จุดเริ่มต้นในการสร้างบ้านและการตั้งกระทู้ของทุกคนเกิดจากอะไรครับ? ของผมเกิดจากเคสดราม่า
ไม่ต้องอ้อมค้อม ไม่ต้องเรียงไทม์ไลน์ บอกตั้งแต่ต้นเลยว่าผมสร้างบ้านกับ Trendy Home ครับ
ถ้าถามว่าทำไมผมถึงกล้าลงทุนเงินเก็บก้อนใหญ่กว่า 10 ล้านบาทไว้กับ
Trendy Home บริษัทลูกของ Landy Home ผมคงต้องบอกตามตรงว่าจุดเริ่มต้นมันมาจาก "แผลใจ" ของคนในครอบครัวครับ
ไม่รู้ว่ามีใครโชคร้ายเคยเจอดราม่าสร้างบ้านกันมาแล้วบ้าง แต่บ้านผมเคยเป็น 1 ในครอบครัวผู้โชคร้ายคนนั้นครับ
ผมเคยผ่านมาหมดแล้ว ทั้งการต้องเห็นคุณแม่กุมขมับกับปัญหาช่างรับเหมาทั่วไปที่ทำงานแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ต้องมานั่งปวดหัวกับงานระบบน้ำรั่วน้ำซึมที่เรียกช่างรับเหมาให้กลับมาซ่อมเท่าไหร่เขาก็ไม่มา แถมยังต้องมาเสี่ยงชีวิตกับการเดินสายไฟที่เดินมาขนาดเล็กซะจนน่ากลัวว่าจะมีปัญหาเรื่องไฟไหม้ตามมา หรือว่าท่อระบายน้ำที่รั่วจนฝ้าเพดานพัง บอกตรงๆ ว่าเรื่องพวกนี้ผมผ่านมาจนนับครั้งไม่ถ้วนเลยครับ
และปัญหาที่เคยเจอมาทั้งหมด ทั้งที่พิมพ์เล่า และทั้งที่เจอยิบย่อยรายทาง มันเลยทำให้ผมกลายเป็นคนที่มีอาการ "หลอนช่างทิ้งงาน" จนขึ้นสมอง เพราะผมได้บ้านมาอยู่ก็จริง แต่คุณภาพห่วยมากๆ มากซะจนผมตั้งปณิธานไว้ว่าปัญหานี้มันจะต้องไม่กลับมาอีก
พอถึงเวลาที่ผมต้องสร้างบ้านของตัวเองจริงๆ โจทย์แรกในหัวไม่ใช่เรื่องความสวยงามหรือหาสไตล์ที่ชอบ หาจำนวนห้องหรือขนาดที่อยากได้อย่างจนอื่น แต่คือการหลีกหนีปัญหาดราม่าที่ครอบครัวผมเคยเจอ ที่ทำให้แม่และผมต้องปวดหัวมานานหลายปี ทีนี้ในหัวของผมเลยมีคำว่า "ความมั่นคง" ผุดขึ้นมาก่อนเป็นอย่างแรก ผมรู้ตัวดีว่าถ้าตัวเองต้องการป้องกันปัญหาพวกนั้น สิ่งที่ผมต้องการเป็นอย่างแรกคือบริษัทที่มีตัวตนชัดเจน รับผิดชอบงานจริง มีระบบที่ดี มีความมั่นคง ไว้ใจงานทั้งระหว่างสร้างบ้านและหลังเข้าอยู่ได้จริงๆ ซึ่งคนที่จะมาสร้างบ้านให้กับผม จะต้องไม่ทำให้ผมต้องเสียเวลามานั่งปวดหัวตามแก้ปัญหาตามหลังเหมือนที่เคยผ่านมา
ผมนั่งหาอยู่นานครับ จนวันหนึ่งผมไถมือถือไปเจอชื่อที่เคยได้ยินผ่านวิทยุจนคุ้นหูอย่างเทรนดี้โฮมเด้งขึ้นมาในฟีด ความรู้สึกแรกคือ "เฮ้ย ชื่อนี้คุ้นมาก ทำไมถึงยังไม่เคยไปคุย" พอกดเข้าไปเช็กข้อมูลถึงได้อ๋อว่าทำไมถึงคุ้น... เพราะเขาคือบริษัทลูกของ
Landy Home บริษัทรับสร้างบ้านเบอร์ใหญ่สุดๆ ในไทย ที่คนสร้างบ้านรู้ดีว่าใหญ่แค่ไหน ที่ผ่านมาผมคิดว่าที่นี่คงสร้างบ้านหลักมากกว่า 10 ล้านขึ้นไป เลยไม่ได้สนใจ พอรู้ว่ามีบริษัทลูกแบบนี้ผมเลยเริ่มใจชื้นขึ้นมาว่าเงิน 10 ล้านก้อนนี้คงไม่สูญเปล่าแน่ๆ
