ทรัมป์ฟาดกลับ! อย่าให้ธนาคารกินรวบคริปโต จี้หยุดทำนาบนหลังคน!!



ลองจินตนาการว่า "ระบบธนาคาร" คือมาเฟียเจ้าเก่าที่คุมตลาดมานานหลายร้อยปี พวกเขาตั้งกฎเอง กินส่วนต่างดอกเบี้ยเยอะๆ และทำให้เรากลายเป็น "ทาสดอกเบี้ย" มาตลอด
แต่ตอนนี้มี "คริปโตเคอร์เรนซี" เข้ามา ซึ่งมันคือระบบที่ไม่มีเจ้ามือ ทุกคนเป็นเจ้าของเงินตัวเองได้จริงๆ ประธานาธิบดีทรัมป์เลยมองว่า "นี่แหละคือโอกาสที่จะทำให้คนอเมริกัน (และคนทั้งโลก) รวยขึ้น และไม่ต้องยอมก้มหัวให้ธนาคารฝ่ายเดียวอีกต่อไป"


ทำไมทรัมป์ถึงเดือด?
เรื่องเริ่มจาก เจมี่ ไดมอนด์ บิ๊กบอสของธนาคาร JP Morgan (ตัวแทนฝั่งธนาคาร) ออกมาบอกว่า "ถ้าจะมีเงินดิจิทัล (Stablecoin) ธนาคารต้องเป็นคนคุมนะ กฎเกณฑ์ต้องเหมือนเดิม" พูดง่ายๆ คือ ธนาคารอยากกินรวบเหมือนเดิมนั่นแหละ! ทรัมป์เลยโพสต์สวนทันทีว่า "ไม่ยอม!"

อาวุธของทรัมป์ ​Genius Act และ Clarity Act
ทรัมป์พูดถึงกฎหมาย 2 ตัวที่จำง่ายๆ แบบนี้
1. Genius Act คือก้าวแรกที่ทำให้สหรัฐฯ กลายเป็น "เมืองหลวงคริปโตของโลก" เพื่อให้เทคโนโลยีนี้หยั่งรากในอเมริกา
2. Clarity Act คือก้าวที่สองที่จะสร้าง "กฎระเบียบที่ชัดเจน" เพื่อไม่ให้ธนาคารมาแกล้งหรือใช้อิทธิพลมืดขัดขวางอุตสาหกรรมคริปโตได้อีก

เนื้อหาใจความที่ทรัมป์ต้องการสื่อ
1. ธนาคารรวยเกินไปแล้ว ทรัมป์บอกว่าธนาคารฟันกำไรมหาศาล (Record Profits) ขณะที่ประชาชนได้ดอกเบี้ยน้อยนิด เขาอยากให้คนฝากเงินได้ผลตอบแทนที่ยุติธรรมกว่านี้ผ่านระบบใหม่
2. อย่าปล่อยให้หลุดมือไปจีน ถ้ามัวแต่ทะเลาะกัน หรือถ้าธนาคารยังขัดขวางไม่หยุด อุตสาหกรรมคริปโตจะหนีไปเติบโตที่ "จีน" หรือประเทศอื่นแทน แล้วอเมริกาจะเสียโอกาสทองนี้ไป
3. เลิกจับกฎหมายเป็นตัวประกัน ทรัมป์เตือนธนาคารว่า อย่าพยายามทำลายกฎหมายที่เอื้อต่อคริปโตเพื่อรักษาอำนาจตัวเอง เพราะมันคือการทำร้ายประชาชน

บทสรุป
โลกเรามีคน 3% ที่รวยล้นฟ้าจากการคุมระบบการเงิน (ธนาคาร) และมีคนอีก 97% ที่ทำงานตัวเป็นเกลียวเพื่อส่งดอกเบี้ยให้เขา
การที่ทรัมป์ออกมาฟาดกับกลุ่มธนาคารแบบนี้ คือสัญญาณว่า "ระเบียบโลกเก่ากำลังจะพังลง" ระบบการเงินที่โปร่งใสและยุติธรรมขึ้นกำลังจะมา

"ถ้าทรัมป์ทำสำเร็จ เราอาจจะไม่ต้องเป็นทาสดอกเบี้ยไปตลอดชีวิต"
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่