
เปิดรายละเอียดไทม์ไลน์ รถไฟฟ้า MRT เปลี่ยนผ่านระบบบัตรโดยสาร สู่การใช้บัตร EMV เต็มระบบ 100% ภายในปี 2570 เปลี่ยนแปลงอย่างไร ใช้บัตรแบบไหนได้บ้าง รวมรายละเอียดแล้ว ที่นี่
ระบบรถไฟฟ้าของประเทศไทย กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เมื่อภาครัฐ ทั้งกระทรวงคมนาคม และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จนถึงภาคเอกชน ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า และสถาบันการเงิน ประกาศความร่วมมือสำคัญ ยกระดับการชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า ผ่านบัตรมาตรฐาน EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
นับ 1 ระบบตั๋วร่วม
การประกาศยกเลิกการใช้บัตรโดยสาร MRT แบบเติมเงินในครั้งนี้ เหตุผลหลัก ๆ มาจากการผลักดันให้มีพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการผลักดันระบบตั๋วร่วมในภาคขนส่งสาธารณะ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รัฐบาล และกระทรวงคมนาคม มีความพยายามในการผลักดัน “นโยบายตั๋วร่วม” มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนด้านความสะดวกสบายในการชำระค่าโดยสารและด้านการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเราประสบความสำเร็จในการผลักดันให้มีพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งสาระสำคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเปิดทางให้เกิด “ระบบตั๋วร่วม” อย่างเป็นทางการ
หรือก็คือ ในอนาคตประชาชนจะสามารถใช้บัตรใบเดียวเดินทางเชื่อมต่อได้ทุกระบบขนส่งสาธารณะ อาทิ รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือ ฯลฯ ลดความยุ่งยากและความซ้ำซ้อนในการชำระค่าโดยสาร โดยการดำเนินการต่อจากนี้จะเป็นเรื่องของการออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม และหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลโครงการบริการขนส่งสาธารณะต่างๆ จะต้องเร่งดำเนินการเจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทานกับเอกชนให้สอดคล้องกับการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม (Common Fare) มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันคือ การลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน
โดยเราตั้งใจที่จะผลักดันให้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless เป็นคำตอบที่ดีที่สุดของระบบตั๋วร่วม ทั้งต่อประชาชนชาวไทย รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีบัตรเครดิต VISA/MasterCard/UnionPay อยู่แล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ก็สามารถเข้าถึงบริการรถไฟฟ้า MRT ได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เรายังต้องการความร่วมมือจากประชาชนผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกคนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการถือบัตรโดยสารมาเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดด้วย จึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายร่วมกันได้
เดินแผนปรับระบบเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ 1 มิ.ย.นี้
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า จากจุดตั้งต้นในปี 2565 จนถึงปัจจุบัน รฟม. ได้ติดตามประเมินข้อมูลสถิติ พบว่า ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT มีความเชื่อมั่นและเลือกใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีอย่างมาก
รฟม. จึงหารือร่วมกับ BEM ที่จะเดินหน้าตามแผนการยกระดับระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (AFC Migration Plan) ไปสู่ระบบ Account Based Ticketing (ABT) เพื่อรองรับบัตรมาตรฐาน EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ระบบ ABT (Account-based Ticketing) คือระบบของบัตรโดยสารที่มีการเก็บข้อมูล ประวัติการเดินทางไว้ในระบบเชิร์ฟเวอร์ ซึ่งทำให้สามารถตรวจสอบรายการโดยสารได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น หรือเติมเงินผ่านแอปพลิเคชั่นได้โดยตรง
แตกต่างจากระบบ CBT (Card-based Ticketing) ที่ข้อมูลจะอยู่เฉพาะในบัตร ต้องอาศัยการแตะบัตรกับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ของสถานีรถไฟฟ้า เพื่อตรวจสอบข้อมูล รวมถึงการเติมเงินที่ต้องปรับมูลค่าบัตรที่เครื่องในสถานีรถไฟฟ้า
เปิดไทม์ไลน์เปลี่ยนผ่าน สู่ยุค EMV
สำหรับไทม์ไลน์ของการเปลี่ยนผ่านระบบบัตรโดยสาร จากระบบเดิม สู่ระบบ EMV แบบสมบูรณ์นั้น มีการวางระยะเวลาไว้ ดังนี้