ผมตัดสินใจรีบไปคุยกับเทรนดี้ โฮมเลยครับ และความประทับใจจริงๆ มันก็ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปติดต่อที่สาขาราชพฤกษ์ครับ เพราะด้วยภาระหน้าที่การงานที่รัดตัวสุดๆ มันทำให้ผมไม่มีเวลาปลีกตัวเข้าไปที่สาขาเลย แต่เซลล์ที่นั่นแสดงสปิริตได้ดีมาก เธอขับรถมาหาผมถึงที่บ้านเพื่อช่วยให้คำปรึกษา คำแนะนำในการสร้างบ้าน จนเหมือนไม่ได้เป็นแค่เซลล์ แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ผมปรึกษา ถามได้ทุกอย่าง เธอไม่ใช่แค่ขายเก่งนะครับ แต่ให้คำแนะนำข้อมูลการสร้างบ้านได้ดีมากๆ ช่วยผมได้ทั้งเรื่องดีไซน์และช่วยปรับแก้แบบจากสิ่งที่ผมมโนฟุ้งๆ ไว้ในหัว โดยเอามาผสมผสานกับแบบบ้านของบริษัท จนออกมาเป็นบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผมได้แบบ 100% เต็ม อย่างกับดึงภาพบ้าน 3 ชั้นที่ผมอยากได้ออกมาจากหัวแล้วทำให้เป็นจริงได้แบบเป๊ะๆ เลยครับ
แม้ตอนนั้นผมจะแอบอยากให้มีแบบบ้าน 3D ให้ดู เพราะอยากให้หมุนดูรอบทิศได้มากกว่านี้อีกนิดเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำขึ้น แต่ภาพรวมของการบริการคือเอาใจผมไปเต็มๆ เลยครับ
และมาถึงจุดที่ทำให้ผมยอมควักเงินสร้างบ้านได้แบบไม่ลังเล คือนวัตกรรมที่มาพร้อมกับตัวบ้านครับ มันทำให้ผมไม่ต้องไปยุ่งยากในการติดตั้งเพิ่ม และให้มาเยอะทั้งสิ่งที่ผมเคยคิดว่าอยากได้ และสิ่งที่ผมคิดว่าบ้านที่ไม่ได้แพงจนเวอร์อาจจะไม่มีมาให้ เขาก็ให้มาจนครบ โดยเฉพาะระบบ
แคปพลัส จุดหลักที่เอาใจผมไปเลย เพราะซีเรียสเรื่องสภาพอากาศในบ้านมาก เพราะตอนนี้ฝุ่น pm 2.5 เวลาออกไปนอกบ้านมันโหดมาก ดังนั้นเวลากลับมาบ้านผมก็อยากหายใจเอาอากาศดีๆ บริสุทธิ์ ไม่มีฝุ่นเข้าไป ซึ่งระบบนี้มันไม่ใช่แค่เครื่องฟอกอากาศทั่วไปนะครับ แต่มันคือการเติมอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกที่ผ่านการกรองจนสะอาดเข้ามาในบ้าน ทำให้ฝุ่นและเชื้อไวรัสจากข้างนอกมุดเข้ามาในบ้านไม่ได้เลย ตอนที่เข้าอยู่ในบ้านแล้ว ผมมองดูตัวเลขค่าฝุ่นในบ้านที่ต่ำจนเกือบเป็นศูนย์แล้วมันสบายใจมากครับ บ้านกลายเป็นเซฟโซนที่หายใจได้เต็มปอดจริงๆ
นอกจากนี้ ผมยังขอให้ทีมงานช่วยเน้นเรื่องดีไซน์ห้องน้ำเป็นพิเศษ ซึ่งทีมออกแบบก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ปรับแบบจนห้องน้ำดูหรูหราสุดๆ วางฟังก์ชันได้สวยและใช้งานได้จริง และพอสร้างเสร็จทั้งความสวยงาม และความเนี๊ยบในการเก็บงาน งานกระเบื้องและงานระบบท่อที่ผมเคยหลอนจากบ้านเก่า ที่นี่เขาจัดระเบียบมาแบบเนี๊ยบกริ๊บจนผมยิ้มออก ไม่มีดราม่า ไม่มีปัญหาให้ปวดหัวเลยครับ เรียกว่าเอาใจผมไปเต็มๆ
