นันทนา ชี้ กกต.ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ ฟ้องปิดปาก ปชช. ด้าน ทนายอั๋น ลั่นขอเป็นทนายให้ทุกคดีที่ กกต.ฟ้อง
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5616803
.

.
นันทนา ชี้ กกต.ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ ฟ้องปิดปาก ปชช. ด้าน ทนายอั๋น ลั่นขอเป็นทนายให้ทุกคดีที่ กกต.ฟ้อง
.
เมื่อวันที่ 2 มี.ค.เวลา 10.50 น. ที่รัฐสภา น.ส.
นันทนา นันทวโรภาส ส.ว. แถลงจุดยืนไม่เห็นด้วยที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้ SLAPP กับประชาชน ว่า จากปัญหาการเลือกตั้งที่มีข้อบกพร่องผิดพลาดมากมายของ กกต. สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพในการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ทั้งที่ กกต.ได้จัดการเลือกตั้งมาหลายครั้งแล้ว แต่ในครั้งนี้นอกจากการนับคะแนนที่ไม่ชัดเจน การรายงานผลคะแนนที่ไม่สอดคล้องกับคะแนนหน้าหน่วย การประกาศผลคะแนนล่าช้า แต่กลับรับรอง ส.ส.อย่างรวดเร็ว และยังมีปัญหาเรื่องคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องพิสูจน์กันต่อไปว่าการใส่เครื่องหมายใดๆ บนบัตรเลือกตั้ง จะส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นความลับหรือไม่
.
“
แทนที่ กกต.จะออกมาชี้แจงให้ประชาชนหายสงสัยกลับเลือกวิธีดำเนินคดีกับประชาชน เริ่มต้นจากการฟ้องประชาชนชาวชลบุรี ในข้อหาบุกรุกขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นยังแจ้งความดำเนินคดีกับอีก 6 คนในข้อหาร้ายแรงถึง 5 ข้อหา เช่น ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต., ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ยุยงปลุกปั่นประชาชน, มาตรา 209 ความผิดฐานอั้งยี่, มาตรา 322 เปิดเผยเอกสารผู้อื่น และมาตรา 14 การนำเข้าข้อความอันเป็นเท็จ โดยมีโทษทั้งจำและปรับ ตั้งแต่ 6 เดือนจนถึง 10 ปี นี่ถือว่าเป็นการฟ้องปิดปากประชาชนหรือไม่ เพียงเพราะว่าประชาชนต้องการเข้าไปตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต.ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ นี่คือการทำหน้าที่ของพลเมืองดีในการช่วยตรวจสอบการเลือกตั้งใช่หรือไม่“ น.ส.
นันทนากล่าว
.
น.ส.
นันทนากล่าวต่อว่า การกระทำของ กกต.จึงถือเป็นการลุแก่อำนาจ ไม่นำพาจารีตการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรรัฐซึ่งเป็นแก่นสารสาระสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในฐานะองค์กรรัฐที่ใช้เงินภาษีของประชาชน ย่อมไม่อาจหลีกหนีการตรวจสอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการได้มาซึ่งรัฐบาล ยิ่งต้องถูกตรวจสอบให้การเลือกตั้งโปร่งใสที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาลและ ส.ส.ใหม่ ว่าเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง
.
“
การดำเนินคดีต่อบุคคลดังกล่าวของ กกต.จึงเป็นความพยายามปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ ไม่ยอมให้มีการตรวจสอบการเลือกตั้ง เป็นความพยายามที่จะปิดปากประชาชนไม่ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. ดิฉันในฐานะ ส.ว. เห็นว่า กกต.ควรยินยอมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของประชาชนอย่างเข้มข้นในทุกมิติ เพื่อให้หายสงสัยว่าการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส สุจริต เป็นความลับ และ กกต.ควรยุติการขัดขวางกระบวนการตรวจสอบของประชาชน แล้วหันมาให้ความร่วมมือในการตรวจสอบทุกมิติ เพื่อให้การได้มาซึ่ง ส.ส.และรัฐบาลเป็นที่ยอมรับของประชาชนอย่างสิ้นสงสัย.” น.ส.นันทนากล่าว
.
น.ส.
