เมื่อ "ทรัมป์" ทำโลกตึงเครียด "สงคราม-ทองแพง" แต่ "พี่เต้ " ขอ“ก้าวล้ำ”นำความบันเทิง!


ข่าวปนคน คนปนข่าว

++ เมื่อ "ทรัมป์" ทำโลกตึงเครียด "สงคราม-ทองแพง" แต่ "พี่เต้ " ขอ“ก้าวล้ำ”นำความบันเทิง!

ในวันที่ " โดนัลด์ ทรัมป์" ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทำโลกเครียดด้วยสงคราม-ทองทะลุขึ้น 80,000 บาทไปแบบที่บรรดาแมงเม่าต้องมองตาปริบๆ ไหนจะราคาน้ำมัน ที่จ่อคิวปรับขึ้นอีก แต่โลกโซเชียลบ้านเราก็มีเรื่องอื่นเข้ามาเบี่ยงเบนความเครียดบ้าง
เมื่อ "พี่เต้" มงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ชิงพื้นที่สื่อโซเชียล ด้วยการเดินเข้าสำนักงาน กกต. เพื่อยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคทางเลือกใหม่ ภายหลังถูกปลดออกจากตำแหน่งเลขาธิการพรรคฯ และเตียมจดจัดตั้งพรรคใหม่ ที่มีชื่อสุดแสนจะอินเทรนด์ ว่า "พรรคก้าวล้ำ"

งานนี้มีที่มา หลังจากดรามาในพรรคเดิม "พี่เต้" ถูกสั่งพักงานตำแหน่งเลขาธิการพรรค เพราะไปร้องเรียนให้การเลือกตั้ง 2569 เป็นโมฆะ เจ้าตัวจึงไม่รอช้า ตัดสินใจ "ทิ้งบอมบ์" ลาออกพร้อมประกาศศักดา ตั้งพรรคเองเสียเลย

แว่วว่าชื่อ "ก้าวล้ำ" นี้ ตั้งใจขิงใส่พรรค "ก้าวไกล" เดิมแบบเห็นๆ ประมาณว่า ถ้า "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" และพวกแค่ก้าวไกล "มงคลกิตติ์" ต้อง "ก้าวล้ำ" ไปถึงอนาคต !

ก้าวล้ำจะก้าวไปไหนไม่รู้ แต่ดูนโยบายของพรรค "พี่เต้" เน้น

"บิวตี้ & ไซไฟ" เหมือนเดิม

ในเมื่อทองคำบาทละแปดหมื่น แมงเม่าเอื้อมไม่ถึง "พี่เต้" เลยจัดนโยบาย "ฉีดผิวขาวออร่าฟรีทั่วไทย" มาปลอบใจประชาชน ประมาณว่า ถึงจะไม่มีทองใส่ให้เหลืองอร่าม แต่ผิวพรรณต้องขาวกระจ่างใส สะท้อนแสงแดดเมืองไทยไว้ก่อน

เล่นเอาโซเชียลครึกครื้นกับนโยบายใหม่นี้กันใหญ่!

ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ก่อนนี้ "พี่เต้" โชว์วิสัยทัศน์ระดับ Sci-Fi เข็นโปรเจกต์ "รถบินได้" จากแดนมังกร มาแก้ปัญหารถติดในกรุงเทพฯ

ใครที่เคยบ่นเรื่องรถติดบนถนนวิภาวดี เตรียมตัวติดบนฟ้ากันได้เลย

แถมยังตอกย้ำความ “รักษ์โลก” ด้วยนโยบาย "คลองแสนแสบดื่มได้" และการตั้ง "กาสิโนขนาดย่อม" นำรายได้ทำสวัสดิการรัฐ เรียกว่าจัดเต็มแบบ "บิวตี้แอนด์เดอะเทค" มาให้เสร็จสรรพ จนชาวเน็ตลืมเครียดเรื่องสงคราม-ทองแพง ค่าน้ำมันที่จะวิกฤตไปชั่วขณะ

ต้องบอกว่า ความสามารถในการชิงพื้นที่สื่อของ "พี่เต้" นั้นต้องยอมรับว่าตอนนี้เข้าขั้นระดับ "มาสเตอร์พีซ"

เพราะในขณะที่สื่อโลกรายงานเรื่องขีปนาวุธ "พี่เต้" กลับเรียกแสงสปอตไลต์ ด้วยนโยบายที่ฟังแล้วต้องถามกันวุ่นวายในโลกโซเชียล ถือเป็นการเบี่ยงเบนความสนใจจากความเครียดระดับโลก มาสู่ความบันเทิงอย่างแยบยล

ที่สำคัญ "พี่เต้" ว่าที่หัวหน้าพรรคก้าวล้ำ รับประกันว่าลิสต์นโยบายที่เสนอ คอนเฟิร์มว่า ทำจริงซะด้วย!!