กลับมาที่การสร้างบ้านดีกว่าครับ ตอนเริ่มก่อสร้าง บอกตรงๆ ว่าผมเตรียมใจไว้ระดับหนึ่งแล้วว่างานสเกลใหญ่ขนาดนี้ แถมเป็นบ้าน 3 ชั้นอีก คงน่าจะใช้เวลาเป็นปี ยิ่งในสัญญาระบุไว้ว่าถ้ารวมช่วงขยายเวลาแล้วอาจจะไปจบเอาช่วงปลายปีหน้านู่นเลย ก็ทำให้ผมวางแผนชีวิตในการเข้าอยู่บ้านอีกเป็นปีๆ แต่พอลงหน้างานจริง ผมกลับได้เห็นการทำงานที่เหมือน "แข่งกับเวลา" ของทีมงานทุกคนครับ แต่การแข่งกับเวลาของที่นี่ทำให้ผมรู้สึกว่ามันต่างกับการทำงานแข่งกับเวลาที่ผมเคยเห็นมาตลอด เพราะอะไรที่แข่งกับเวลา ตามปกติมันจะเร็ว แต่อาจจะผิดพลาดหรือลวกๆ ไม่เนี้ยบมาก แต่ที่นี่ผมบอกเลยว่าทั้งเร็วและเนี้ยบ
อาจเป็นเพราะว่าผมได้เจอกับ
วิศวกรอย่างคุณพีท ที่คุมงานแบบมีระเบียบจัดมาก แกมีแผนงานมาแจ้งผมตลอด ทำงานเป็นระบบระเบียบแบบเป๊ะๆ เข้าตรวจสอบหน้างานสม่ำเสมอจนผมไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปจุกจิกเองเลย และการตรวจเข้มของคุณพีทก็ตีคู่ไปกับการทำงานของทีม
ช่างแหม่ม ที่ผมต้องยกนิ้วให้เรื่องฝีมือ งานก่อฉาบนี่เนี๊ยบกริ๊บจนแถบไม่ต้องแก้งาน ทีมช่างก็ขยันมาก ระดับที่ว่าเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่เคยหยุด จนผมยังทึ่งว่าเขาทำกันได้ยังไง ทำงานติดกันทุกวันโดยที่งานยังออกมาดีไม่มีหลุดแบบนั้น และอีกคนสำคัญที่ทำให้ผมไม่ต้องลงไปจุกจิกวุ่นวายก็คือ
คุณแนน ที่อยู่ฝ่ายบริการลูกค้าคอยเป็นคนช่วยประสานงาน รายงานความคืบหน้าผ่านไลน์ให้ผมเห็นทุกขั้นตอนแบบเรียลไทม์ ไม่เคยปล่อยให้ผมต้องค้างคาใจเลยสักนิดนิดเดียว ซึ่งผมว่าสิ่งที่ทำให้การสร้างบ้านกับเทรนดี้ โฮม มันต่างกับการสร้างบ้านกับคนอื่น น่าจะเป็นทีมงานที่มองไม่เห็นนี่ด้วยครับ ที่อื่นผมเห็นวิศวกรเป็นทุกอย่าง ทั้งเซลล์ คนคุมงาน คนตรวจงาน ประสานงาน เวลาที่เขาหลุด ทุกอย่างมันก็หลุดไปหมด แต่ที่นี่วางระบบให้แต่ละฝ่ายช่วยกันดูแลการสร้างบ้าน คอยช่วยตรวจสอบกันและกันแทนผม ทำให้บ้านผมไม่ต้องมาปวดหัววุ่นวายกับอะไรเลยครับ
และแล้วจุดพีคที่สุดของเรื่องราวนี้ก็มาถึงครับ จากเดิมที่สัญญาบอกว่าจะสร้างบ้านเสร็จช่วงปลายปี 68 แต่ปรากฏว่าทีมงานจัดการส่งมอบบ้านให้ผมตั้งแต่ปลายปี 67 ที่ผ่านมา! สรุปตัวเลขกลมๆ คือผมใช้เวลาปลูกสร้างจริงไปแค่