นันทนายังกล่าวถึงการจำลองการเลือกตั้งที่นาย
สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ที่จะจัดให้เกิดขึ้นในวันที่ 4 มี.ค.นี้ เป็นเรื่องที่ กกต.ควรสนับสนุน เพื่อพิสูจน์ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้นเป็นความลับหรือไม่ แต่ กกต.พยายามที่จะขัดขวางและปิดกั้น พร้อมบอกว่าการพยายามจัดการเลือกตั้งจำลองนั้นเป็นความผิดทางกฎหมาย ซึ่งตนเห็นว่าถ้าการจัดการเลือกตั้งจำลอง หรือการจัดการเลือกตั้งใดๆ ที่ กกต.ไม่ได้เป็นผู้จัด เป็นความผิดทางกฎหมาย
.
ต่อไปการจัดเลือกตั้งหัวหน้าห้องของนักเรียนชั้นประถมก็จะผิดกฎหมายด้วยหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ กกต.ควรยุติการปิดกั้นการตรวจสอบของภาคประชาชน โดยหันมาให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส สร้างความชอบธรรมให้แก่การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เช่นนั้นแล้ว กกต.นั่นแหละจะตกเป็นจำเลยของประชาชนทั้งประเทศ
.
ด้านนาย
ภัทรพงศ์ ศุภอักษร หรือทนายอั๋น กล่าวว่า กลุ่มบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหวตรวจสอบและตั้งคำถามเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่ใช่อาชญากรรมหรือบุคคลที่เซาะกร่อนบ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐตามข้อกล่าวหา แต่เห็นว่าการเลือกตั้งไม่สง่างาม ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม จึงเห็นว่าการใช้อำนาจของ กกต.ในการฟ้องร้องเป็นการปิดปากประชาชน กดเสียงของประชาชนให้เงียบลง แต่เชื่อว่าเสียงของประชาชนจะดังขึ้นและขยายออกไปไกลกว่าเดิม ซึ่งตนพร้อมเป็นทนายความให้กับประชาชนที่ออกมาตรวจสอบการทำงานของ กกต.ในทุกคดี เพราะสังคมต้องเดินด้วยความกล้าหาญไม่ใช่ความหวาดกลัว
.
นาย
ภัทรพงศ์กล่าวถึงความคืบหน้าที่ได้ไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ว่า ตนจะไปเป็นพยานในคดีนี้ด้วยตัวเอง โดยจะร่างคำร้องเพื่อชี้ให้เห็นถึงกระบวนการการเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ช่วงการเลือกตั้ง แต่ตั้งแต่การย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดการเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแนบท้ายคำร้องที่จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและไต่สวนฉุกเฉินเพื่อให้ ส.ส.ที่ได้มารายงานตัว ยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยจะยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินในวันที่ 4 มี.ค.นี้
.
”
ผมไม่ต้องการให้เปิดสภาผู้แทนราษฎร ในการปฏิบัติหน้าที่ ในช่วงสถานการณ์แบบนี้ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สง่างาม มันสกปรก แต่ก็มีส่วนหนึ่งเชิดหน้าชูตาแถลงข่าวยิ้มแย้มแจ่มใส คุณก็รู้ที่มาองค์รวมไม่สง่างาม แล้วที่บอกว่ารับรองไปก่อนสอยทีหลัง นั่นเป็นเรื่องของบุคคลแต่ละคน แต่วันนี้กระบวนการเลือกตั้งเน่าเฟะ หมายถึงกระบวนการที่ไม่ชอบทั้งกระบวนการ” นาย
ภัทรพงศ์กล่าว
.
.
"สมชัย" ฟาด กกต.ทำลายตัวเอง ชี้เลือกตั้ง 2569 ไร้ความเป็นมืออาชีพ
https://www.pptvhd36.com/news/การเมือง/269823
.
"สมชัย" ฟาด กกต. ชี้เลือกตั้ง 2569 ไร้ความเป็นมืออาชีพ ลั่นไม่มีใครเซาะกร่อนบ่อนทำลาย กกต. นอกจากพฤติกรรมของ กกต. เอง
.
.
ใครเซาะกร่อนบ่อนทำลาย กกต. การจัดการเลือกตั้งของ กกต. ในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ไม่มีใครเซาะกร่อนบ่อนทำลาย กกต. นอกจากพฤติกรรมของ กกต. เอง
.
