เกลิ่นก่อนว่าผม
อยากแชร์ประสบการณ์ชีวิตช่วง 3-4 ปี มานี้ที่สุดโต่ง ในวัยผู้ใหญ่ฝึกหัด
ใครอ่านแล้วคิดอย่างไร ได้อะไรคอมเม้นกันได้ครับ (เรื่องจริงทั้งหมดครับ แต่มีบ้างอย่างไม่สามารถลงรายเอียดได้ 100 เปอเซ็นต์)
ผมจบ ปวช. ตอนอายุ 18 ปีตรง ๆ แล้วเข้าทำงานบริษัทเกมคริปโต บริษัทนั้นไปได้ไม่นานก็ปิดกิจการเกือบถาวร ไอเดียเกมค่อนข้างมีมิติ คล้ายระบบหมุนเวียนทรัพย์สินของผู้เล่นไปเรื่อย ๆ กำไรตลอด เหมือนวงแชร์แต่มีมิติหลากหลายกว่า
แต่ปัญหาคือทีมพัฒนาไอทีทำเกมออกมาไม่ถึงเป้า มีบั๊กเพียบ และที่แย่ที่สุดคือเกมนี้ใช้เงินจริงกับคริปโตในการเล่น พอมีจุดบกพร่องเรื่องการเงิน มันเลยแรงมาก (เหมือนธนาคารที่พลาดไม่ได้แม้แต่สตางค์เดียว) ทำให้ทั้งผู้เล่น เจ้าของ และคนทำงานปวดใจกันหมด ทุกคนอยากได้กำไร แต่สุดท้ายแนวคิด ระบบ คน และปัจจัยอื่น ๆ มันไม่ลงตัว บริษัทเลยล้ม
ช่วงท้าย ๆ ผมเองก็ผิดพลาดหนัก โดนล้างพอร์ตหมดเพราะคำนวณผิดพลาด บวกกับราคาคริปโตที่สวิงแรงมาก โดยเฉพาะตอน LUNA แตกสลาย เงินเก็บที่หาได้ทั้งหมดหายวับไปในชั่วพริบตา ผมฟุ้งซ่านสุด ๆ และช่วงเดียวกันนี้ผมก็เลิกกับแฟน
น้องเป็นเด็กกำลังจะจบ ม.6 อยู่ขอนแก่น บ้านทำธุรกิจขายสมาร์ทโฟนร้านใหญ่ บ้านหลังโต มีรถสปอร์ต ส่วนผมเป็นเด็กบ้านนอกที่ย้ายมาโตกรุงเทพตั้งแต่ประถม ทรัพย์สินบ้านอยู่ระดับกลาง ๆ บางทีก็ขัดสน ไม่คู่ควรกันเลยก็ว่าได้
พอพอร์ตแตก ผมตัดสินใจเลิกกับน้องเอง แต่พอดีน้องทะเลาะกับแม่ แล้วพยายามทำร้ายตัวเองด้วยการกินยาเป็นจำนวนมาก จนสติเรือนราง หลังจากนั้นน้องมาบอกผม ผมเลยทักไปหาแม่น้อง มีการโต้เถียงกันเรื่องความคิดเห็น แม่เลยเริ่มกีดกันและดูถูกผมว่าเป็นเด็กแว้น ไร้อนาคต ผมจุกมาก แต่ก็ไม่ได้โกรธ เพราะผมมั่นใจในแผนชีวิตตัวเองอยู่แล้ว กลับกันแม่กลับโกรธผมแทนและพยายามตัดค่าขนมของน้อง ผมเลยโอนเงินให้น้องบ้างตามที่ตัวเองมี (ไม่มาก) แต่ไม่ได้บอกรายละเอียด แล้วค่อย ๆ ถอนตัวออกมาเรื่อย ๆ จนบอกเลิกได้ ทั้งที่ใจยังไม่พร้อม
เพราะตอนนั้นผมถูกกดดันหนัก งานหาย เงินหาย และไม่อยากให้ครอบครัวน้องแตกแยกเพราะผม ผมเคยเจ็บกับเรื่องครอบครัวตัวเองมาแล้วหลายครั้ง เลย Sensitive มากกับเรื่องนี้