8เดือน เท่านั้น ซึ่งถ้ามาลบกับกำหนดการเดิม บ้านหลังนี้เสร็จเร็ว
เกือบ 8 เดือนเต็มๆ ถ้าผมไปเช่าบ้าน 3 ชั้น เอาไว้อยู่ในระหว่างสร้างบ้านคงต้องจ่ายอีกเยอะ เวลาที่เซฟไป มันก็เท่ากับเซฟเงินในกระเป๋าให้ผมได้ด้วยครับ
และนาทีที่ผมเดินเข้าไปในบ้านหลังใหม่ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ มันคือความรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ จากความกลัวที่มีปมมาจากดราม่าบ้านหลังเก่าของผมกับแม่ในวันนั้น กลายเป็นความมั่นใจภูมิใจสบายใจในวันนี้
อ้อ บ้านในฝันของผมชื่อ grand royal 03 สร้างอยู่ย่านภาษีเจริญนะครับ สำหรับคนอื่นอาจมองว่าเป็นบ้าน 3 ชั้นหลังหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับผม บ้านหลังนี้ไม่ได้เป็นแค่สิ่งก่อสร้าง แต่เป็นความสุขและความภูมิใจอย่างที่สุดของผม และยังเป็นเครื่องพิสูจน์ให้กับคนสร้างบ้านคนอื่นๆ ได้เห็นว่าถ้าเราเลือกบริษัทที่มั่นคงและเป็นมืออาชีพจริงๆ "ความสบายใจ" ในการสร้างบ้านทั้งก่อนสร้าง กำลังสร้าง หลังสร้างเสร็จ และหลังเข้าอยู่ คือกำไรที่ดีที่สุดสำหรับคนสร้างบ้านครับ
ใครที่กำลังลังเลหรือหลอนเรื่องช่างเหมือนผม และถามว่าเทรนดี้ โฮม สร้างบ้านเสร็จจริงไหม? เคสของผมคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้วว่า เทรนดี้โฮมคือของจริงที่ทำให้ผมจบงานได้อย่างสบายใจที่สุดครับ
เทรนดี้โฮม สร้างบ้านเสร็จจริงไหม?
ไม่ต้องอ้อมค้อม ไม่ต้องเรียงไทม์ไลน์ บอกตั้งแต่ต้นเลยว่าผมสร้างบ้านกับ Trendy Home ครับ
ถ้าถามว่าทำไมผมถึงกล้าลงทุนเงินเก็บก้อนใหญ่กว่า 10 ล้านบาทไว้กับ Trendy Home บริษัทลูกของ Landy Home ผมคงต้องบอกตามตรงว่าจุดเริ่มต้นมันมาจาก "แผลใจ" ของคนในครอบครัวครับ
ไม่รู้ว่ามีใครโชคร้ายเคยเจอดราม่าสร้างบ้านกันมาแล้วบ้าง แต่บ้านผมเคยเป็น 1 ในครอบครัวผู้โชคร้ายคนนั้นครับ
ผมเคยผ่านมาหมดแล้ว ทั้งการต้องเห็นคุณแม่กุมขมับกับปัญหาช่างรับเหมาทั่วไปที่ทำงานแบบทิ้งๆ ขว้างๆ ต้องมานั่งปวดหัวกับงานระบบน้ำรั่วน้ำซึมที่เรียกช่างรับเหมาให้กลับมาซ่อมเท่าไหร่เขาก็ไม่มา แถมยังต้องมาเสี่ยงชีวิตกับการเดินสายไฟที่เดินมาขนาดเล็กซะจนน่ากลัวว่าจะมีปัญหาเรื่องไฟไหม้ตามมา หรือว่าท่อระบายน้ำที่รั่วจนฝ้าเพดานพัง บอกตรงๆ ว่าเรื่องพวกนี้ผมผ่านมาจนนับครั้งไม่ถ้วนเลยครับ
และปัญหาที่เคยเจอมาทั้งหมด ทั้งที่พิมพ์เล่า และทั้งที่เจอยิบย่อยรายทาง มันเลยทำให้ผมกลายเป็นคนที่มีอาการ "หลอนช่างทิ้งงาน" จนขึ้นสมอง เพราะผมได้บ้านมาอยู่ก็จริง แต่คุณภาพห่วยมากๆ มากซะจนผมตั้งปณิธานไว้ว่าปัญหานี้มันจะต้องไม่กลับมาอีก