สรุปว่าในวันที่โลกหมองหม่น ระทมเศร้า...เรายังมี "พี่เต้"

การกลับมาของ “พี่เต้” ในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวล้ำ สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ว่าโลกจะเผชิญวิกฤตหนักเพียงใด หรือราคาทองคำจะพุ่งไปถึงแสนบาทจนน่าตกใจแค่ไหน แต่สังคมไทยยังคงมีพื้นที่ให้กับ "ตัวตึง" ที่คอยสร้างสีสัน และรอยยิ้มได้เสมอ

งานนี้ต้องรอดูว่า กกต. จะรับรองพรรคเมื่อไหร่ และนโยบาย "ฉีดผิวขาว" จะเริ่มใช้กับสมาชิกพรรคก่อนเป็นอันดับแรก หรือไม่ ?
แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ "พี่เต้ 007" ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ชื่อพรรคอาจจะเปลี่ยนไป แต่ "ดีเอ็นเอตัวตึง" ของเจ้าตัวนั้น ยังคงอยู่ครบถ้วน และ "ก้าวล้ำ" นำหน้าเกินกว่าที่มนุษย์ปกติจะจินตนาการถึงจริงๆ!

++ “ภูมิใจไทย” อู้ฟู่ แชมป์เงินบริจาคพรรคการเมือง 2 เดือน 124 ล้าน

แนวคิดเรื่อง “เงินบริจาคพรรคการเมือง” นอกจากเป็นช่องทางให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมทางการเมือง เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรม พัฒนานโยบาย และหาเสียงแข่งขัน โดยไม่ต้องพึ่งพาทุนจากรายใหญ่เพียงอย่างเดียว เป็นการช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกครอบงำ อีกทั้งยังนำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้

เงินบริจาคพรรคการเมือง ยังเป็นตัวชี้วัดความนิยม และแนวโน้มการแพ้ชนะในการเลือกตั้งด้วย

อย่างเช่น การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมานี้ หากย้อนกลับไปดูยอดเงินบริจาคของแต่ละพรรคการเมือง ก็จะพบว่า พรรคภูมิใจไทย มียอดเงินที่ได้รับบริจากชนิดที่ว่า “พุ่งพรวด”

จากการสรุปของ กกต. จะเห็นว่า ยอดเงินบริจาคประจำเดือน พ.ย.68 ที่ผ่านมานั้น ในภาพรวมมียอดบริจาคทั้งสิ้น 82,020,680 บาท

แชมป์ประจำเดือน พ.ย.68 คือ พรรคภูมิใจไทย ได้ 58 ล้านบาท จากผู้บริจาค 109 คน รองลงมาคือ พรรคประชาธิปัตย์ ยอด 6,140,000 บาท จากผู้บริจาค 22 ราย ถัดมาเป็น พรรคไทยก้าวใหม่ ที่มี “ดร.เอ้” สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ เป็นหัวหน้าพรรค ได้รับเงินบริจาค 5.4 ล้านบาท จากผู้บริจาค 2 ราย ถัดมาคือ พลังประชารัฐ ได้ 4,645,000 บาท จากผู้บริจาคเพียงรายเดียว

ส่วนพรรคอื่น ๆ ที่น่าสนใจ เช่น พรรคประชาชน ได้ 1,509,300 บาท พรรคกล้าธรรม ได้ 1,150,000 บาท จากผู้บริจาค 1 ราย พรรคโอกาสใหม่ ได้1,125,000 บาท จากผู้บริจาค 2 ราย เป็นต้น

ที่ไม่น่าเชื่อคือ พรรคเพื่อไทย มีผู้บริจาคเพียง 1 คน เป็นเงิน 10,000 บาทเท่านั้น!!