หลังเลิกกันได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์ ผมไปส่อง X ของน้อง เห็นน้องเพ้อถึงใครบางคน ผมยังดีใจคิดว่าน้องยังคิดถึงผมอยู่ ที่ไหนได้… น้องกลับไปชอบคนชื่อ “บอล” (SORAWIT) ว่าหนุ่มน่ารัก
พอรู้ความจริง โลกที่เคยมีสีสันในสายตาผมกลายเป็นภาพขาวดำทันที ขาของผมอ่อนแรงจนล้มลงกับพื้นเป็นครั้งแรกในชีวิตเพราะอกหัก (เคยอกหักมาก่อนแต่ไม่เคยเจ็บขนาดนี้) ผมเพิ่งเข้าใจว่าความรักมันสามารถทำให้คนเราตกนรกได้จริง ๆ
ผมปล่อยตัวเองอยู่ในห้องเป็นเดือน ผมยาวเหยียดไม่ยอมตัด จนแม่กับพี่สาวตัดสินใจส่งผมไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่
ผมเข้าเรียนที่ Greenwich College, Sydney คอร์ส General English แล้วจบ Certificate IV สาขา Business (Computer)
วันแรกที่ออสเตรเลีย พี่สาวมารับที่สนามบินแล้วพาไปหาลุงจิต ลุงสูงอายุใจดีที่ทำบุญเป็นประจำ ลุงให้พักฟรีที่บ้านระหว่างรอหาห้อง แต่ลุงก็พาผมไปทำงานที่ร้านอาหารย่านนั้นด้วย ขัดส้วม ขัดห้องน้ำ กวาดถู โต๊ะ ทำความสะอาดโซนเครื่องดื่ม น้ำโค้กฟรีไม่อั้น (แต่เป็นจากก๊อก ไม่ใช่กระป๋อง) ผมช็อกกับชีวิตตัวเองมาก เพราะเพิ่งทำงานสายคอมมาได้แป๊บเดียว กลับมาต้องใช้แรงงานอีก (เคยทำร้านอาหารที่ไทยช่วงปิดเทอม)
พี่สาวเห็นผมไม่ไหวเลยรีบหาห้องให้ ผมเลยย้ายออกทันทีหลังทำได้ 3-4 วัน
พี่สาวเคยใช้ชีวิตที่นั่นมาก่อน จึงคอยจัดการทุกอย่างให้ผมเหมือนดูแลลูกวัย 3 ขวบในร่าง 18-19 ผมเลยตั้งใจเรียนเต็มที่ทุกครั้ง (ถึงจะโดดบ้างบางคาบ) และเรียนได้เร็วมากเมื่อเทียบกับคนรุ่นเดียวกัน
แต่แล้วผมก็เจอ “ชายแห่งโชคชะตา” คือรุ่นพี่ชื่อตอง ในห้องเรียนภาษาเดียวกัน เขาแนะนำให้รู้จักสารเสพติดคริสตัลเมธ ตั้งแต่นั้นการเรียนและงานโรงงานที่พี่หาให้ก็พังทลายลง
ช่วงนั้นผมเริ่มมีอาการซึมเศร้าเพราะนอนน้อย ทำงานหนัก คิดถึงความรักเก่า ๆ (ถึงจะมีคุยกับคนอื่นบ้าง เช่น เด็กลูกครึ่งอิตาลีที่เจอออนไลน์) จนกระทั่งเจอผู้หญิงที่ผมรู้สึกว่า “เป็นมนุษย์มากที่สุด” ผมคบกับเธอ แต่สุดท้ายผมทำร้ายเธอด้วยโทสะ อีโก้ และความเผด็จการ (ผลข้างเคียงจากยา) จนต้องติดคุกครั้งแรก
ผมสำนึกผิดอย่างหนัก เธอเลือกไม่รอผมและมีคนใหม่ขณะที่ผมยังอยู่ในคุก ผมสาบานกับตัวเองว่าจะแต่งงานกับเธอเพื่อชดเชย แต่ก็สายเกินไป เหมือนเพลง Let Her Go ผมกลายเป็นคนโดดเดี่ยวสิ้นหวัง ห้องในใจที่เคยมืดและเงียบ กลายเป็นห้องที่เต็มไปด้วยเสียงโหยหวน