พอถึงเวลาที่ผมต้องสร้างบ้านของตัวเองจริงๆ โจทย์แรกในหัวไม่ใช่เรื่องความสวยงามหรือหาสไตล์ที่ชอบ หาจำนวนห้องหรือขนาดที่อยากได้อย่างจนอื่น แต่คือการหลีกหนีปัญหาดราม่าที่ครอบครัวผมเคยเจอ ที่ทำให้แม่และผมต้องปวดหัวมานานหลายปี ทีนี้ในหัวของผมเลยมีคำว่า "ความมั่นคง" ผุดขึ้นมาก่อนเป็นอย่างแรก ผมรู้ตัวดีว่าถ้าตัวเองต้องการป้องกันปัญหาพวกนั้น สิ่งที่ผมต้องการเป็นอย่างแรกคือบริษัทที่มีตัวตนชัดเจน รับผิดชอบงานจริง มีระบบที่ดี มีความมั่นคง ไว้ใจงานทั้งระหว่างสร้างบ้านและหลังเข้าอยู่ได้จริงๆ ซึ่งคนที่จะมาสร้างบ้านให้กับผม จะต้องไม่ทำให้ผมต้องเสียเวลามานั่งปวดหัวตามแก้ปัญหาตามหลังเหมือนที่เคยผ่านมา
ผมนั่งหาอยู่นานครับ จนวันหนึ่งผมไถมือถือไปเจอชื่อที่เคยได้ยินผ่านวิทยุจนคุ้นหูอย่างเทรนดี้โฮมเด้งขึ้นมาในฟีด ความรู้สึกแรกคือ "เฮ้ย ชื่อนี้คุ้นมาก ทำไมถึงยังไม่เคยไปคุย" พอกดเข้าไปเช็กข้อมูลถึงได้อ๋อว่าทำไมถึงคุ้น... เพราะเขาคือบริษัทลูกของ Landy Home บริษัทรับสร้างบ้านเบอร์ใหญ่สุดๆ ในไทย ที่คนสร้างบ้านรู้ดีว่าใหญ่แค่ไหน ที่ผ่านมาผมคิดว่าที่นี่คงสร้างบ้านหลักมากกว่า 10 ล้านขึ้นไป เลยไม่ได้สนใจ พอรู้ว่ามีบริษัทลูกแบบนี้ผมเลยเริ่มใจชื้นขึ้นมาว่าเงิน 10 ล้านก้อนนี้คงไม่สูญเปล่าแน่ๆ
ผมตัดสินใจรีบไปคุยกับเทรนดี้ โฮมเลยครับ และความประทับใจจริงๆ มันก็ได้เริ่มขึ้นตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปติดต่อที่สาขาราชพฤกษ์ครับ เพราะด้วยภาระหน้าที่การงานที่รัดตัวสุดๆ มันทำให้ผมไม่มีเวลาปลีกตัวเข้าไปที่สาขาเลย แต่เซลล์ที่นั่นแสดงสปิริตได้ดีมาก เธอขับรถมาหาผมถึงที่บ้านเพื่อช่วยให้คำปรึกษา คำแนะนำในการสร้างบ้าน จนเหมือนไม่ได้เป็นแค่เซลล์ แต่เป็นผู้เชี่ยวชาญที่ผมปรึกษา ถามได้ทุกอย่าง เธอไม่ใช่แค่ขายเก่งนะครับ แต่ให้คำแนะนำข้อมูลการสร้างบ้านได้ดีมากๆ ช่วยผมได้ทั้งเรื่องดีไซน์และช่วยปรับแก้แบบจากสิ่งที่ผมมโนฟุ้งๆ ไว้ในหัว โดยเอามาผสมผสานกับแบบบ้านของบริษัท จนออกมาเป็นบ้านที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผมได้แบบ 100% เต็ม อย่างกับดึงภาพบ้าน 3 ชั้นที่ผมอยากได้ออกมาจากหัวแล้วทำให้เป็นจริงได้แบบเป๊ะๆ เลยครับ
แม้ตอนนั้นผมจะแอบอยากให้มีแบบบ้าน 3D ให้ดู เพราะอยากให้หมุนดูรอบทิศได้มากกว่านี้อีกนิดเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำขึ้น แต่ภาพรวมของการบริการคือเอาใจผมไปเต็มๆ เลยครับ
