รัฐปรับเพิ่มเงินเยียวยา ผู้เสียหาย–จำเลยในคดีอาญาที่ยกฟ้อง สูงสุดถึง 3 แสนบาท มีผลใช้บังคับแล้ว



รองโฆษกรัฐบาล เผย รัฐปรับเพิ่มเงินเยียวยา “ผู้เสียหาย–จำเลยในคดีอาญาที่ศาลยกฟ้อง” สูงสุดถึง 3 แสนบาท ให้ได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ โดยมีผลใช้บังคับแล้ว
วันที่ 4 มีนาคม 2569 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่กฎกระทรวงตามพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหาย และค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. 2544 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป โดยเป็นการปรับเพิ่มอัตราการเยียวยาให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การปรับปรุงครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับการคุ้มครองสิทธิของประชาชน ทั้งในส่วนของ “ผู้เสียหาย” ในคดีอาญา และ “จำเลย” ที่ภายหลังศาลมีคำพิพากษายกฟ้องหรือไม่ได้กระทำความผิด ให้ได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสมมากขึ้น ปรับเพิ่มเพดานเยียวยาผู้เสียหายโดยมีสาระสำคัญดังนี้
กรณีผู้เสียหายถึงแก่ความตาย
ปรับเพิ่มค่าตอบแทนจากเดิม 30,000–100,000 บาท เป็นสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท โดยรวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องไว้ในวงเงินเดียว
กรณีผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตาย
ค่ารักษาพยาบาล เพิ่มเป็นไม่เกิน 80,000 บาท (จ่ายตามจริง)
ค่าฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ เพิ่มเป็นไม่เกิน 50,000 บาท
ค่าเสียหายอื่นทางร่างกายหรือจิตใจ เพิ่มเป็นไม่เกิน 100,000 บาท
กำหนดอัตราใหม่สำหรับกรณีสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพ สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท
เพิ่มการคุ้มครองจำเลยที่ได้รับความเสียหายจากการดำเนินคดี (กรณีได้รับการยกฟ้อง) กรณีจำเลยถึงแก่ความตายจากการถูกดำเนินคดี

ปรับเพดานค่าทดแทนเป็นสูงสุดไม่เกิน 300,000 บาท
กรณีจำเลยไม่ถึงแก่ความตาย
ค่ารักษาพยาบาล เพิ่มเป็นไม่เกิน 80,000 บาท (จ่ายตามจริง)
ค่าฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ ไม่เกิน 50,000 บาท
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี ไม่เกิน 30,000 บาท
นางสาวลลิดา กล่าวว่า มาตรการดังกล่าวจะช่วยให้การช่วยเหลือเป็นธรรมมากขึ้น สะท้อนความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และเพิ่มความคล่องตัวในการพิจารณา เพื่อให้ประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ


แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่