1. จัดการเลือกตั้งแบบไม่มีประสิทธิภาพ อ่อนหัด ไม่เป็นมืออาชีพ ทั้ง ๆ ที่มีประสบการณ์จัดการเลือกตั้งมาเกือบ 30 ปี
นับแต่ความวุ่นวายในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต การจ่าหน้าซองและรหัสเขตเลือกตั้งที่สับสน ทำให้ประชาชนไม่มั่นใจว่า บัตรจะถูกส่งกลับถูกเขตหรือไม่ การเลือกตั้งวันจริง มีการทำหน้าที่แบบไม่น่าเชื่อว่าผ่านการอบรมมาจริง เช่น การแจกจ่ายบัตรโดยฉีกกลางบัตร การนับคะแนนแบบถูก ๆ ผิด ๆ ขาดความโปร่งใส การรายงานผลที่ล่าช้า และมีตัวเลขผิดพลาดมากมาย ไปจนถึง การไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่น เชื่อถือจากประชาชนต่อการทำงานโดยรวม
.
2. พฤติกรรมการวางอำนาจ ไม่ยอมรับความผิดพลาดบกพร่องของตนเอง มีข้อแก้ตัวและผ่อนปรนกับการทำผิดของตน แต่เอาจริงเอาจังในการจัดการกับประชาชนที่เห็นต่าง ตัวอย่างเช่น เมื่อ กกต. เขต ทำผิดระเบียบในการยุบรวมหีบโดยไม่มีการปิดผนึกหีบ ไม่มีการรัดสาย cable tie ก็แก้ตัวว่า ขนส่งระยะสั้นแค่ 500 เมตร โดยรีบเร่ง เมื่อพิมพ์บัตรเลือกใหม่ที่ผิดระเบียบ ไม่มีหมายเลขบัตรที่ต้นขั้ว ก็อ้างแบบไม่มีหลักฐานพิสูจน์ได้ว่า มีการพิมพ์จริง
.
3. ความไม่นิ่ง ความไม่น่าเชื่อถือ ข้อมูลที่ให้ประชาชน วันหนึ่งอย่างหนึ่ง อีกวันอย่างหนึ่ง อาจเป็นเพราะขาดความรู้ หรือเจตนาโกหกประชาชนแต่ถูกจับได้ เช่น การชี้แจงเรื่องบาร์โค้ด วันแรก รองเลขาธิการฯ ชี้แจงอย่างแข็งขันน่าเชื่อถือว่า เป็นการตรวจสอบย้อนกลับไปยังล็อตการผลิต การจัดส่ง และหน่วยเลือกตั้ง วันถัดมาก็ถูกผู้สื่อข่าวซักจนจนมุม ยอมรับว่าบาร์โค้ดท้ายบัตร มีเลขตรงกับเลขในต้นขั้วบัตรที่สืบย้อนไปยังผู้เลือกได้ เป็นต้น
.
4. พฤติกรรมไม่กล้าสบหน้าประชาชน มีปัญหาไม่กล้าออกมาชี้แจงกับสื่อ ใช้วิธีแจกข่าว เป็นการสื่อสารทางเดียวเพราะเกรงว่า จะถูกสื่อซักแล้วตอบไม่ได้ ส่งกี่คนกี่คนออกมาชี้แจงก็ตกม้าตาย เลยงดการตั้งโต๊ะแถลงข่าวแจกเป็นเอกสาร ส่วนเรื่องไหนอยากโต้ ก็ใช้วิธีปล่อยข่าวว่าแหล่งข่าวใน กกต. บอกมา ทำให้ประชาชนรู้สึกว่า เป็นองค์กรที่ขาดความโปร่งใส ไม่น่าไว้วางใจ ขาดความน่าเชื่อถือ
.
5. พฤติกรรมเซาะกร่อนบ่อนทำลายจึงเกิดจากเนื้อในของ กกต.เอง ที่ทำให้ กกต.ในปัจจุบันไปองค์กรอิสระที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์สูงสุด และหากยังดื้อดึงมีพฤติกรรมแบบนี้ต่อไป เป็นที่น่าห่วงว่า เมื่อมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อาจมีคำถามว่า เรายังต้องมี กกต. อีกหรือไม่ หรือจะให้หน่วยราชการ เช่น มหาดไทย เป็นคนจัด ที่เขายังมีหิริโอตัปปะ ความละอาย และเกรงกลัวต่อการกระทำผิดเป็นผู้จัดการเลือกตั้ง โดยมีองค์กรภาคประชาชนที่มีอำนาจในการตรวจสอบคู่ขนาน แบบองค์กรกลางในอดีตจะดีกว่าหรือไม่
.