และมาถึงจุดที่ทำให้ผมยอมควักเงินสร้างบ้านได้แบบไม่ลังเล คือนวัตกรรมที่มาพร้อมกับตัวบ้านครับ มันทำให้ผมไม่ต้องไปยุ่งยากในการติดตั้งเพิ่ม และให้มาเยอะทั้งสิ่งที่ผมเคยคิดว่าอยากได้ และสิ่งที่ผมคิดว่าบ้านที่ไม่ได้แพงจนเวอร์อาจจะไม่มีมาให้ เขาก็ให้มาจนครบ โดยเฉพาะระบบแคปพลัส จุดหลักที่เอาใจผมไปเลย เพราะซีเรียสเรื่องสภาพอากาศในบ้านมาก เพราะตอนนี้ฝุ่น pm 2.5 เวลาออกไปนอกบ้านมันโหดมาก ดังนั้นเวลากลับมาบ้านผมก็อยากหายใจเอาอากาศดีๆ บริสุทธิ์ ไม่มีฝุ่นเข้าไป ซึ่งระบบนี้มันไม่ใช่แค่เครื่องฟอกอากาศทั่วไปนะครับ แต่มันคือการเติมอากาศบริสุทธิ์จากภายนอกที่ผ่านการกรองจนสะอาดเข้ามาในบ้าน ทำให้ฝุ่นและเชื้อไวรัสจากข้างนอกมุดเข้ามาในบ้านไม่ได้เลย ตอนที่เข้าอยู่ในบ้านแล้ว ผมมองดูตัวเลขค่าฝุ่นในบ้านที่ต่ำจนเกือบเป็นศูนย์แล้วมันสบายใจมากครับ บ้านกลายเป็นเซฟโซนที่หายใจได้เต็มปอดจริงๆ
นอกจากนี้ ผมยังขอให้ทีมงานช่วยเน้นเรื่องดีไซน์ห้องน้ำเป็นพิเศษ ซึ่งทีมออกแบบก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ปรับแบบจนห้องน้ำดูหรูหราสุดๆ วางฟังก์ชันได้สวยและใช้งานได้จริง และพอสร้างเสร็จทั้งความสวยงาม และความเนี๊ยบในการเก็บงาน งานกระเบื้องและงานระบบท่อที่ผมเคยหลอนจากบ้านเก่า ที่นี่เขาจัดระเบียบมาแบบเนี๊ยบกริ๊บจนผมยิ้มออก ไม่มีดราม่า ไม่มีปัญหาให้ปวดหัวเลยครับ เรียกว่าเอาใจผมไปเต็มๆ
กลับมาที่การสร้างบ้านดีกว่าครับ ตอนเริ่มก่อสร้าง บอกตรงๆ ว่าผมเตรียมใจไว้ระดับหนึ่งแล้วว่างานสเกลใหญ่ขนาดนี้ แถมเป็นบ้าน 3 ชั้นอีก คงน่าจะใช้เวลาเป็นปี ยิ่งในสัญญาระบุไว้ว่าถ้ารวมช่วงขยายเวลาแล้วอาจจะไปจบเอาช่วงปลายปีหน้านู่นเลย ก็ทำให้ผมวางแผนชีวิตในการเข้าอยู่บ้านอีกเป็นปีๆ แต่พอลงหน้างานจริง ผมกลับได้เห็นการทำงานที่เหมือน "แข่งกับเวลา" ของทีมงานทุกคนครับ แต่การแข่งกับเวลาของที่นี่ทำให้ผมรู้สึกว่ามันต่างกับการทำงานแข่งกับเวลาที่ผมเคยเห็นมาตลอด เพราะอะไรที่แข่งกับเวลา ตามปกติมันจะเร็ว แต่อาจจะผิดพลาดหรือลวกๆ ไม่เนี้ยบมาก แต่ที่นี่ผมบอกเลยว่าทั้งเร็วและเนี้ยบ
