ขอพูดถึงค่ายหนังโปรด GDH + GTH ในอดีตและปัจจุบัน (ความนิยมเสื่อม?)

ต้องบอกว่าผมเป็นคนที่ตามดูผลงานค่าย GTH แบบจริงๆจังๆ น่าจะช่วงปี 2010  จากผลงาน  suckseed, กวนมึนโฮ  ก่อนหน้านั้นอาจจะเคยดู เพื่อนสนิท, หนีตามกาลิเลโอ, 4-5แพร่ง, แฟนฉัน  มาบ้าง  แต่ก็ไม่ได้สนใจค่ายขนาดนั้น  จริงๆการมาของยุคจานดาวเทียม ช่อง play channel ที่เป็นของ GTH เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ได้ดูผลงานเก่าๆของค่ายเกือบหมดแล้วเรียกได้ว่าเป็นแฟนคลับตัวยงของค่ายเลยก็ได้

    ส่วนตัวมองว่าในยุค2000 GDH ก็ตีคู่มากับ สหมงคลฟิลม์เลยแหละ คือมีหนังค่อนข้างหลากหลายแนว ซึ่งแต่ละเรื่องก็ดูจะมีเอกลักษณ์ของตัวเอง ถึงบางบางเรื่องก็ดูเฉพาะกลุ่มไปหน่อย แต่ถือว่าเป็นยุคหนังขึ้นหิ้งหลายเรื่อง ที่แฟนคลับGTHรุ่นOGชอบ ทั้งหนังรัก ผี ตลก แรงบัลดาลใจ   เช่น  แฟนฉัน, โกยเถอะโยม, มหาลัยเหมืองแร่, ปิดเทอมใหญ่, ชัตเตอร์, season change,  เพื่อนสนิท เป็นต้น

   ช่วงยุค10s (2010-2015)  เรียกว่าเป็นยุครุ่งเรืองที่สุดของ GTH ก็ว่าได้ เรียกว่าหยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทองไปซะหมด มีหนังระดับ MEGA HIT ติดกันหลายเรื่อง  ประสบความสำเร็จของในแง่รายได้สุดๆ  เช่น กวนมึนโฮ  รถไฟฟ้ามหานะเธอ   ATMเออรักเออเร่อ  ไอฟายแต้งกิ้ว  พี่มากพระขโนง  ซึ่งถึงแม้บางเรื่องรายได้ไม่ปังแต่ก็ยังเป็นตำนานที่ถูกพูดถึงจนถึงทุกวันนี้อย่าง suckseed  สิ่งที่สังเกตได้คือ  หนังส่วนใหญ่ในยุคนี้ จะดูมีความเป็นหนังย่อยง่าย  มีเป็นหนังสังคมคนเมือง มนุษย์ทำงานออฟฟิส  ซึ่งมันกลายเป็นภาพจำของหนัง GDH-GTH จนถึงทุกวันนี้(ถึงแม้จะมีแนวอื่นปนๆบาง แต่คนก็ยังติดภาพเป็นค่ายหนังคนเมืองอยู่ดี)    บางคนจะมองว่าขาดความหลากหลาย  เจาะแต่สังคมคนเมือง  ไม่ได้มีหนังเรียลๆแบบยุค2000  มีการเกรดสีตบมุขโบ๊ะบ๊ะจนเป็นแพทเทิล  ดู mediocre ขายแต่ความแมสก็ตาม (ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าในยุคนี้ทำหนังแบบ ไอฟาย ATM พี่มาก น่าจะมีแต่คนไม่ชอบมากกว่าชอบ เพราะรสนิยมคนดูหนังเปลี่ยนไปเเล้ว)  แต่ก็เถียงไม่ได้ว่ามันห่างไกลคำว่าหนังห่วยมากๆ  ซึ่งที่เป็นแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแย่เลย เพราะมันก็เป็นสิ่งที่ GTH ทำได้ดีจริงและคนดูก็ชอบมากๆเหมือนกัน  ในยุคนนั้น