ผมเคยฝ่าฝืนคำสั่งห้ามเจอเธอหลังได้รับหมายศาล จนเพื่อนในห้องเธอโทรเรียกตำรวจ ผมโดนฝากขังทันที
ภาคที่ 2: กรงขังที่ไร้เสียง และความตายที่ยังมีลมหายใจ
คุกที่ทรมานที่สุดไม่ใช่ลูกกรงเหล็ก แต่คือความฟุ้งซ่านที่เธอมีคนใหม่แล้ว หลังรอตัดสิน 3 เดือน ศาลให้โอกาส ผมไม่ต้องจำคุกและได้รับอิสรภาพ
ผมรีบไปหาเธอทันที แต่เธอบอกตรง ๆ ว่า “ฉันไม่ได้มีแค่เราสองคนอีกต่อไปแล้ว” โลกผมพังทลายอีกครั้ง
วันนั้นผมขึ้นห้องกับรุ่นพี่คนหนึ่ง ผมใช้จังหวะที่เขาออกไป ผูกคอตัวเองในห้องน้ำโรงแรม แต่ใจเสาะ ผ้าสั้น และผมก็ไม่ได้อยากตายจริง ๆ สุดท้ายเลยรอด แต่ช่วงนั้นผมขาดอากาศหายใจไปพักหนึ่ง ทรมานมาก
ตอนนั้นผมได้ยินเสียงใครบางคนกระซิบข้างหูว่า “ถ้าอยากตาย ร่างนี้กูขอนะ” นั่นทำให้ผมมั่นใจว่าตัวเองตายไปแล้วในทางจิตใจ และอาจมีบุคลิกภาพอีกคนซ่อนอยู่ ผมเลยใช้ “อีกคน” เป็นข้ออ้างหนีความจริง
หลังจากนั้นผมเจอผู้หญิงอีกคนที่สงสารและให้กำลังใจผม เธอทำให้ผมอยากมีชีวิตต่อ แต่สุดท้ายผมก็พลาดอีกครั้ง ติดคุกครั้งที่สองในข้อหาพกมีดในที่สาธารณะ (ผมหยิบมาเพราะกลัวอันตรายในย่านขี้ยาและโจร)
ศาลตัดสินหนัก 9 เดือน
ในคุกครั้งที่สอง ผมเจอคนหลากหลายประเภท ผมปะทะกับชาวมุสลิมรุ่นใหญ่ (โดนสาดกาแฟร้อน) แล้วใช้มวยไทยสู้ หลังจบกลับจับมือกันได้ ผมเลยเป็นที่ยอมรับ
ต่อมาก็ปะทะกับชาวพื้นเมืองออสเตรเลียที่อยากยึดของผมเพราะผมมีอาหารเยอะ ผมสู้สุดใจจนตาบวม แต่สุดท้ายเขายอมเพราะเห็นใจสู้ของผม
เรื่องปะทะดังไปทั่ว ผมถูกย้ายไปคุกที่มีคนเอเชียเยอะ กลายเป็นมือขวาของบอสใหญ่จากจีนแผ่นดินใหญ่ มีกินมีใช้ ส่งเงินให้สาวข้างนอกได้บ้างแต่หากว่าชีวิตหลังจากปล่อยตัวนั้น ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่หลายคนคิด มีทั้งเรื่องดีและร้ายปนเปกันไปตลอดทาง บางวันดีขึ้น บางวันยังเจ็บปวด บางวันก็ต้องสู้กับตัวเองใหม่
และในปัจจุบัน (ปี 2026) ผมกำลังรอเข้ารับราชการเกณฑ์ทหารของไทย เพื่อรับใช้ชาติต่อไป ในฐานะคนที่เคยผ่านความมืดมิดมาแล้ว และพร้อมจะเริ่มต้นใหม่ด้วยหน้าที่ของคนไทยคนหนึ่งหลักผ่านเกณ ถ้าเป็นไปได้ผมเองก็อยากไปรบ อยู่แนวหน้า หลักจากเสร็จสิ้น ภารกิจนี้ ผมน่าจะกลับตจวไปช่วยที่บ้านเรื่องการเกษตร สวนทุเรียน ครับ