อาจเป็นเพราะว่าผมได้เจอกับ วิศวกรอย่างคุณพีท ที่คุมงานแบบมีระเบียบจัดมาก แกมีแผนงานมาแจ้งผมตลอด ทำงานเป็นระบบระเบียบแบบเป๊ะๆ เข้าตรวจสอบหน้างานสม่ำเสมอจนผมไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปจุกจิกเองเลย และการตรวจเข้มของคุณพีทก็ตีคู่ไปกับการทำงานของทีม ช่างแหม่ม ที่ผมต้องยกนิ้วให้เรื่องฝีมือ งานก่อฉาบนี่เนี๊ยบกริ๊บจนแถบไม่ต้องแก้งาน ทีมช่างก็ขยันมาก ระดับที่ว่าเสาร์-อาทิตย์ก็ไม่เคยหยุด จนผมยังทึ่งว่าเขาทำกันได้ยังไง ทำงานติดกันทุกวันโดยที่งานยังออกมาดีไม่มีหลุดแบบนั้น และอีกคนสำคัญที่ทำให้ผมไม่ต้องลงไปจุกจิกวุ่นวายก็คือ คุณแนน ที่อยู่ฝ่ายบริการลูกค้าคอยเป็นคนช่วยประสานงาน รายงานความคืบหน้าผ่านไลน์ให้ผมเห็นทุกขั้นตอนแบบเรียลไทม์ ไม่เคยปล่อยให้ผมต้องค้างคาใจเลยสักนิดนิดเดียว ซึ่งผมว่าสิ่งที่ทำให้การสร้างบ้านกับเทรนดี้ โฮม มันต่างกับการสร้างบ้านกับคนอื่น น่าจะเป็นทีมงานที่มองไม่เห็นนี่ด้วยครับ ที่อื่นผมเห็นวิศวกรเป็นทุกอย่าง ทั้งเซลล์ คนคุมงาน คนตรวจงาน ประสานงาน เวลาที่เขาหลุด ทุกอย่างมันก็หลุดไปหมด แต่ที่นี่วางระบบให้แต่ละฝ่ายช่วยกันดูแลการสร้างบ้าน คอยช่วยตรวจสอบกันและกันแทนผม ทำให้บ้านผมไม่ต้องมาปวดหัววุ่นวายกับอะไรเลยครับ
และแล้วจุดพีคที่สุดของเรื่องราวนี้ก็มาถึงครับ จากเดิมที่สัญญาบอกว่าจะสร้างบ้านเสร็จช่วงปลายปี 68 แต่ปรากฏว่าทีมงานจัดการส่งมอบบ้านให้ผมตั้งแต่ปลายปี 67 ที่ผ่านมา! สรุปตัวเลขกลมๆ คือผมใช้เวลาปลูกสร้างจริงไปแค่ 8เดือน เท่านั้น ซึ่งถ้ามาลบกับกำหนดการเดิม บ้านหลังนี้เสร็จเร็ว เกือบ 8 เดือนเต็มๆ ถ้าผมไปเช่าบ้าน 3 ชั้น เอาไว้อยู่ในระหว่างสร้างบ้านคงต้องจ่ายอีกเยอะ เวลาที่เซฟไป มันก็เท่ากับเซฟเงินในกระเป๋าให้ผมได้ด้วยครับ
และนาทีที่ผมเดินเข้าไปในบ้านหลังใหม่ที่สร้างเสร็จสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ มันคือความรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ จากความกลัวที่มีปมมาจากดราม่าบ้านหลังเก่าของผมกับแม่ในวันนั้น กลายเป็นความมั่นใจภูมิใจสบายใจในวันนี้
อ้อ บ้านในฝันของผมชื่อ grand royal 03 สร้างอยู่ย่านภาษีเจริญนะครับ สำหรับคนอื่นอาจมองว่าเป็นบ้าน 3 ชั้นหลังหนึ่งเท่านั้น แต่สำหรับผม บ้านหลังนี้ไม่ได้เป็นแค่สิ่งก่อสร้าง แต่เป็นความสุขและความภูมิใจอย่างที่สุดของผม และยังเป็นเครื่องพิสูจน์ให้กับคนสร้างบ้านคนอื่นๆ ได้เห็นว่าถ้าเราเลือกบริษัทที่มั่นคงและเป็นมืออาชีพจริงๆ "ความสบายใจ" ในการสร้างบ้านทั้งก่อนสร้าง กำลังสร้าง หลังสร้างเสร็จ และหลังเข้าอยู่ คือกำไรที่ดีที่สุดสำหรับคนสร้างบ้านครับ
ใครที่กำลังลังเลหรือหลอนเรื่องช่างเหมือนผม และถามว่าเทรนดี้ โฮม สร้างบ้านเสร็จจริงไหม? เคสของผมคือคำตอบที่ชัดเจนที่สุดแล้วว่า เทรนดี้โฮมคือของจริงที่ทำให้ผมจบงานได้อย่างสบายใจที่สุดครับ