สวัสดีครับเพื่อนๆ กระทู้นี้อยากมาแชร์ประสบการณ์เตรียมสอบ CU-TEP ของผมเองครับ
เผื่อจะเป็นแนวทางสำหรับคนที่ทำงานไปด้วยและพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่แน่นเหมือนกัน
ผมสอบอยู่หลายรอบ คะแนนอยู่ช่วง 50 ปลาย ๆ มาพักใหญ่ ก่อนจะหยุดทบทวนวิธีอ่านของตัวเองใหม่ทั้งหมด
แล้วค่อย ๆ ปรับแผนทีละจุด จนครั้งล่าสุดทำได้ 82 คะแนน
สิ่งที่เปลี่ยนจริงๆ สำหรับผมไม่ใช่จำนวนชั่วโมงอ่าน แต่เป็น วิธีคิดเวลาเจอโจทย์ มากกว่า เลยอยากมาเล่าว่าผมปรับอะไรไปบ้าง
และจัดตารางยังไง เผื่อใครกำลังติดอยู่ช่วงคะแนนใกล้ ๆ กันจะเอาไปปรับใช้ได้ครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้รายละเอียดแหล่งที่ผมใช้ศึกษาเพิ่มเติม จะรวบรวมไว้ในสปอยล์ด้านล่างครับ
สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว Pantip
ผมเป็นคนนึงที่ต้องใช้คะแนน CU-TEP 80+ เพื่อเป็นเกณฑ์จบ ป.โท แต่ด้วยความที่เรียนจบมานานและทำงานตลอด
ทำให้พื้นฐานภาษาอังกฤษแทบจะอยู่ที่ศูนย์เลยครับ ตอนแรกก็คิดว่าไม่น่ายาก แค่ไปสอบก็ได้แล้ว
แต่ผลคือสอบมา 3 รอบ คะแนนวนอยู่ที่ 55-58 จนเริ่มท้อและเกือบจะเปลี่ยนไปสอบอย่างอื่นแล้วครับ
สุดท้ายเลยตัดสินใจหยุดสอบแล้วกลับมาตั้งหลักใหม่ทั้งหมด ลองผิดลองถูกอยู่หลายวิธี
จนในที่สุดก็สามารถทำคะแนนได้ 82 ในการสอบครั้งล่าสุดครับ
วันนี้เลยอยากจะมาแชร์ประสบการณ์ทั้งหมดแบบละเอียด พร้อมแนบลิงก์แหล่งข้อมูลฟรีที่ผมใช้จริงทั้งหมด
เผื่อจะเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ ที่กำลังเจอปัญหาเดียวกันอยู่ครับ
[Phase 1: ช่วงหลงทาง | ทำไมอ่านเองแล้วคะแนนไม่ขึ้น?]
ช่วงแรกผมใช้วิธีที่คิดว่าเบสิกที่สุดครับ:
1.ซื้อหนังสือตามร้าน: ไปร้านหนังสือแล้วหยิบเล่มที่ดูดีที่สุดมา 2-3 เล่ม (เล่มแดงในตำนานของ CULI ก็มี)
2.ท่องศัพท์: หาลิสต์ศัพท์มาท่องเป็นพันๆ คำ แต่พอเจอในข้อสอบจริงก็นึกไม่ออกอยู่ดี
3.ทำแบบฝึกหัดท้ายบท: พอทำได้บ้าง แต่เป็นความเข้าใจแบบแยกส่วน พอเจอโจทย์จริงที่รวมทุกเรื่องแกรมม่ามาในข้อเดียวก็ไปไม่เป็นเลย
ผลลัพธ์: เสียเวลาไป 2-3 เดือนกับการอ่านแบบสะเปะสะปะ คะแนนไม่ขยับ แถมยังรู้สึกว่าข้อสอบมันยากเกินความสามารถเราไปมาก
________________________________________
[จุดเปลี่ยน: คลิป 5 นาที ที่ทำให้กลับมาสู้ต่อ]