นักศึกษาติดคุกที่เมืองนอกประเทศออสเตเลีย
อยากแชร์ประสบการณ์ชีวิตช่วง 3-4 ปี มานี้ที่สุดโต่ง ในวัยผู้ใหญ่ฝึกหัด
ใครอ่านแล้วคิดอย่างไร ได้อะไรคอมเม้นกันได้ครับ (เรื่องจริงทั้งหมดครับ แต่มีบ้างอย่างไม่สามารถลงรายเอียดได้ 100 เปอเซ็นต์)
ผมจบ ปวช. ตอนอายุ 18 ปีตรง ๆ แล้วเข้าทำงานบริษัทเกมคริปโต บริษัทนั้นไปได้ไม่นานก็ปิดกิจการเกือบถาวร ไอเดียเกมค่อนข้างมีมิติ คล้ายระบบหมุนเวียนทรัพย์สินของผู้เล่นไปเรื่อย ๆ กำไรตลอด เหมือนวงแชร์แต่มีมิติหลากหลายกว่า
แต่ปัญหาคือทีมพัฒนาไอทีทำเกมออกมาไม่ถึงเป้า มีบั๊กเพียบ และที่แย่ที่สุดคือเกมนี้ใช้เงินจริงกับคริปโตในการเล่น พอมีจุดบกพร่องเรื่องการเงิน มันเลยแรงมาก (เหมือนธนาคารที่พลาดไม่ได้แม้แต่สตางค์เดียว) ทำให้ทั้งผู้เล่น เจ้าของ และคนทำงานปวดใจกันหมด ทุกคนอยากได้กำไร แต่สุดท้ายแนวคิด ระบบ คน และปัจจัยอื่น ๆ มันไม่ลงตัว บริษัทเลยล้ม
ช่วงท้าย ๆ ผมเองก็ผิดพลาดหนัก โดนล้างพอร์ตหมดเพราะคำนวณผิดพลาด บวกกับราคาคริปโตที่สวิงแรงมาก โดยเฉพาะตอน LUNA แตกสลาย เงินเก็บที่หาได้ทั้งหมดหายวับไปในชั่วพริบตา ผมฟุ้งซ่านสุด ๆ และช่วงเดียวกันนี้ผมก็เลิกกับแฟน
น้องเป็นเด็กกำลังจะจบ ม.6 อยู่ขอนแก่น บ้านทำธุรกิจขายสมาร์ทโฟนร้านใหญ่ บ้านหลังโต มีรถสปอร์ต ส่วนผมเป็นเด็กบ้านนอกที่ย้ายมาโตกรุงเทพตั้งแต่ประถม ทรัพย์สินบ้านอยู่ระดับกลาง ๆ บางทีก็ขัดสน ไม่คู่ควรกันเลยก็ว่าได้
พอพอร์ตแตก ผมตัดสินใจเลิกกับน้องเอง แต่พอดีน้องทะเลาะกับแม่ แล้วพยายามทำร้ายตัวเองด้วยการกินยาเป็นจำนวนมาก จนสติเรือนราง หลังจากนั้นน้องมาบอกผม ผมเลยทักไปหาแม่น้อง มีการโต้เถียงกันเรื่องความคิดเห็น แม่เลยเริ่มกีดกันและดูถูกผมว่าเป็นเด็กแว้น ไร้อนาคต ผมจุกมาก แต่ก็ไม่ได้โกรธ เพราะผมมั่นใจในแผนชีวิตตัวเองอยู่แล้ว กลับกันแม่กลับโกรธผมแทนและพยายามตัดค่าขนมของน้อง ผมเลยโอนเงินให้น้องบ้างตามที่ตัวเองมี (ไม่มาก) แต่ไม่ได้บอกรายละเอียด แล้วค่อย ๆ ถอนตัวออกมาเรื่อย ๆ จนบอกเลิกได้ ทั้งที่ใจยังไม่พร้อม
เพราะตอนนั้นผมถูกกดดันหนัก งานหาย เงินหาย และไม่อยากให้ครอบครัวน้องแตกแยกเพราะผม ผมเคยเจ็บกับเรื่องครอบครัวตัวเองมาแล้วหลายครั้ง เลย Sensitive มากกับเรื่องนี้
