ญี่ปุ่น 🇯🇵เตรียมใช้ ”นโยบายสองราคา“ (Dual Pricing) แยกระหว่างนักท่องเที่ยวกับคนท้องถิ่น

ญี่ปุ่นเตรียมใช้ "นโยบายสองราคา" (Dual Pricing)

1. วัตถุประสงค์หลัก
รัฐบาลญี่ปุ่นและหน่วยงานท้องถิ่นต้องการแก้ไขปัญหา "นักท่องเที่ยวล้นเมือง" (Overtourism) ที่ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตคนท้องถิ่น และเพื่อนำรายได้ส่วนต่างมาบำรุงรักษาแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงบริการสาธารณะให้ยั่งยืน โดยเฉพาะในช่วงที่ค่าเงินเยนอ่อนค่า ทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมีกำลังซื้อสูงขึ้นมากเมื่อเทียบกับคนในพื้นที่
2. รูปแบบการจัดเก็บราคา
จะมีการแยกอัตราค่าบริการระหว่าง "ชาวญี่ปุ่น (หรือผู้อยู่อาศัยท้องถิ่น)" กับ "นักท่องเที่ยวต่างชาติ" ในหลายภาคส่วน เช่น:
• สถานที่ท่องเที่ยว: เช่น ปราสาทฮิเมจิ ได้เริ่มปรับราคาค่าเข้าชมสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป (รวมต่างชาติ) เป็น 2,500 เยน ในขณะที่ชาวเมืองยังจ่ายราคาเดิมที่ 1,000 เยน
• ระบบขนส่งสาธารณะ: เมืองเกียวโต มีแผนปรับค่าโดยสารรถบัสสำหรับนักท่องเที่ยวให้สูงขึ้น (ประมาณ 350-400 เยน) และลดราคาให้คนท้องถิ่นเหลือประมาณ 200 เยน (คาดว่าจะเริ่มใช้เต็มรูปแบบในปี 2027)
• พิพิธภัณฑ์และสวนสนุก: รัฐบาลได้ขอให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิจารณาระบบนี้ และภาคเอกชนบางแห่งอย่างธีมพาร์คใหม่ "Junguria" ในโอกินาวา ก็เริ่มมีการตั้งราคาที่แตกต่างกันแล้ว
3. ไทม์ไลน์และแนวทางปฏิบัติ
• การจัดทำเกณฑ์กลาง: ล่าสุด (ต้นเดือนมีนาคม 2026) รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่นระบุว่า รัฐบาลกำลังเตรียมจัดทำ "แนวทางปฏิบัติ (Guidelines)" เพื่อให้สถานประกอบการต่างๆ นำไปใช้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นการเลือกปฏิบัติเกินไป
• การพิสูจน์ตัวตน: ในบางพื้นที่อาจใช้การตรวจสอบผ่านบัตร My Number หรือการแสดงหนังสือเดินทาง/บัตรประจำตัวผู้อยู่อาศัยในการรับสิทธิ์ราคาคนท้องถิ่น
4. เสียงสะท้อน
• ฝั่งที่เห็นด้วย: มองว่าเป็นวิธีที่ยุติธรรมในการช่วยรักษาโครงสร้างพื้นฐาน และป้องกันไม่ให้คนท้องถิ่นถูกเบียดเบียนจากค่าครองชีพที่สูงขึ้นตามแหล่งท่องเที่ยว
• ฝั่งที่กังวล: เกรงว่าอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์การเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ต้อนรับทุกคน และความยุ่งยากในการบริหารจัดการหน้าร้าน
สรุปคือ เป็นมาตรการที่ญี่ปุ่นพยายามหาจุดสมดุลระหว่างการรับรายได้จากท่องเที่ยวกับการรักษาคุณภาพชีวิตของคนในประเทศ

CR IG Thaiger.th



แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่