.
.
ด่วน! ออกหมายจับ เบน สมิธ-ภรรยา พบหลักฐานชัด หลอกลงทุนข้ามชาติ
https://www.matichon.co.th/local/crime/news_5616973
.
ด่วน! ออกหมายจับ เบน สมิธ-ภรรยา พบหลักฐานชัด หลอกลงทุนข้ามชาติ ตร.ลุยค้น 6 จุด ขยายผลต่อ
.
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.
พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พล.ต.ต.
ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พล.ต.ต.
เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส., คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บช.ก., พ.ต.อ.
บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.
วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.
สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., พ.ต.อ.
วิญญู แจ่มใส ผกก.ฯ รรท.ผกก.3 บก.ปอศ., พ.ต.ท.
พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.
รัฐมนตรี พันชูกลาง รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.
ณัฐดนัย สีแข่ไตร รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.
ศิษฏ์ พูลวงศ์ รอง ผกก.3 บก.ป พ.ต.ท.
พัฒนพงศ์ เสณีแสนเสนา รอง ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ท.
ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ รอง ผกก.3 บก.ปอศ.
.
เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น นำโดย พ.ต.ท.
ศราวุธ ทองน้อย สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ท.
อัครวุฒิ จันทร์เจริญ สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ท.หญิง
ปวีณวรรณ พลหาญ สว.กก.3 บก.ปอศ., ว่าที่ พ.ต.ท.
สุวิจักขณ์ รัตนพันธ์ สว.กก.3 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.ต.
ธีรศักดิ์ นามเขต สว.กก.3 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.ต.
เลอสันต์ พรมชื่น สว.กก.3 บก.ป.
.
ร่วมกันสืบสวนสอบสวนจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย ได้แก่
.
1.นาย
เบน สมิธ (Mr.Ben Smith) อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1155/2569 ลง 26 ก.พ.69
2.นางสาว
แคทรียา บีเวอร์ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1156/2569 ลง 26 ก.พ.69
.
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “
ร่วมกันฉ้อโกง, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบ และได้ร่วมกันฟอกเงิน”
JJNY : นันทนาชี้กกต.ฟ้องปิดปาก ทนายอั๋นลั่นขอเป็นทนาย│"สมชัย"ฟาดกกต.│ออกหมายจับเบน สมิธ-ภรรยา│ชาวสวนมะพร้าวร้องปธ.สว.│
https://www.matichon.co.th/politics/election69/news_5616803
.
.
นันทนา ชี้ กกต.ปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ ฟ้องปิดปาก ปชช. ด้าน ทนายอั๋น ลั่นขอเป็นทนายให้ทุกคดีที่ กกต.ฟ้อง
.
เมื่อวันที่ 2 มี.ค.เวลา 10.50 น. ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว. แถลงจุดยืนไม่เห็นด้วยที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้ SLAPP กับประชาชน ว่า จากปัญหาการเลือกตั้งที่มีข้อบกพร่องผิดพลาดมากมายของ กกต. สะท้อนความไร้ประสิทธิภาพในการทำหน้าที่จัดการเลือกตั้ง ทั้งที่ กกต.ได้จัดการเลือกตั้งมาหลายครั้งแล้ว แต่ในครั้งนี้นอกจากการนับคะแนนที่ไม่ชัดเจน การรายงานผลคะแนนที่ไม่สอดคล้องกับคะแนนหน้าหน่วย การประกาศผลคะแนนล่าช้า แต่กลับรับรอง ส.ส.อย่างรวดเร็ว และยังมีปัญหาเรื่องคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งจะต้องพิสูจน์กันต่อไปว่าการใส่เครื่องหมายใดๆ บนบัตรเลือกตั้ง จะส่งผลให้การเลือกตั้งเป็นความลับหรือไม่
.
