🔥 รู้จักช่องแคบ (Straits) ที่สำคัญทั่วโลก

กระทู้สนทนา


ช่องแคบในการเดินเรือสมุทรเปรียบเสมือน "เส้นเลือดใหญ่" ของการค้าโลกครับ
แม้จะเป็นเพียงพื้นที่ทางน้ำแคบๆ ที่เชื่อมต่อทะเลหรือมหาสมุทรสองแห่งเข้าด้วยกัน
แต่ความสำคัญของมันนั้นมหาศาล ทั้งในเชิงเศรษฐกิจ การเมือง และความมั่นคง  
ช่วยให้เกิดการลดระยะเวลา  การประหยัดต้นทุนพลังงานขนส่ง เป็นต้น

เนื่องจากความแออัดของเรือในช่องแคบทำให้พื้นที่เหล่านี้มีความเสี่ยงสูงต่ออุบัติเหตุเรือชนกัน และปัญหาโจรสลัด
รวมถึงเป็นจุดที่เปราะบางมากหากเกิดความขัดแย้งระหว่างประเทศอีกด้วย วันนี้มารู้จักช่องแคบที่สำคัญๆกันครับ


1. ช่องแคบมะละกา (Strait of Malacca) เปรียบเสมือน “เส้นเลือดใหญ่” ที่สำคัญที่สุดของการค้าเชื่อมโยงเศรษฐกิจระหว่างยุโรปและตะวันออกกลาง
กับ ซีกโลกเอเชียตะวันออก
เส้นทางนี้ผ่านของเรือสินค้ากว่า 100,000 ลำ/ปี
และเป็นเส้นทางหลักที่นำน้ำมันจากตะวันออกกลางส่งไปยัง จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ประมาณกว่า 15-20 ล้านบาร์เรล/วัน


2. ช่องแคบฮอร์มุซ (Strait of Hormuz) เปรียบเสมือน “วาล์วน้ำมันของโลก"
น้ำมันดิบประมาณ 1 ใน 5 ของการบริโภคทั่วโลกต้องผ่านช่องแคบนี้
และหากจุดนี้ถูกปิดราคาพลังงานโลกจะพุ่งสูงขึ้นทันทีในไม่กี่ชั่วโมง

ช่องแคบนี้ตั้งอยู่ระหว่างประเทศอิหร่านกับโอมานและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  เป็นทางออกเดียวจากอ่าวเปอร์เซียสู่มหาสมุทรอินเดีย  
ซึ่งเป็นที่ตั้งของประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลก เช่น ซาอุดีอาระเบีย, อิรัก, คูเวต, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และกาตาร์  
ปริมาณน้ำมันที่ออกจากเส้นทางนี้ประมาณ 20 ล้านบาร์เรลต่อวัน
หรือคิดเป็นเกือบ 20-25% ของการบริโภคน้ำมันทั้งโลกรวมถึงก๊าซธรรมชาติอีกจำนวนมหาศาลอีกด้วย


3. คลองซูเอซ (Suez Canal) เปรียบเสมือน "ทางลัดมหัศจรรย์"
ที่ช่วยย่อระยะทางเดินเรือระหว่างยุโรปและเอเชียได้ถึง 7,000 - 9,000 กิโลเมตร (ไม่ต้องไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮปที่แอฟริกาใต้)
หรือช่วยลดเวลาเดินทางลงได้ประมาณ 10-14 วัน  
ตั้งอยู่ในประเทศอียิปต์ เป็นคลองที่ขุดขึ้นเพื่อเชื่อมระหว่างทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและทะเลแดงมีสินค้าอุปโภคบริโภค,
ส่วนประกอบรถยนต์, และพลังงานจากตะวันออกกลางไปยุโรป


4. ช่องแคบบับเอลมันเดบ (Bab el-Mandeb) เปรียบเสมือน "ประตูหลัง" ที่คุมทางเข้าทะเลแดง
เรือทุกลำที่จะไปคลองสุเอซจากฝั่งเอเชียต้องผ่านช่องแคบนี้  หากจุดนี้ถูกปิดคลองซูเอซจะกลายเป็นซอยตันทันที
ตั้งอยู่ระหว่าง เยเมน(คาบสมุทรอาหรับ) กับ จิบูตีและเอริเทรีย(แอฟริกาตะวันออก)
มีน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมประมาณ 6-8 ล้านบาร์เรลต่อวัน
จะไหลผ่านที่นี่พร้อมกับสินค้าคอนเทนเนอร์มหาศาลที่เชื่อมเอเชียกับยุโรป

5. ช่องแคบยิบรอลตาร์ (Strait of Gibraltar) เปรียบเสมือน "ประตูทิศตะวันตก" ที่เชื่อมต่อระหว่าง มหาสมุทรแอตแลนติก
กับ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ตั้งอยู่ระหว่างตอนใต้ของสเปน และ ยิบรอลตาร์(ดินแดนที่อยู่ภายใต้อธิปไตยและการดูแลของอังกฤษ)
กับตอนเหนือของประเทศโมร็อกโก เรือทุกลำที่มาจากอเมริกาหรือยุโรปเหนือ
เพื่อจะไปเอเชียผ่านคลองสุเอซต้องผ่านช่องแคบนี้  ซึ่งมีเรือผ่านประมาณ 100,000 ลำ/ปี (เฉลี่ยทุกๆ 5 นาทีจะมีเรือผ่าน 1 ลำ)

6. ช่องแคบตุรกี (Turkish Straits) เปรียบเสมือน “ประตูสู่ทะเลโลก”
เพราะเป็นทางออกเดียวของประเทศรอบทะเลดำอย่าง รัสเซีย, ยูเครน, โรมาเนีย, บัลแกเรีย และจอร์เจีย
เพื่อออกสู่โลกภายนอกซึ่งจะต้องพึ่งพาเส้นทางนี้ 100% ในการส่งสินค้าทางเรือออกสู่มหาสมุทร

โดยมีช่องแคบบอสฟอรัส ที่เป็นหนึ่งในเส้นทางขนส่งทางทะเลที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
มีสินค้าประเภทธัญพืชและข้าวสาลี จากยูเครนและรัสเซีย และเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบ  
ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากรัสเซียและทะเลแคสเปียนประมาณ 3 - 5 ล้านบาร์เรล/วัน

แหล่งที่มา : ภูมิศาสตร์ Brr.
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้

โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่