หลังจากที่เฟลไปหลายรอบจนเกือบจะถอดใจแล้ว วันนึงผมบังเอิญเลื่อนฟีดไปเจอคลิปสั้นๆ คลิปนึงครับ เป็นของ อ.โจ ในคลิปอาจารย์พูดประมาณว่า 'อย่าเพิ่งดูถูกศักยภาพตัวเอง' แค่ 5 นาที แต่มันเหมือนโดนตบหน้าเบาๆ ให้ตื่นครับ มันจี้ใจดำว่าที่เราพลาดไม่ใช่เพราะเราไม่เก่ง แต่เพราะเรายังไม่เข้าใจแก่นของมันจริงๆ
•คลิปสร้างกำลังใจ

คลิปนั้นเลยทำให้ผมตัดสินใจลองเข้าไปดูช่องของแกจริงจัง แล้วก็ไปเจอหน้าที่แกวิเคราะห์ปัญหาของคนสอบ CU-TEP
ในแต่ละพาร์ทไว้ในเว็บของสถาบัน ซึ่งหน้านี้คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้มุมมองการเตรียมสอบของผมเปลี่ยนไปเลยครับ
จากที่เคยมองว่ามันยากเกินไป กลายเป็นเริ่มเห็นแล้วว่าแต่ละพาร์ทมันมีจุดอ่อนที่เราสามารถเจาะได้
•หน้าวิเคราะห์ข้อสอบทุกพาร์ท (สำคัญมาก): https://www.englishmeup.com/cutep/#about
________________________________________
[Phase 2: ช่วงตาสว่าง | เปลี่ยนวิธีคิด พิชิตข้อสอบ]
หลังจากได้ปรับ Mindset ใหม่จากเว็บของอาจารย์โจแล้ว ผมก็เลยเริ่มรวบรวมเทคนิคจากหลายๆ ที่อย่างเป็นระบบมากขึ้นครับ
✅ 1. ทำความเข้าใจภาพรวมและ Mindset ที่ถูกต้อง
•ChulaTutor: มีคลิปรีวิวแนวข้อสอบในแต่ละรอบ ทำให้พอเห็นภาพรวมว่าช่วงนี้ข้อสอบเน้นออกอะไร

o https://www.youtube.com/playlist?list=PLNQib3tKhDzHwZXblOTL1KcRCISBJfpIk
•ENG ME UP (อ.โจ): ผมยกให้บทความและคลิปวิเคราะห์ของที่นี่เป็น คัมภีร์ เริ่มต้นเลยครับ
มันทำให้ผมเข้าใจวิธีคิดของคนออกข้อสอบ ว่าเค้าตั้งใจจะวัดอะไรและจะหลอกเราตรงไหน เป็นการปรับจูนวิธีคิดก่อนเริ่มอ่านที่ดีที่สุด
o https://blog.englishmeup.com/mini-chapter-1/
o https://youtube.com/playlist?list=PLswOMTIz20LL-4HPMXoR9yy6vAAJsqO_-&si=XKoe81dYLHwm7rmo
✅ 2. เจาะลึก Part Writing (Error Identification)
•ครูโตโน่: สำหรับการปูพื้นฐานแกรมม่าที่จำเป็น ผมเริ่มจากคลิปของครูโตโน่ครับ อธิบายเข้าใจง่ายดี
o(สำหรับครูโตโน่ แนะนำให้ค้นหาใน YouTube ด้วย Keyword: "ติว CU-TEP ครูโตโน่ Grammar")
•ENG ME UP (อ.โจ): อันนี้คือคลิปที่เปลี่ยนวิธีคิดผมไปเลยครับ จากที่เคยแปลมั่วๆ สุ่มหาที่ผิด
พอมาดูคลิปที่ อ.โจ เอาโจทย์มาแยกสีให้ดูโครงสร้างประโยค