“แทนที่ กกต.จะออกมาชี้แจงให้ประชาชนหายสงสัยกลับเลือกวิธีดำเนินคดีกับประชาชน เริ่มต้นจากการฟ้องประชาชนชาวชลบุรี ในข้อหาบุกรุกขัดขวางการทำงานของเจ้าหน้าที่ หลังจากนั้นยังแจ้งความดำเนินคดีกับอีก 6 คนในข้อหาร้ายแรงถึง 5 ข้อหา เช่น ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต., ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ยุยงปลุกปั่นประชาชน, มาตรา 209 ความผิดฐานอั้งยี่, มาตรา 322 เปิดเผยเอกสารผู้อื่น และมาตรา 14 การนำเข้าข้อความอันเป็นเท็จ โดยมีโทษทั้งจำและปรับ ตั้งแต่ 6 เดือนจนถึง 10 ปี นี่ถือว่าเป็นการฟ้องปิดปากประชาชนหรือไม่ เพียงเพราะว่าประชาชนต้องการเข้าไปตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต.ว่าชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ นี่คือการทำหน้าที่ของพลเมืองดีในการช่วยตรวจสอบการเลือกตั้งใช่หรือไม่“ น.ส.นันทนากล่าว
.
น.ส.นันทนากล่าวต่อว่า การกระทำของ กกต.จึงถือเป็นการลุแก่อำนาจ ไม่นำพาจารีตการตรวจสอบการใช้อำนาจขององค์กรรัฐซึ่งเป็นแก่นสารสาระสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ในฐานะองค์กรรัฐที่ใช้เงินภาษีของประชาชน ย่อมไม่อาจหลีกหนีการตรวจสอบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการได้มาซึ่งรัฐบาล ยิ่งต้องถูกตรวจสอบให้การเลือกตั้งโปร่งใสที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับรัฐบาลและ ส.ส.ใหม่ ว่าเป็นไปตามเจตจำนงของประชาชนอย่างแท้จริง
.
“การดำเนินคดีต่อบุคคลดังกล่าวของ กกต.จึงเป็นความพยายามปิดฟ้าด้วยฝ่ามือ ไม่ยอมให้มีการตรวจสอบการเลือกตั้ง เป็นความพยายามที่จะปิดปากประชาชนไม่ให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. ดิฉันในฐานะ ส.ว. เห็นว่า กกต.ควรยินยอมเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของประชาชนอย่างเข้มข้นในทุกมิติ เพื่อให้หายสงสัยว่าการเลือกตั้งทั่วไปครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่โปร่งใส สุจริต เป็นความลับ และ กกต.ควรยุติการขัดขวางกระบวนการตรวจสอบของประชาชน แล้วหันมาให้ความร่วมมือในการตรวจสอบทุกมิติ เพื่อให้การได้มาซึ่ง ส.ส.และรัฐบาลเป็นที่ยอมรับของประชาชนอย่างสิ้นสงสัย.” น.ส.นันทนากล่าว
.
น.ส.นันทนายังกล่าวถึงการจำลองการเลือกตั้งที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ที่จะจัดให้เกิดขึ้นในวันที่ 4 มี.ค.นี้ เป็นเรื่องที่ กกต.ควรสนับสนุน เพื่อพิสูจน์ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งนั้นเป็นความลับหรือไม่ แต่ กกต.พยายามที่จะขัดขวางและปิดกั้น พร้อมบอกว่าการพยายามจัดการเลือกตั้งจำลองนั้นเป็นความผิดทางกฎหมาย ซึ่งตนเห็นว่าถ้าการจัดการเลือกตั้งจำลอง หรือการจัดการเลือกตั้งใดๆ ที่ กกต.ไม่ได้เป็นผู้จัด เป็นความผิดทางกฎหมาย
.
ต่อไปการจัดเลือกตั้งหัวหน้าห้องของนักเรียนชั้นประถมก็จะผิดกฎหมายด้วยหรือไม่ ซึ่งตรงนี้ กกต.ควรยุติการปิดกั้นการตรวจสอบของภาคประชาชน โดยหันมาให้ความร่วมมือในการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส สร้างความชอบธรรมให้แก่การเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่เช่นนั้นแล้ว กกต.นั่นแหละจะตกเป็นจำเลยของประชาชนทั้งประเทศ
.
