เมื่อ AI ถูกนำไปใช้ในกิจกรรมทางทหารของสหรัฐ อเมริกา

กระทู้ข่าว
บลูมเบิร์ก รายงานว่า OpenAI ตกลงที่จะนำโมเดลปัญญาประดิษฐ์ของตนเองไปใช้งานภายในเครือข่ายลับของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หลังจากที่คู่แข่งอย่าง Anthropic PBC ต้องมาเห็นความสัมพันธ์กับเพนตากอนพังทลายลงจากข้อกังวลเรื่องการสอดแนม (surveillance) และอาวุธอัตโนมัติ



แซม อัลท์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OpenAI กล่าวเมื่อค่ำวันศุกร์ว่า เขาบรรลุข้อตกลงกับกระทรวงฯ โดยข้อตกลงนี้สะท้อนหลักการของบริษัทที่ห้าม “การสอดแนมมวลชนภายในประเทศ และกำหนดให้ต้องมีความรับผิดชอบของมนุษย์ต่อการใช้กำลัง รวมถึงการใช้อาวุธอัตโนมัติ” เขาระบุด้วยว่า สตาร์ทอัพรายนี้ได้สร้างกลไกป้องกันขึ้นมาเพื่อให้แน่ใจว่าโมเดลของบริษัทจะทำงานได้อย่างถูกต้องตามที่ควรจะเป็นในการนำไปใช้งานครั้งนี้ โดยอัลท์แมนโพสต์ข้อความดังกล่าวบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X

OpenAI ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นว่าบริการที่บริษัทจะให้กับกระทรวงกลาโหมนั้นจะเข้าไปแทนที่งานที่ Anthropic เคยทำให้ก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะที่กระทรวงกลาโหมไม่ได้ตอบกลับคำร้องขอให้แสดงความคิดเห็นในค่ำวันศุกร์แต่อย่างใด

เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น เพนตากอนประกาศว่า Anthropic เป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อธุรกิจของบริษัท และยิ่งทำให้ความขัดแย้งระหว่างสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์รายนี้กับเจ้าหน้าที่ด้านกลาโหมรุนแรงขึ้นในประเด็นกลไกป้องกันการใช้เทคโนโลยีของบริษัท

OpenAI ตกลงที่จะให้นำโมเดลเอไอตนเองไปใช้งานภายในเครือข่ายลับของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ หลังจากที่คู่แข่ง Anthropic ขัดแย้งหนักกับเพนตากอน ทรัมป์สั่งยกเลิกใช้บริการ

บลูมเบิร์ก รายงานว่า OpenAI ตกลงที่จะนำโมเดลปัญญาประดิษฐ์ของตนเองไปใช้งานภายในเครือข่ายลับของกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หลังจากที่คู่แข่งอย่าง Anthropic PBC ต้องมาเห็นความสัมพันธ์กับเพนตากอนพังทลายลงจากข้อกังวลเรื่องการสอดแนม (surveillance) และอาวุธอัตโนมัติ

แซม อัลท์แมน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ OpenAI กล่าวเมื่อค่ำวันศุกร์ว่า เขาบรรลุข้อตกลงกับกระทรวงฯ โดยข้อตกลงนี้สะท้อนหลักการของบริษัทที่ห้าม “การสอดแนมมวลชนภายในประเทศ และกำหนดให้ต้องมีความรับผิดชอบของมนุษย์ต่อการใช้กำลัง รวมถึงการใช้อาวุธอัตโนมัติ” เขาระบุด้วยว่า สตาร์ทอัพรายนี้ได้สร้างกลไกป้องกันขึ้นมาเพื่อให้แน่ใจว่าโมเดลของบริษัทจะทำงานได้อย่างถูกต้องตามที่ควรจะเป็นในการนำไปใช้งานครั้งนี้ โดยอัลท์แมนโพสต์ข้อความดังกล่าวบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย X

OpenAI ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นว่าบริการที่บริษัทจะให้กับกระทรวงกลาโหมนั้นจะเข้าไปแทนที่งานที่ Anthropic เคยทำให้ก่อนหน้านี้หรือไม่ ขณะที่กระทรวงกลาโหมไม่ได้ตอบกลับคำร้องขอให้แสดงความคิดเห็นในค่ำวันศุกร์แต่อย่างใด

เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านั้น เพนตากอนประกาศว่า Anthropic เป็นความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างลึกซึ้งต่อธุรกิจของบริษัท และยิ่งทำให้ความขัดแย้งระหว่างสตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์รายนี้กับเจ้าหน้าที่ด้านกลาโหมรุนแรงขึ้นในประเด็นกลไกป้องกันการใช้เทคโนโลยีของบริษัท

กลาโหมเดือด Anthropic ทรัมป์สั่งเลิกใช้เอไอของAnthropic

ในโพสต์บน X พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ระบุกรอบเวลา 6 เดือนให้ Anthropic ส่งมอบบริการ AI ให้ผู้ให้บริการรายอื่น “นักรบของอเมริกาจะไม่มีวันตกเป็นตัวประกันของอำเภอใจเชิงอุดมการณ์ของบิ๊กเทค” เฮกเซธเขียน “การตัดสินใจนี้เป็นที่สิ้นสุดแล้ว” โพสต์ของเขาปรากฏขึ้นไม่นานหลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า เขากำลังสั่งให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางเลิกใช้บริการเอไอของ Anthropic

Anthropic ซึ่งกำหนดเงื่อนไขว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทจะต้องไม่ถูกนำไปใช้ในการสอดแนมชาวอเมริกัน หรือใช้โจมตีโดยไม่มีการมีส่วนร่วมของมนุษย์ ระบุเมื่อวันศุกร์ว่า “ไม่ว่ากระทรวงสงครามจะข่มขู่หรือโทษเรามากแค่ไหน ก็จะไม่ทำให้เรายอมเปลี่ยนจุดยืนในเรื่องการสอดแนมมวลชนภายในประเทศหรืออาวุธอัตโนมัติเต็มรูปแบบ”

คนใกล้ชิดสถานการณ์รายหนึ่งซึ่งไม่ขอเปิดเผยชื่อเพราะการเจรจายังไม่เป็นสาธารณะ กล่าวว่า กระทรวงกลาโหมได้ยื่นเงื่อนไขต่อ Anthropic เมื่อต้นสัปดาห์ โดยนำถ้อยคำบางส่วนที่บริษัทเสนอเกี่ยวกับการสอดแนมและความเป็นอิสระของระบบอัตโนมัติมาใส่ไว้ แต่ในมุมมองของ Anthropic ข้อเสนอเหล่านั้นยังไม่เพียงพอที่จะรับประกันว่ากระทรวงฯ จะไม่สามารถยกเลิกข้อจำกัดใด ๆ ได้เมื่อเห็นว่าสมควรทำเช่นนั้น

ที่มา https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1223188
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่