1 มีนาคม 2569 – 31 ธันวาคม 2569 : ผู้โดยสารสามารถนำบัตรแบบเติมเงินเดิม (MRT และ MRT Plus) ไปขอคืนมูลค่าคงเหลือในบัตร (Refund) และสามารถขอเปลี่ยนเป็นบัตรแมงมุม EMV ได้โดยได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกบัตร
1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป : จะยุติการให้บริการเติมเงินเข้าบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ทุกช่องทาง ทั้งที่ห้องออกบัตรและช่องทางออนไลน์ (แต่ผู้โดยสารยังสามารถใช้มูลค่าคงเหลือในบัตรเดินทางได้จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569)
1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป :
ยุติการรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ทุกสถานี ผู้โดยสารจะไม่สามารถใช้บัตรเดิมแตะผ่านประตูอัตโนมัติได้อีก
เริ่มเปิดใช้งานระบบชำระค่าโดยสารด้วยบัตรมาตรฐาน EMV Contactless (เช่น บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัตรแมงมุม EMV) อย่างเต็มรูปแบบ
1 มกราคม 2570 : คาดว่าจะยุติการใช้เหรียญโดยสาร (Token) สำหรับผู้ที่เดินทางเที่ยวเดียว โดยจะเปลี่ยนไปใช้ระบบ QR Ticket ในการแตะเข้าระบบแทน
31 ธันวาคม 2570 : เป็นวันสุดท้ายที่ผู้โดยสารจะสามารถขอคืนเงิน (Refund) จากบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ใบเดิมได้
คืนบัตร MRT-เปลี่ยนเป็น Mangmoom EMV มีขั้นตอนอย่างไร ?
สำหรับขั้นตอนการขอคืนเงินบัตร MRT / MRT Plus นั้น BEM ระบุขั้นตอนดังนี้
1. นำบัตร MRT หรือ MRT Plus ติดต่อที่ ห้องออกบัตรโดยสาร ของสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน หรือสายสีม่วง
2. แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าประสงค์ขอคืนบัตร MRT / MRT Plus
3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัตร และดำเนินการคืนเงินเป็นเงินสด (รวมมูลค่าเงินคงเหลือและค่ามัดจำบัตร)
บัตร MRT / MRT Plus ทุกประเภทสามารถขอคืนมูลค่าเงินคงเหลือในบัตร (Refund) ได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารได้ที่สถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน หรือสายสีม่วง ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 70
หมายเหตุ : แสดงบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน, การคืนเงินดำเนินการเป็น เงินสดเท่านั้น, เป็นไปตาม เงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด
นอกจากการคืนบัตร MRT และ MRT PLUS แล้ว ยังสามารถขอเปลี่ยนเป็นบัตร Mangmoom EMV ได้ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการออกบัตร ที่สถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ตั้งแต่ วันที่ 1 มี.ค. – 31 ธ.ค. 69 จำกัดสิทธิ์ 1 คน ต่อ 1 บัตร เท่านั้น (ใบถัดไปชำระค่าธรรมเนียมเท่ากับกรณีออกบัตรใหม่)
สำหรับขั้นตอนการขอเปลี่ยนบัตร MRT เป็นบัตร Mangmoom EMV มีดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 : ติดต่อห้องออกบัตรโดยสาร – นำบัตร MRT หรือ MRT Plus ไปติดต่อที่ห้องออกบัตรโดยสาร สถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน หรือสายสีม่วง
ขั้นตอนที่ 2 : แจ้งความประสงค์ – แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าประสงค์ขอเปลี่ยนเป็นบัตรแมงมุม EMV
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบข้อมูลบัตร – เจ้าหน้าที่ตรวจสอบมูลค่าเงินคงเหลือในบัตรโดยสารเดิม เพื่อดำเนินการออกบัตรแมงมุม EMV ใบใหม่
กรณีที่ 1: เงินคงเหลือในบัตร มากกว่า 100 บาท (รวมค่ามัดจำบัตร 50 บาท)
พนักงานออกบัตรแมงมุม EMV ใบใหม่ ให้
บัตรใหม่มีมูลค่าเดินทาง 100 บาท
เงินส่วนเกิน คืนเป็นเงินสด
กรณีที่ 2: เงินคงเหลือในบัตร น้อยกว่า 100 บาท (รวมค่ามัดจำบัตร 50 บาท)
พนักงานออกบัตรแมงมุม EMV ใบใหม่ ให้
บัตรใหม่มีมูลค่าเดินทาง 100 บาท
ผู้โดยสารต้อง ชำระเงินเพิ่มในส่วนที่ขาด ให้ครบ 100 บาท
หมายเหตุ
จำกัดสิทธิ์ 1 คน ต่อ 1 บัตร
การเปลี่ยนบัตรใบถัดไป คิดค่าธรรมเนียม เทียบเท่าการออกบัตรใหม่
สามารถดำเนินการได้ตั้งแต่ 1 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2569
แสดงบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน
ผู้โดยสารที่ได้รับบัตรแมงมุม EMV แล้ว ต้อง ผูกบัตรผ่านแอปฯ เป๋าตัง
โดยหลังจากได้รับบัตรแล้วขอให้ผู้โดยสารเดินทางอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อให้บัตรได้ activate กับประตูอัตโนมัติ (AFC Gate) ก่อน แล้วจึงลงทะเบียนใน
https://www.mangmoomemv.com เพื่อตรวจสอบประวัติการเดินทาง
ขึ้น MRT ใช้บัตรเครดิต-เดบิต ของเจ้าไหนได้บ้าง ?