   ช่วงยุค GDH (2015-2026 ปัจจุบัน)  เป็นช่วงที่ GDH จะบอกว่ากลับเข้าร่องเข้ารอยอีกครั้ง..ก็ไม่เชิง  เพราะมันเป็นยุคที่รสนิยมคนดูเปลี่ยน  การผลิตหนังรักรอมคอมสไตล์เดิมอาจจะไม่ใช่คำตอบ  แต่ครั้นจะทำหนังอินดี้ไปเลยก็ขาดทุน  ในปีๆนึงเลยมีผสมกัน ทั้งหนังแมสรอมคอมเอาไว้ประคองบริษัทให้มีกำไรแต่ไม่ถูกใจสายคนดูหนัง และหนังสายรางวัล ที่ขายยาก ไม่แมส แต่มีจิตวิญญาณคนทำหนังเต็มเปี่ยม  ซึ่งผมว่าค่ายบาลานซ์2อย่างนี้ได้ดึนะ  ค่ายไม่ตายและยังได้ทดลองได้ทำอะไรใหม่ๆ   ผลงานขึ้นหิ้งคงเป็น  วิมานหนาม  หลานม่า   ฉลาดเกมส์โกง friendzone  homrstay(หนังดีมาก แต่เสียดายว่าคนไม่ค่อยพูดถึง)   แอบสงสารค่ายที่ทุกครั้งที่ปล่อยหนังแมสอย่าง  diary's toosie  ซองแดง  อ้ายคนหล่อลวง บุพเพ  ก็จะโดนคำครหาว่า  "ก็ทำแต่หนังแบบนี้อยู่ในเซฟโซน"  เซฟตรงไหนฟระ  คือผมอยากจะบอกแทนค่ายมากๆว่าแต่ละปี ค่ายเขาก็ทำหนังแนวทดลองตลอดนะ (ร่างทรง  สาวใช้ได้ค่ะ แฟลตเกิร์ล F&F  ฮาวทูทิ้ง  Human-resource แฟนเดย์)  แต่มันไม่ได้กำไร คนก็บ่นดูยากอีก  แปลว่าตลาดในไทยมันไม่ได้มีพื้นที่มากพอสำหรับหนังอินดี้ไง  เขาเลยต้องทำหนังแมส หนังแฟนเซอร์วิสมาพยุงรายได้   จริงๆมันเหมือนกับตั้งคำถามว่า ทำไมพจน์อานนท์ ยังทำหนังหอแต๋วแตก  ทำไมพี่นากยังขายออก  เพราะมันยังมีคนที่ชอบเสพอะไรแบบนี้ไงครับ  พอมีฐานคนดู  สิ่งเหล่านี้มันยังคงอยู่  ถ้าอยากจะให้หนังสื่อที่มัน mediocre  หายไป   คงต้องให้รสนิยมนี้หายไปซะก่อน  (ย้ำว่า ไม่ได้ผิดนะครับ ที่จะมีรสนิยมแตกต่างกัน ไม่ได้มีอะไรดีกว่ากัน  ผมเพียงแต่ตอบกลับคนที่เป็นสายดูหนังต่างประเทศบางคน ที่ชอบเอาไทยไปเปรียบเทียบ และว่าคนทำหนัง ว่าทำไมยังทำแต่แนวนี้ ก็มันมีคนดูไงครับ ตลาดเรายังไม่ได้กว้างแบบเมกา ที่ทำแต่หนังอินดี้แบบค่ายA24 ก็อยู่ได้) แต่ก็อย่างที่เห็นว่า ต่อให้จะทำหนังแมส ก็ใช้ว่ามันจะขายได้ง่ายๆแบบเมื่อก่อน ดูจากรายได้ ดีว่า..ราวี  404สุขีนิรันด์แล้ว  ค่ายก็ต้องปรับหาทางกันต่อไป  


   ถ้าให้แรงค์ TOP5 หนังดีในดวงใจ
1. แน่นอนว่า suckseed  มันมีอะไรที่ relate เยอะมากๆโคตรจะชีวิตวัยรุ่น  มุกนี้ขำตดแตก  บทจะเล่ามิตรภาพก็ทำเอาซึ้งมากๆ
2. season change  จะคล้ายๆ suckseed แต่เป็นมู้ด romantic กว่า เป็นแนวค้นหาตัวเอง ทั้งเรื่องเรียนและความรัก สมัยนั้นชอบดุจดาวมาก เชื่อว่าเป็นสาวในฝันของหลายๆคนเหมือนกัน "ไม่ชอบกินผัก ทำไมไม่บอก"
3. คิดถึงวิทยา ฟีลกู๊ดสุดๆ ทั้งเพลงประกอปเอย  บรรยากาศในหนังเอย  เป็นหนังที่พระ-นางไม่ได้เจอกันเลย ดำเนินเรื่องผ่านสมุดโน๊ต คอยลุ้นว่าจะได้เจอกันไหม ถ่ายทอดชีวิตครูชนบทได้ไม่น่าเบื่อ
4. แฟนเดย์  เป็นหนังที่ดีมากๆเรื่องนึงของค่าย  แสดงดี พลอตเรื่องดี  ถึงจะขัดใจลุคเต๋อในเรื่อง ที่มันดูจงใจให้ดู loser เกินจนดูไม่เรียลก็ตาม สำหรับมิวที่แสดงหนังเรื่องแรก ทำได้ธรรมชาติมากๆ
5. หนีตามกาลีเลโอ  2ตัวละครหลักดูมีความเป็นมนุษย์สูง(เต้ย ต่าย)  คือมีทั้งนิสัยที่น่าหงุดหงิด แต่พออยู่ด้วยกันก็ดูเติมเต็มกันอย่างน่าแปลกใจ เราเชื่อจริงๆว่าสองคนนี้เป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก  เนื้อเรื่องไม่ได้หวือหวา แต่ก็ดำเนินได้น่าติดตามจนจบ ดูเเล้วอิ่มใจ  บวกกับผมเป็นคนชอบเที่ยวยุโรปอยู่เเล้วด้วย เลยอิน เหมือนเห็นตัวเองตอนไปยุโรปครั้งแรก ทั้งความเงอะงะ เดินหลงทางเอย  แต่ถ้าไม่ใช่คนที่อินเรื่องเที่ยวตปท ก็คงจะดูเรื่องนี้ผ่านๆไม่ได้เก็บมาในTOP5 เลยเข้าใจได้ว่าหนังไม่ได้ประสบความสำเร็จมาก  เพราะอาจจะเฉพาะกลุ่มไป

ใจจริงอยากตอบ ATM, กวนมึนโฮ, รถไฟฟ้าด้วย  เพราะมันก็มีความ nostralgia อยู่พอสมควร  แต่อยากยกเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครนึกถึงและบทดีๆ อย่าง แฟนเดย์, หนีตามฯลฯ มาบ้าง  แล้วของเพื่อนๆเป็นแบบไหนครับ แชร์กันๆ


cr. ภาพ จากเพจ ไปตามรอยหนังด้วยกันมั้ย
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่