ด้านนายภัทรพงศ์ ศุภอักษร หรือทนายอั๋น กล่าวว่า กลุ่มบุคคลที่ออกมาเคลื่อนไหวตรวจสอบและตั้งคำถามเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา ไม่ใช่อาชญากรรมหรือบุคคลที่เซาะกร่อนบ่อนทำลายความมั่นคงของรัฐตามข้อกล่าวหา แต่เห็นว่าการเลือกตั้งไม่สง่างาม ไม่สุจริต ไม่เที่ยงธรรม จึงเห็นว่าการใช้อำนาจของ กกต.ในการฟ้องร้องเป็นการปิดปากประชาชน กดเสียงของประชาชนให้เงียบลง แต่เชื่อว่าเสียงของประชาชนจะดังขึ้นและขยายออกไปไกลกว่าเดิม ซึ่งตนพร้อมเป็นทนายความให้กับประชาชนที่ออกมาตรวจสอบการทำงานของ กกต.ในทุกคดี เพราะสังคมต้องเดินด้วยความกล้าหาญไม่ใช่ความหวาดกลัว
.
นายภัทรพงศ์กล่าวถึงความคืบหน้าที่ได้ไปยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งไม่ชอบด้วยกฎหมาย ว่า ตนจะไปเป็นพยานในคดีนี้ด้วยตัวเอง โดยจะร่างคำร้องเพื่อชี้ให้เห็นถึงกระบวนการการเลือกตั้ง ไม่ใช่แค่ช่วงการเลือกตั้ง แต่ตั้งแต่การย้ายผู้ว่าราชการจังหวัดการเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้ตรวจการแผ่นดินแนบท้ายคำร้องที่จะส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินดำเนินการให้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและไต่สวนฉุกเฉินเพื่อให้ ส.ส.ที่ได้มารายงานตัว ยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ โดยจะยื่นผู้ตรวจการแผ่นดินในวันที่ 4 มี.ค.นี้
.
”ผมไม่ต้องการให้เปิดสภาผู้แทนราษฎร ในการปฏิบัติหน้าที่ ในช่วงสถานการณ์แบบนี้ เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่สง่างาม มันสกปรก แต่ก็มีส่วนหนึ่งเชิดหน้าชูตาแถลงข่าวยิ้มแย้มแจ่มใส คุณก็รู้ที่มาองค์รวมไม่สง่างาม แล้วที่บอกว่ารับรองไปก่อนสอยทีหลัง นั่นเป็นเรื่องของบุคคลแต่ละคน แต่วันนี้กระบวนการเลือกตั้งเน่าเฟะ หมายถึงกระบวนการที่ไม่ชอบทั้งกระบวนการ” นายภัทรพงศ์กล่าว
.
.
https://www.matichon.co.th/local/crime/news_5616973
.
ด่วน! ออกหมายจับ เบน สมิธ-ภรรยา พบหลักฐานชัด หลอกลงทุนข้ามชาติ ตร.ลุยค้น 6 จุด ขยายผลต่อ
.
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ., พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส., คณะพนักงานสืบสวนสอบสวน บช.ก., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น รอง ผบก.ปพ., พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป., พ.ต.อ.วิญญู แจ่มใส ผกก.ฯ รรท.ผกก.3 บก.ปอศ., พ.ต.ท.พงษ์พิทักษ์ เหล็กชูชาติ รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.รัฐมนตรี พันชูกลาง รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ณัฐดนัย สีแข่ไตร รอง ผกก.3 บก.ป., พ.ต.ท.ศิษฏ์ พูลวงศ์ รอง ผกก.3 บก.ป พ.ต.ท.พัฒนพงศ์ เสณีแสนเสนา รอง ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ท.ณธัชพงศ์ สินสิริยานนท์ รอง ผกก.3 บก.ปอศ.
.
เจ้าหน้าที่ชุดตรวจค้น นำโดย พ.ต.ท.ศราวุธ ทองน้อย สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ท.อัครวุฒิ จันทร์เจริญ สว.กก.3 บก.ป., พ.ต.ท.หญิง ปวีณวรรณ พลหาญ สว.กก.3 บก.ปอศ., ว่าที่ พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ รัตนพันธ์ สว.กก.3 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.ต.ธีรศักดิ์ นามเขต สว.กก.3 บก.ป., ว่าที่ พ.ต.ต.เลอสันต์ พรมชื่น สว.กก.3 บก.ป.
.
ร่วมกันสืบสวนสอบสวนจนนำไปสู่การออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย ได้แก่
.
1.นายเบน สมิธ (Mr.Ben Smith) อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1155/2569 ลง 26 ก.พ.69
2.นางสาวแคทรียา บีเวอร์ อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1156/2569 ลง 26 ก.พ.69
.
ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกง, สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้สมคบ และได้ร่วมกันฟอกเงิน”