สำหรับบัตร EMV ที่รองรับการใช้แตะเข้า-ออกระบบรถไฟฟ้า MRT มีทั้งบัตร Mangmoom EMV, บัตร MRT EMV รวมถึงบัตรเครดิต-บัตรเดบิตที่มีสัญลักษณ์ EMV Contactless ดังนี้
บัตรเครดิต Visa และ Mastercard : ทุกธนาคาร
บัตรเดบิต : ธนาคารยูโอบี, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์
บัตรยูเนี่ยนเพย์ (UnionPay) : บัตรเครดิต อิออน-ยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม, บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ, บัตรเครดิต ยูเนี่ยนเพย์ กสิกรไทย, บัตรเงินด่วน เอ็กเพรส แคช ยูเนี่ยนเพย์ กสิกรไทย, บัตรเครดิต เคทีซี ยูเนี่ยนเพย์ และ บัตรกดเงินสด เคทีซี พราว ยูเนี่ยนเพย์, บัตรเครดิตไอซีบีซี (ไทย) ยูเนี่ยนเพย์
บัตรพรีเพด : BigPay, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงเทพ.
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวน่าสนใจ จากธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) ที่ประกาศความพร้อมการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ EMV โดยเตรียมให้ลูกค้าบัตรเดบิต ttb all free สามารถใช้งานแตะเข้า-ออกกับระบบรถไฟฟ้าได้ทุกสาย ภายในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้
ขณะที่แอดมินเฟซบุ๊กแฟนเพจ ttb bank ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในคอมเมนต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ณ ตอนนี้บัตรเดบิต ttb all free และบัตรเดบิต ttb all free Disney สามารถแตะจ่ายเข้า MRT สายสีแดงได้ครับ โดยบัตรเราเป็น EMV Contactless สามารถใช้งานได้ทันที และจะสามารถใช้ได้ “ทุกสาย” ในช่วงต้นเดือน เม.ย. 69 เป็นต้นไป
หมายเหตุ :
* ทุกสาย เฉพาะ MRT ไม่รวม BTS
* บัตรเดบิต ttb all free สามารถ Apply ใช้ได้กับบัตรผู้ใหญ่/บัตรราคาปกติเท่านั้น (สำหรับบัตรราคาเด็ก/บัตรราคานักศึกษา ลูกค้าจะต้องใช้บัตรของ MRT )”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ :
https://www.prachachat.net/general/news-1971393
เปิดไทม์ไลน์ MRT เปลี่ยนผ่านบัตรโดยสาร เดินหน้า “EMV เต็มระบบ”
เปิดรายละเอียดไทม์ไลน์ รถไฟฟ้า MRT เปลี่ยนผ่านระบบบัตรโดยสาร สู่การใช้บัตร EMV เต็มระบบ 100% ภายในปี 2570 เปลี่ยนแปลงอย่างไร ใช้บัตรแบบไหนได้บ้าง รวมรายละเอียดแล้ว ที่นี่
ระบบรถไฟฟ้าของประเทศไทย กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เมื่อภาครัฐ ทั้งกระทรวงคมนาคม และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จนถึงภาคเอกชน ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า และสถาบันการเงิน ประกาศความร่วมมือสำคัญ ยกระดับการชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า ผ่านบัตรมาตรฐาน EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
นับ 1 ระบบตั๋วร่วม
การประกาศยกเลิกการใช้บัตรโดยสาร MRT แบบเติมเงินในครั้งนี้ เหตุผลหลัก ๆ มาจากการผลักดันให้มีพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อปลายเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา และเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการผลักดันระบบตั๋วร่วมในภาคขนส่งสาธารณะ