ล่าสุด กกต.เพิ่งสรุปยอดเงินบริจาคพรรคการเมืองประจำเดือน ธ.ค. 68 ในภาพรวมมียอดเงินบริจาค187,378,512.46 บาท
ปรากฏว่า พรรคภูมิใจไทย ก็ยังครองแชมป์ด้วยจำนวนเงิน 66,249,900 บาท จากผู้บริจาค 160 คน

อันดับ 2 ที่ตามมาเป็น พรรคเพื่อไทย 28,500,000 บาท อันดับ 3 พรรคไทยก้าวใหม่ 21,200,000 บาท จากผู้บริจาค 4 คน 4. พรรคประชาธิปัตย์ 14,850,000 บาท จากผู้บริจาค 7 คน 5.พรรคโอกาสใหม่ 10,300,000 บาท จากผู้บริจาค 8 คน 6.พรรคเสรีรวมไทย 10,100,000 บาท จากผู้บริจาค 2 คน 7.พรรคประชาชน 7,937,942 บาท จากผู้บริจาค 580 คน 8. พรรคพลังประชารัฐ 4,730,000 บาท จากผู้บริจาค 1 คน 9. พรรคไทยสร้างไทย 4,410,900 บาท จากผู้บริจาค 10 คน และ 10. พรรคปวงชนไทย 2,793,710 บาท จากผู้บริจาค 3 คน

การที่ยอดเงินบริจาคของเดือนธ.ค. ของทุกพรรค สูงกว่าทุกเดือนที่ผ่านๆ มา เนื่องจากมีการประกาศยุสภา เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.68 และเข้าสู่โหมดเลือกตั้งใหม่

เมื่อลงไปดูในรายละเอียดพบว่า เงินบริจาคของ พรรคภูมิใจไทย ส่วนใหญ่มาจากสมาชิกพรรคแล้ว ยังมีกลุ่มทุนจากบริษัทเอกชน ร่วมลงขัน อาทิ หจก.ไทยเจริญศรีสะเกษ 5 ล้านบาท, บริษัท เอชอาร์.ไดเจสท์ 5 ล้านบาท , บริษัท ยูซีไอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด 2 ล้านบาท , นายวีระพงษ์ สิรินิลกุล 2 ล้านบาท นายเจริญสิน สุขสำราญ 2 ล้านบาท นายบดินทร์ ธัญเดช 1,999,900 บาท เป็นต้น

ส่วนพรรคเพื่อไทย ผู้บริจาค อาทิ น.ส.ศรีวรรณ รักตพงศ์ไพศาล 3 ล้านบาท, นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล 7 ล้านบาท , นายโกมล จึงรุ่งเรืองกิจ พี่ชายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ 8.5 ล้านบาท, นายสรรเสริญ จุฬางกูร พี่ชายนายสุริยะ อีก 10 ล้านบาท
ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้รับ 14,850,000 บาท มีผู้บริจาคที่น่าสนใจ อาทิ นายณัฏฐกิตติ์ เขตตระการ 1 ล้านบาท, บริษัท อารีย์ชัย วู้ดเทค จำกัด 2 แสนบาท, บริษัท กรุงเทพ ทาวเวอร์ (1999) จำกัด 4.5 ล้านบาท, บริษัท โชคชัยพิบูล จำกัด 4.5 ล้านบาท. บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) 4.5 ล้านบาท

พรรคพลังประชารัฐ ผู้บริจาครายเดียว คือ นายอาทิตย์ เล่าสกุล สถาปนิก จำนวนเงิน 4,730,000 บาท

พรรคไทยก้าวใหม่ ได้รับการบริจาคเงิน 21 ล้านบาท มาจาก “คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช” ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรค 10 ล้านบาท นายโชติ โสภณพนิช สามีคุณหญิงกัลยา 10 ล้านบาท และ นายก้องเกียรติ กรสูต 1.2 ล้านบาท

แต่เป็นที่น่าเสียดายว่า พรรคไทยก้าวใหม่ ที่มี “ดร.เอ้ สุชัชวีร์” เป็นหัวหน้าพรรค ชูนโยบายปฏิรูปการศึกษา กลับม่าประสบผลสำเร็จในการเลือกตั้ง ทั้งสสเขต และ ระบบบัญชีรายชื่อ

ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ที่ชนะเลือกตั้งในครั้งนี้ ปรากฏว่าในช่วง 2 เดือน รับเงินบริจาคไปกว่า 124 ล้านบาท!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่