หลังเลิกกันได้ประมาณหนึ่งอาทิตย์ ผมไปส่อง X ของน้อง เห็นน้องเพ้อถึงใครบางคน ผมยังดีใจคิดว่าน้องยังคิดถึงผมอยู่ ที่ไหนได้… น้องกลับไปชอบคนชื่อ “บอล” (SORAWIT) ว่าหนุ่มน่ารัก
พอรู้ความจริง โลกที่เคยมีสีสันในสายตาผมกลายเป็นภาพขาวดำทันที ขาของผมอ่อนแรงจนล้มลงกับพื้นเป็นครั้งแรกในชีวิตเพราะอกหัก (เคยอกหักมาก่อนแต่ไม่เคยเจ็บขนาดนี้) ผมเพิ่งเข้าใจว่าความรักมันสามารถทำให้คนเราตกนรกได้จริง ๆ
ผมปล่อยตัวเองอยู่ในห้องเป็นเดือน ผมยาวเหยียดไม่ยอมตัด จนแม่กับพี่สาวตัดสินใจส่งผมไปเรียนต่อที่ออสเตรเลีย เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่
ผมเข้าเรียนที่ Greenwich College, Sydney คอร์ส General English แล้วจบ Certificate IV สาขา Business (Computer)
วันแรกที่ออสเตรเลีย พี่สาวมารับที่สนามบินแล้วพาไปหาลุงจิต ลุงสูงอายุใจดีที่ทำบุญเป็นประจำ ลุงให้พักฟรีที่บ้านระหว่างรอหาห้อง แต่ลุงก็พาผมไปทำงานที่ร้านอาหารย่านนั้นด้วย ขัดส้วม ขัดห้องน้ำ กวาดถู โต๊ะ ทำความสะอาดโซนเครื่องดื่ม น้ำโค้กฟรีไม่อั้น (แต่เป็นจากก๊อก ไม่ใช่กระป๋อง) ผมช็อกกับชีวิตตัวเองมาก เพราะเพิ่งทำงานสายคอมมาได้แป๊บเดียว กลับมาต้องใช้แรงงานอีก (เคยทำร้านอาหารที่ไทยช่วงปิดเทอม)
พี่สาวเห็นผมไม่ไหวเลยรีบหาห้องให้ ผมเลยย้ายออกทันทีหลังทำได้ 3-4 วัน
พี่สาวเคยใช้ชีวิตที่นั่นมาก่อน จึงคอยจัดการทุกอย่างให้ผมเหมือนดูแลลูกวัย 3 ขวบในร่าง 18-19 ผมเลยตั้งใจเรียนเต็มที่ทุกครั้ง (ถึงจะโดดบ้างบางคาบ) และเรียนได้เร็วมากเมื่อเทียบกับคนรุ่นเดียวกัน
แต่แล้วผมก็เจอ “ชายแห่งโชคชะตา” คือรุ่นพี่ชื่อตอง ในห้องเรียนภาษาเดียวกัน เขาแนะนำให้รู้จักสารเสพติดคริสตัลเมธ ตั้งแต่นั้นการเรียนและงานโรงงานที่พี่หาให้ก็พังทลายลง
ช่วงนั้นผมเริ่มมีอาการซึมเศร้าเพราะนอนน้อย ทำงานหนัก คิดถึงความรักเก่า ๆ (ถึงจะมีคุยกับคนอื่นบ้าง เช่น เด็กลูกครึ่งอิตาลีที่เจอออนไลน์) จนกระทั่งเจอผู้หญิงที่ผมรู้สึกว่า “เป็นมนุษย์มากที่สุด” ผมคบกับเธอ แต่สุดท้ายผมทำร้ายเธอด้วยโทสะ อีโก้ และความเผด็จการ (ผลข้างเคียงจากยา) จนต้องติดคุกครั้งแรก
ผมสำนึกผิดอย่างหนัก เธอเลือกไม่รอผมและมีคนใหม่ขณะที่ผมยังอยู่ในคุก ผมสาบานกับตัวเองว่าจะแต่งงานกับเธอเพื่อชดเชย แต่ก็สายเกินไป เหมือนเพลง Let Her Go ผมกลายเป็นคนโดดเดี่ยวสิ้นหวัง ห้องในใจที่เคยมืดและเงียบ กลายเป็นห้องที่เต็มไปด้วยเสียงโหยหวน