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า รัฐบาล และกระทรวงคมนาคม มีความพยายามในการผลักดัน “นโยบายตั๋วร่วม” มาอย่างต่อเนื่อง ด้วยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนด้านความสะดวกสบายในการชำระค่าโดยสารและด้านการลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง โดยเราประสบความสำเร็จในการผลักดันให้มีพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. 2568 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งสาระสำคัญของพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเปิดทางให้เกิด “ระบบตั๋วร่วม” อย่างเป็นทางการ
หรือก็คือ ในอนาคตประชาชนจะสามารถใช้บัตรใบเดียวเดินทางเชื่อมต่อได้ทุกระบบขนส่งสาธารณะ อาทิ รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือ ฯลฯ ลดความยุ่งยากและความซ้ำซ้อนในการชำระค่าโดยสาร โดยการดำเนินการต่อจากนี้จะเป็นเรื่องของการออกกฎหมายลูกที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม และหน่วยงานรัฐที่กำกับดูแลโครงการบริการขนส่งสาธารณะต่างๆ จะต้องเร่งดำเนินการเจรจาแก้ไขสัญญาสัมปทานกับเอกชนให้สอดคล้องกับการกำหนดอัตราค่าโดยสารร่วม (Common Fare) มุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันคือ การลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้แก่ประชาชนอย่างยั่งยืน
โดยเราตั้งใจที่จะผลักดันให้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless เป็นคำตอบที่ดีที่สุดของระบบตั๋วร่วม ทั้งต่อประชาชนชาวไทย รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มีบัตรเครดิต VISA/MasterCard/UnionPay อยู่แล้ว เมื่อเดินทางเข้าสู่กรุงเทพฯ ก็สามารถเข้าถึงบริการรถไฟฟ้า MRT ได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ เรายังต้องการความร่วมมือจากประชาชนผู้ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะทุกคนในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการถือบัตรโดยสารมาเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งหมดด้วย จึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายร่วมกันได้
เดินแผนปรับระบบเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ 1 มิ.ย.นี้
นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) กล่าวว่า จากจุดตั้งต้นในปี 2565 จนถึงปัจจุบัน รฟม. ได้ติดตามประเมินข้อมูลสถิติ พบว่า ผู้ใช้บริการรถไฟฟ้า MRT มีความเชื่อมั่นและเลือกใช้บัตรมาตรฐาน EMV Contactless เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีอย่างมาก
รฟม. จึงหารือร่วมกับ BEM ที่จะเดินหน้าตามแผนการยกระดับระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (AFC Migration Plan) ไปสู่ระบบ Account Based Ticketing (ABT) เพื่อรองรับบัตรมาตรฐาน EMV Contactless อย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ระบบ ABT (Account-based Ticketing) คือระบบของบัตรโดยสารที่มีการเก็บข้อมูล ประวัติการเดินทางไว้ในระบบเชิร์ฟเวอร์ ซึ่งทำให้สามารถตรวจสอบรายการโดยสารได้ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ หรือแอปพลิเคชั่น หรือเติมเงินผ่านแอปพลิเคชั่นได้โดยตรง
แตกต่างจากระบบ CBT (Card-based Ticketing) ที่ข้อมูลจะอยู่เฉพาะในบัตร ต้องอาศัยการแตะบัตรกับสมาร์ทโฟนหรืออุปกรณ์ของสถานีรถไฟฟ้า เพื่อตรวจสอบข้อมูล รวมถึงการเติมเงินที่ต้องปรับมูลค่าบัตรที่เครื่องในสถานีรถไฟฟ้า
