้างว่า การปะทะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปีที่อิสราเอลยิงเครื่องบินฝ่ายตรงข้ามตก นับตั้งแต่ยุคเครื่องบิน F-15 ปะทะกับเครื่องบินของซีเรียในช่วงทศวรรษ 1980
ฝั่งอิหร่านยังไม่ยืนยันสถานการณ์สู้รบที่ขยายวง
จนถึงขณะนี้ ทางการอิหร่านยังไม่มีคำแถลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกรณี Yak-130 ถูกยิงตก ขณะที่การสู้รบในภาพรวมทวีความรุนแรงขึ้น มีรายงานว่ามีการโจมตีทางอากาศหลายระลอก รวมถึงการยิงขีปนาวุธและส่งอากาศยานไร้คนขับตอบโต้เป้าหมายในภูมิภาค
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระบุว่า การเผชิญหน้าระหว่างเครื่องบินรบแบบมีนักบินของทั้งสองประเทศเหนือดินแดนอิหร่าน หากได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ จะถือเป็นพัฒนาการสำคัญที่อาจส่งผลต่อสมดุลเชิง
ยุทธศาสตร์ในตะวันออกกลาง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการขยายตัวของความขัดแย้งในระดับภูมิภาค สถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และจำเป็นต้องติดตามแถลงการณ์เพิ่มเติมจากทั้งสองฝ่าย รวมถึงข้อมูลยืนยันจากแหล่งข่าวอิสระต่อไป
รู้จักเครื่องบินขับไล่ F-35I ของอิสราเอล และเครื่องบินฝึกรบขั้นสูง YAK-130 ของอิหร่าน
https://www.facebook.com/share/p/14WTUbvZh3y/?mibextid=wwXIfr
กองกำลังป้องกันประเทศอิสราเอล ระบุว่า การปะทะดังกล่าวเกิดขึ้นระหว่างภารกิจเหนือน่านฟ้าอิหร่าน หลังการเปิดปฏิบัติการทางอากาศในวงกว้าง อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังไม่มีภาพหรือข้อมูลอิสระที่สามารถตรวจสอบเหตุการณ์ได้ ขณะที่ทางการอิหร่านยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันหรือปฏิเสธกรณีดังกล่าวอย่างเป็นทางการ
อย่างไรก็ตาม การปะทะครั้งนี้นับเป็นการปะทะทางอากาศครั้งแรกของกองทัพอากาศอิสราเอลกับอากาศยานฝ่ายตรงข้ามในรอบ 40 ปี นับตั้งแต่เครื่องบิน F-15 เคยยิงเครื่องบินรบกองทัพอากาศซีเรียตกเมื่อปี พ.ศ. 2528
กองทัพอิสราเอลระบุว่า การเผชิญหน้าครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่อิสราเอลได้ดำเนินยุทธการสิงโตคำราม (Operation Roaring Lion) เพื่อทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศหลายสิบแห่งทั่วอิหร่าน รวมถึงมีการทิ้งระเบิดใส่เครื่องบินรบ F-4 และ F-5 ของอิหร่านขณะเตรียมจอดอยู่บนรันเวย์
สมรรถนะ F-35I กับ Yak-130 แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35I “Adir” เป็นรุ่นดัดแปลงเฉพาะของอิสราเอลจาก F-35A พัฒนาโดยบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin) สหรัฐอเมริกา จัดเป็นเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 (Fifth-generation fighter)
จุดเด่นของเครื่องบินขับไล่ล่องหน F-35I “Adir” คือ เทคโนโลยีล่องหน (stealth) ระบบเรดาร์ AESA ขั้นสูง การเชื่อมโยงข้อมูลแบบเครือข่าย (sensor fusion) และความสามารถโจมตีทั้งอากาศสู่อากาศและอากาศสู่พื้นดิน ความเร็วสูงสุดประมาณ 1.6 มัค รัศมีปฏิบัติการราว 1,000 กิโลเมตร (โดยไม่เติมเชื้อเพลิงกลางอากาศ) และสามารถติดตั้งขีปนาวุธนำวิถีอากาศสู่อากาศระยะไกล
ในทางตรงกันข้าม Yak-130 ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท ยาคอฟเลฟ (Yakovlev) ของรัสเซีย ถูกออกแบบหลักเป็นเครื่องบินฝึกนักบินขั้นสูง และเครื่องบินโจมตีเบา (Light attack aircraft) แม้จะติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีและจรวดได้ แต่ไม่มีคุณสมบัติล่องหน และระบบเรดาร์รวมถึงการรับรู้สถานการณ์ทางอากาศด้อยกว่าเครื่องบินขับไล่ยุคที่ 5 อย่างชัดเจน ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 0.9 มัค
ผู้เชี่ยวชาญด้านการบินทหารหลายรายมองว่า หากเป็นการเผชิญหน้าโดยตรงระหว่างเครื่องทั้งสองแบบในสภาพแวดล้อมที่ F-35 ได้เปรียบด้านการตรวจจับก่อน (first-look, first-shot capability) โอกาสของ Yak-130 จะค่อนข้างจำกัด อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงยุทธวิธีของเหตุการณ์ครั้งนี้ยังไม่ถูกเปิดเผย
ข้อมูลปฏิบัติการจากฝ่ายอิสราเอล
กองทัพอิสราเอลระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการเปิดยุทธการที่มีเป้าหมายทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่านหลายจุด พร้อมอ้างว่าสามารถควบคุมน่านฟ้าเหนือกรุงเตหะรานได้บางส่วน
นอกจากนี้ ยังมีรายงานจากสื่ออังกฤษว่าเครื่องบินแบบ F-35B Lightning II ของกองทัพอากาศสหราชอาณาจักร (Royal Air Force: RAF) ปฏิบัติภารกิจยิงโดรนที่เชื่อมโยงกับอิหร่านเหนือน่านฟ้าจอร์แดน อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงปฏิบัติการยังไม่ถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ
ฝ่ายอิสราเอลยังอ้างว่า การปะทะครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 40 ปีที่อิสราเอลยิงเครื่องบินฝ่ายตรงข้ามตก นับตั้งแต่ยุคเครื่องบิน F-15 ปะทะกับเครื่องบินของซีเรียในช่วงทศวรรษ 1980
ฝั่งอิหร่านยังไม่ยืนยันสถานการณ์สู้รบที่ขยายวง
จนถึงขณะนี้ ทางการอิหร่านยังไม่มีคำแถลงอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับกรณี Yak-130 ถูกยิงตก ขณะที่การสู้รบในภาพรวมทวีความรุนแรงขึ้น มีรายงานว่ามีการโจมตีทางอากาศหลายระลอก รวมถึงการยิงขีปนาวุธและส่งอากาศยานไร้คนขับตอบโต้เป้าหมายในภูมิภาค
ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงระบุว่า การเผชิญหน้าระหว่างเครื่องบินรบแบบมีนักบินของทั้งสองประเทศเหนือดินแดนอิหร่าน หากได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ จะถือเป็นพัฒนาการสำคัญที่อาจส่งผลต่อสมดุลเชิง
ยุทธศาสตร์ในตะวันออกกลาง และเพิ่มความเสี่ยงต่อการขยายตัวของความขัดแย้งในระดับภูมิภาค สถานการณ์ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และจำเป็นต้องติดตามแถลงการณ์เพิ่มเติมจากทั้งสองฝ่าย รวมถึงข้อมูลยืนยันจากแหล่งข่าวอิสระต่อไป