ผมเคยฝ่าฝืนคำสั่งห้ามเจอเธอหลังได้รับหมายศาล จนเพื่อนในห้องเธอโทรเรียกตำรวจ ผมโดนฝากขังทันที
ภาคที่ 2: กรงขังที่ไร้เสียง และความตายที่ยังมีลมหายใจ
คุกที่ทรมานที่สุดไม่ใช่ลูกกรงเหล็ก แต่คือความฟุ้งซ่านที่เธอมีคนใหม่แล้ว หลังรอตัดสิน 3 เดือน ศาลให้โอกาส ผมไม่ต้องจำคุกและได้รับอิสรภาพ
ผมรีบไปหาเธอทันที แต่เธอบอกตรง ๆ ว่า “ฉันไม่ได้มีแค่เราสองคนอีกต่อไปแล้ว” โลกผมพังทลายอีกครั้ง
วันนั้นผมขึ้นห้องกับรุ่นพี่คนหนึ่ง ผมใช้จังหวะที่เขาออกไป ผูกคอตัวเองในห้องน้ำโรงแรม แต่ใจเสาะ ผ้าสั้น และผมก็ไม่ได้อยากตายจริง ๆ สุดท้ายเลยรอด แต่ช่วงนั้นผมขาดอากาศหายใจไปพักหนึ่ง ทรมานมาก
ตอนนั้นผมได้ยินเสียงใครบางคนกระซิบข้างหูว่า “ถ้าอยากตาย ร่างนี้กูขอนะ” นั่นทำให้ผมมั่นใจว่าตัวเองตายไปแล้วในทางจิตใจ และอาจมีบุคลิกภาพอีกคนซ่อนอยู่ ผมเลยใช้ “อีกคน” เป็นข้ออ้างหนีความจริง
หลังจากนั้นผมเจอผู้หญิงอีกคนที่สงสารและให้กำลังใจผม เธอทำให้ผมอยากมีชีวิตต่อ แต่สุดท้ายผมก็พลาดอีกครั้ง ติดคุกครั้งที่สองในข้อหาพกมีดในที่สาธารณะ (ผมหยิบมาเพราะกลัวอันตรายในย่านขี้ยาและโจร)
ศาลตัดสินหนัก 9 เดือน
ในคุกครั้งที่สอง ผมเจอคนหลากหลายประเภท ผมปะทะกับชาวมุสลิมรุ่นใหญ่ (โดนสาดกาแฟร้อน) แล้วใช้มวยไทยสู้ หลังจบกลับจับมือกันได้ ผมเลยเป็นที่ยอมรับ
ต่อมาก็ปะทะกับชาวพื้นเมืองออสเตรเลียที่อยากยึดของผมเพราะผมมีอาหารเยอะ ผมสู้สุดใจจนตาบวม แต่สุดท้ายเขายอมเพราะเห็นใจสู้ของผม
เรื่องปะทะดังไปทั่ว ผมถูกย้ายไปคุกที่มีคนเอเชียเยอะ กลายเป็นมือขวาของบอสใหญ่จากจีนแผ่นดินใหญ่ มีกินมีใช้ ส่งเงินให้สาวข้างนอกได้บ้างแต่หากว่าชีวิตหลังจากปล่อยตัวนั้น ก็ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่หลายคนคิด มีทั้งเรื่องดีและร้ายปนเปกันไปตลอดทาง บางวันดีขึ้น บางวันยังเจ็บปวด บางวันก็ต้องสู้กับตัวเองใหม่
และในปัจจุบัน (ปี 2026) ผมกำลังรอเข้ารับราชการเกณฑ์ทหารของไทย เพื่อรับใช้ชาติต่อไป ในฐานะคนที่เคยผ่านความมืดมิดมาแล้ว และพร้อมจะเริ่มต้นใหม่ด้วยหน้าที่ของคนไทยคนหนึ่งหลักผ่านเกณ ถ้าเป็นไปได้ผมเองก็อยากไปรบ อยู่แนวหน้า หลักจากเสร็จสิ้น ภารกิจนี้ ผมน่าจะกลับตจวไปช่วยที่บ้านเรื่องการเกษตร สวนทุเรียน ครับ