เปิดไทม์ไลน์เปลี่ยนผ่าน สู่ยุค EMV
สำหรับไทม์ไลน์ของการเปลี่ยนผ่านระบบบัตรโดยสาร จากระบบเดิม สู่ระบบ EMV แบบสมบูรณ์นั้น มีการวางระยะเวลาไว้ ดังนี้
1 มีนาคม 2569 – 31 ธันวาคม 2569 : ผู้โดยสารสามารถนำบัตรแบบเติมเงินเดิม (MRT และ MRT Plus) ไปขอคืนมูลค่าคงเหลือในบัตร (Refund) และสามารถขอเปลี่ยนเป็นบัตรแมงมุม EMV ได้โดยได้รับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการออกบัตร
1 เมษายน 2569 เป็นต้นไป : จะยุติการให้บริการเติมเงินเข้าบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ทุกช่องทาง ทั้งที่ห้องออกบัตรและช่องทางออนไลน์ (แต่ผู้โดยสารยังสามารถใช้มูลค่าคงเหลือในบัตรเดินทางได้จนถึงสิ้นเดือนพฤษภาคม 2569)
1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป :
ยุติการรับชำระค่าโดยสารด้วยบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ทุกสถานี ผู้โดยสารจะไม่สามารถใช้บัตรเดิมแตะผ่านประตูอัตโนมัติได้อีก
เริ่มเปิดใช้งานระบบชำระค่าโดยสารด้วยบัตรมาตรฐาน EMV Contactless (เช่น บัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือบัตรแมงมุม EMV) อย่างเต็มรูปแบบ
1 มกราคม 2570 : คาดว่าจะยุติการใช้เหรียญโดยสาร (Token) สำหรับผู้ที่เดินทางเที่ยวเดียว โดยจะเปลี่ยนไปใช้ระบบ QR Ticket ในการแตะเข้าระบบแทน
31 ธันวาคม 2570 : เป็นวันสุดท้ายที่ผู้โดยสารจะสามารถขอคืนเงิน (Refund) จากบัตรโดยสาร MRT และ MRT Plus ใบเดิมได้
คืนบัตร MRT-เปลี่ยนเป็น Mangmoom EMV มีขั้นตอนอย่างไร ?
สำหรับขั้นตอนการขอคืนเงินบัตร MRT / MRT Plus นั้น BEM ระบุขั้นตอนดังนี้
1. นำบัตร MRT หรือ MRT Plus ติดต่อที่ ห้องออกบัตรโดยสาร ของสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน หรือสายสีม่วง
2. แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าประสงค์ขอคืนบัตร MRT / MRT Plus
3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัตร และดำเนินการคืนเงินเป็นเงินสด (รวมมูลค่าเงินคงเหลือและค่ามัดจำบัตร)
บัตร MRT / MRT Plus ทุกประเภทสามารถขอคืนมูลค่าเงินคงเหลือในบัตร (Refund) ได้ที่ห้องออกบัตรโดยสารได้ที่สถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน หรือสายสีม่วง ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 70
หมายเหตุ : แสดงบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน, การคืนเงินดำเนินการเป็น เงินสดเท่านั้น, เป็นไปตาม เงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด
นอกจากการคืนบัตร MRT และ MRT PLUS แล้ว ยังสามารถขอเปลี่ยนเป็นบัตร Mangmoom EMV ได้ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการออกบัตร ที่สถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสายสีม่วง ตั้งแต่ วันที่ 1 มี.ค. – 31 ธ.ค. 69 จำกัดสิทธิ์ 1 คน ต่อ 1 บัตร เท่านั้น (ใบถัดไปชำระค่าธรรมเนียมเท่ากับกรณีออกบัตรใหม่)
สำหรับขั้นตอนการขอเปลี่ยนบัตร MRT เป็นบัตร Mangmoom EMV มีดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 : ติดต่อห้องออกบัตรโดยสาร – นำบัตร MRT หรือ MRT Plus ไปติดต่อที่ห้องออกบัตรโดยสาร สถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน หรือสายสีม่วง
