แค่อยากแชร์ประสบการณ์ครับ เพราะไม่รู้จะไปคุยกับใครได้
ตอนนั้นผมกำลังขับออกจากดีแคทลอนรังสิต ซึ่งตอนนั้นเลนติดฟุตบาทมีรถจอดอยู่ทั้งสองฝั่งข้างทางออก ฝั่งซ้ายมีรถคอก ส่วนฝั่งขวามีรถประจำทางสองชั้นจอดอยู่ (ไม่ได้จอดรับผู้โดยสาร แค่จอดเฉยๆ เลย)
ด้านซ้ายถัดจากรถคอกไปอีกคือปากทางเข้าปั้มน้ำมัน ฉะนั้นทางออกของดีแคทลอน บางครั้งก็ออกยากเพราะรถจากเลนติดฟุตบาทและเลนสองก็จะขับมาออกันเข้าปั้ม
ก่อนจะไปถึงทางออก ผมเลยพยายามมองจากระยะห่างเพื่อดูว่าที่เลนสองมีรถมั้ย และฝั่งซ้ายมีวินย้อนศรหรือเปล่า
ดีแคทลอนรังสิตเป็นทางย้อนศรสำหรับเด็กที่จะไปเรียนที่ม.กรุงเทพ ฉะนั้นวินจะเยอะมาก
พอมั่นใจระดับนึงว่ายังไม่มีทั้งรถทั้งวิน ผมก็เริ่มไปที่ปากทางออก เปิดไฟเลี้ยว แต่เพราะกลัวเรื่องรถจากเลนสามจะเลี้ยวมาเลนสองจากจุดบอดที่รถประจำทางบังไว้ เลยหยุดดูไปอีกพักนึง จากนั้นผมเลยค่อยๆ ขับออก และเพิ่มความเร็วเพื่อเข้าเลนสองออกถนน
ไฟเลี้ยวยังคงเปิดอยู่
แล้วก็จบที่แก้มกันชนยุบจากวินที่กำลังจะรับส่งนักศึกษาไปม.กรุงเทพ
เราชะยักกันอยู่พักนึงทั้งคู่ก่อนผมจะถอยหลังเพื่อให้ทาง และเขาก็ขับย้อนศรต่อไปส่งลูกค้า
ไม่มีการลงมาโต้เถียงอะไรกัน อาจจะเพราะตอนนั้นผมคิดไม่ทัน แต่ตรงนั้นก็ไม่ใช่จุดที่จะมายืนทำอะไรแบบนั้น ผมกำลังปิดทางออก ส่วนเขาก็ไม่กล้าขนาดจะเสี่ยงเลี้ยวไปขับเลนสอง แถมลูกค้าก็ยังนั่งอยู่ ต่างคนต่างไป
จบแค่นั้น ผมมีกล้องหน้ารถ แต่ก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว ประกันชั้นสองผมก็ไม่ได้ใช้ ดีว่าแค่แก้มกันชนซ้ายบุบ แต่ผมมารู้หลังจากกลับถึงบ้านว่ากระจังหน้าแก้มซ้ายหายไปเลย
เรื่องประมาณนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ผมเคยเกือบชนกับนักศึกษาซ้อนสองที่ขับย้อนศรมาถึงตรงหน้าทางออกดีแคทลอนตอนที้กำลังจะเลี้ยวออกถนนจุดเดียวกันเป๊ะ แค่ตอนนั้นไม่มีรถจอดริมถนนบังทัศนวิสัย โชคดีที่หยุดรถทัน
ใกล้ ม.กรุงเทพ จะเลี้ยวออกถนนจากมุมอับสายตาแล้ววินมอไซค์ย้อนศรมาชนแก้มกันชน
ตอนนั้นผมกำลังขับออกจากดีแคทลอนรังสิต ซึ่งตอนนั้นเลนติดฟุตบาทมีรถจอดอยู่ทั้งสองฝั่งข้างทางออก ฝั่งซ้ายมีรถคอก ส่วนฝั่งขวามีรถประจำทางสองชั้นจอดอยู่ (ไม่ได้จอดรับผู้โดยสาร แค่จอดเฉยๆ เลย)
ด้านซ้ายถัดจากรถคอกไปอีกคือปากทางเข้าปั้มน้ำมัน ฉะนั้นทางออกของดีแคทลอน บางครั้งก็ออกยากเพราะรถจากเลนติดฟุตบาทและเลนสองก็จะขับมาออกันเข้าปั้ม
ก่อนจะไปถึงทางออก ผมเลยพยายามมองจากระยะห่างเพื่อดูว่าที่เลนสองมีรถมั้ย และฝั่งซ้ายมีวินย้อนศรหรือเปล่า
ดีแคทลอนรังสิตเป็นทางย้อนศรสำหรับเด็กที่จะไปเรียนที่ม.กรุงเทพ ฉะนั้นวินจะเยอะมาก
พอมั่นใจระดับนึงว่ายังไม่มีทั้งรถทั้งวิน ผมก็เริ่มไปที่ปากทางออก เปิดไฟเลี้ยว แต่เพราะกลัวเรื่องรถจากเลนสามจะเลี้ยวมาเลนสองจากจุดบอดที่รถประจำทางบังไว้ เลยหยุดดูไปอีกพักนึง จากนั้นผมเลยค่อยๆ ขับออก และเพิ่มความเร็วเพื่อเข้าเลนสองออกถนน
ไฟเลี้ยวยังคงเปิดอยู่
แล้วก็จบที่แก้มกันชนยุบจากวินที่กำลังจะรับส่งนักศึกษาไปม.กรุงเทพ
เราชะยักกันอยู่พักนึงทั้งคู่ก่อนผมจะถอยหลังเพื่อให้ทาง และเขาก็ขับย้อนศรต่อไปส่งลูกค้า
ไม่มีการลงมาโต้เถียงอะไรกัน อาจจะเพราะตอนนั้นผมคิดไม่ทัน แต่ตรงนั้นก็ไม่ใช่จุดที่จะมายืนทำอะไรแบบนั้น ผมกำลังปิดทางออก ส่วนเขาก็ไม่กล้าขนาดจะเสี่ยงเลี้ยวไปขับเลนสอง แถมลูกค้าก็ยังนั่งอยู่ ต่างคนต่างไป
จบแค่นั้น ผมมีกล้องหน้ารถ แต่ก็คงทำอะไรไม่ได้แล้ว ประกันชั้นสองผมก็ไม่ได้ใช้ ดีว่าแค่แก้มกันชนซ้ายบุบ แต่ผมมารู้หลังจากกลับถึงบ้านว่ากระจังหน้าแก้มซ้ายหายไปเลย
เรื่องประมาณนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ผมเคยเกือบชนกับนักศึกษาซ้อนสองที่ขับย้อนศรมาถึงตรงหน้าทางออกดีแคทลอนตอนที้กำลังจะเลี้ยวออกถนนจุดเดียวกันเป๊ะ แค่ตอนนั้นไม่มีรถจอดริมถนนบังทัศนวิสัย โชคดีที่หยุดรถทัน