ขั้นตอนที่ 2 : แจ้งความประสงค์ – แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าประสงค์ขอเปลี่ยนเป็นบัตรแมงมุม EMV
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบข้อมูลบัตร – เจ้าหน้าที่ตรวจสอบมูลค่าเงินคงเหลือในบัตรโดยสารเดิม เพื่อดำเนินการออกบัตรแมงมุม EMV ใบใหม่
กรณีที่ 1: เงินคงเหลือในบัตร มากกว่า 100 บาท (รวมค่ามัดจำบัตร 50 บาท)
พนักงานออกบัตรแมงมุม EMV ใบใหม่ ให้
บัตรใหม่มีมูลค่าเดินทาง 100 บาท
เงินส่วนเกิน คืนเป็นเงินสด
กรณีที่ 2: เงินคงเหลือในบัตร น้อยกว่า 100 บาท (รวมค่ามัดจำบัตร 50 บาท)
พนักงานออกบัตรแมงมุม EMV ใบใหม่ ให้
บัตรใหม่มีมูลค่าเดินทาง 100 บาท
ผู้โดยสารต้อง ชำระเงินเพิ่มในส่วนที่ขาด ให้ครบ 100 บาท
หมายเหตุ
จำกัดสิทธิ์ 1 คน ต่อ 1 บัตร
การเปลี่ยนบัตรใบถัดไป คิดค่าธรรมเนียม เทียบเท่าการออกบัตรใหม่
สามารถดำเนินการได้ตั้งแต่ 1 มีนาคม – 31 ธันวาคม 2569
แสดงบัตรประชาชนเพื่อยืนยันตัวตน
ผู้โดยสารที่ได้รับบัตรแมงมุม EMV แล้ว ต้อง ผูกบัตรผ่านแอปฯ เป๋าตัง
โดยหลังจากได้รับบัตรแล้วขอให้ผู้โดยสารเดินทางอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อให้บัตรได้ activate กับประตูอัตโนมัติ (AFC Gate) ก่อน แล้วจึงลงทะเบียนใน https://www.mangmoomemv.com เพื่อตรวจสอบประวัติการเดินทาง
ขึ้น MRT ใช้บัตรเครดิต-เดบิต ของเจ้าไหนได้บ้าง ?
สำหรับบัตร EMV ที่รองรับการใช้แตะเข้า-ออกระบบรถไฟฟ้า MRT มีทั้งบัตร Mangmoom EMV, บัตร MRT EMV รวมถึงบัตรเครดิต-บัตรเดบิตที่มีสัญลักษณ์ EMV Contactless ดังนี้
บัตรเครดิต Visa และ Mastercard : ทุกธนาคาร
บัตรเดบิต : ธนาคารยูโอบี, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์
บัตรยูเนี่ยนเพย์ (UnionPay) : บัตรเครดิต อิออน-ยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม, บัตรเครดิตยูเนี่ยนเพย์ แพลทินัม ธนาคารกรุงเทพ, บัตรเครดิต ยูเนี่ยนเพย์ กสิกรไทย, บัตรเงินด่วน เอ็กเพรส แคช ยูเนี่ยนเพย์ กสิกรไทย, บัตรเครดิต เคทีซี ยูเนี่ยนเพย์ และ บัตรกดเงินสด เคทีซี พราว ยูเนี่ยนเพย์, บัตรเครดิตไอซีบีซี (ไทย) ยูเนี่ยนเพย์
บัตรพรีเพด : BigPay, ธนาคารกรุงไทย, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา, ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงเทพ.
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวน่าสนใจ จากธนาคารทหารไทยธนชาต (ttb) ที่ประกาศความพร้อมการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ EMV โดยเตรียมให้ลูกค้าบัตรเดบิต ttb all free สามารถใช้งานแตะเข้า-ออกกับระบบรถไฟฟ้าได้ทุกสาย ภายในเดือนเมษายนที่จะถึงนี้
ขณะที่แอดมินเฟซบุ๊กแฟนเพจ ttb bank ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในคอมเมนต์ของผู้ใช้เฟซบุ๊ก ระบุว่า “ณ ตอนนี้บัตรเดบิต ttb all free และบัตรเดบิต ttb all free Disney สามารถแตะจ่ายเข้า MRT สายสีแดงได้ครับ โดยบัตรเราเป็น EMV Contactless สามารถใช้งานได้ทันที และจะสามารถใช้ได้ “ทุกสาย” ในช่วงต้นเดือน เม.ย. 69 เป็นต้นไป
หมายเหตุ :
* ทุกสาย เฉพาะ MRT ไม่รวม BTS
* บัตรเดบิต ttb all free สามารถ Apply ใช้ได้กับบัตรผู้ใหญ่/บัตรราคาปกติเท่านั้น (สำหรับบัตรราคาเด็ก/บัตรราคานักศึกษา ลูกค้าจะต้องใช้บัตรของ MRT )”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.prachachat.net/general/news-1971393