ทำให้ผมเข้าใจ หัวใจ ของพาร์ท Error จริงๆ ว่ามันต้องวิเคราะห์ ไม่ใช่แค่ท่องจำ
o
✅ 3. เจาะลึก Part Reading
•ครูพลอย: มีคลิปสอนเทคนิคการอ่านเร็วๆ และทริคเล็กๆ น้อยๆ ที่เอาไปปรับใช้ได้ดีครับ
o
o https://www.youtube.com/watch?v=tsYT-A-lQcM&list=PL-QNpdCBf7-BCmH-9ArLgTMMZszxBrYiF
•ENG ME UP (อ.โจ): ที่นี่สอนเทคนิคที่ผมชอบมากคือ อ่านไม่ถึงครึ่งก็ตอบได้
คือการสอนให้เราหา Main Idea และโครงสร้างของ Passage เพื่อโฟกัสอ่านเฉพาะส่วนที่จำเป็นต้องใช้ตอบคำถาม
ประหยัดเวลาไปได้เยอะมากๆ สำหรับคนอ่านช้าแบบผม
o
✅ 4. เจาะลึก Part Listening
•ChulaTutor: มีคลิปแนะนำเทคนิคพาร์ท Listening ให้เห็นภาพรวมการเตรียมตัวครับ
o(สำหรับ ChulaTutor แนะนำให้ค้นหาใน YouTube ด้วย Keyword: ติว CU-TEP Listening ChulaTutor )
•ENG ME UP (อ.โจ): แต่ที่ได้ประโยชน์สุดคือคลิป เลี่ยงโจทย์ลวง ครับ
มันทำให้เรารู้ทันว่า Choice แบบไหนที่ดูเหมือนจะถูกแต่จริงๆ แล้วเป็นตัวหลอก
ทำให้เรามีสมาธิและโฟกัสกับ Keyword ที่เป็นคำตอบจริงๆ ได้ดีขึ้น
o
•Tyme Topic : ครูทามก็มีคลิปเทคนิคพอสมควร listening มีให้ดูไม่ค่อยหลายที่มากนัก
ผมคิดว่า มันน่าจะนำเสนอเทคนิคยาก เพราะเป็น hard skill ต้องฝึกเยอะๆ
o
[Phase 3: วางแผนและลงมือทำจริง]
หลังจากได้อาวุธครบมือแล้ว ผมก็จัดตารางให้ตัวเองใหม่แบบนี้ครับ
1.วัดระดับตัวเองก่อนเลย (ห้ามข้าม): ผมเริ่มจากทำ Mock Test ฟรีของ ENG ME UP ( https://test.englishmeup.com/ ) ก่อนเลยครับ
มันบอกคะแนนแยกพาร์ท ทำให้รู้ว่าเราป่วยตรงไหนหนักสุด (ของผมคือ Error กับ Reading) แล้วก็มีของ Kengsob
ที่ศูนย์หนังสือจุฬาทำครับ ปกติ 300 แต่ผมได้ฟรีจากครูโจที่ eng me up เหมือนกัน
เขาร่วมกันคับ บอกแล้วว่าที่นี่ผมได้อะไรมาฟรีๆ เยอะ คุ้มผมสุดๆ เลยอาจมีที่นี่เยอะหน่อย
เพราะเขามีส่วนเรียนฟรีให้เยอะจริงๆ เยอะจนผมตกใจ ไม่เคยเจอ
2.สัปดาห์ที่ 1-2 (ปรับพื้นฐานและวิธีคิด): ผมทิ้งหนังสือทุกเล่ม แล้วใช้เวลา 2 สัปดาห์นี้ดูคลิปทั้งหมดที่ลิสต์ไว้ข้างบน
วนไปครับ เพื่อล้างความเชื่อเก่าๆ แล้วใส่วิธีคิดที่ถูกต้องเข้าไปใหม่
3.สัปดาห์ที่ 3-6 (ตะลุยโจทย์): กลับไปทำโจทย์ในหนังสือเล่มเดิม แต่คราวนี้ทำแบบมีกลยุทธ์ ใช้เทคนิคที่เรียนมาทั้งหมดจับเวลาทำจริงจัง
ข้อไหนผิดก็กลับไปดูคลิปทวนอีกรอบ
4.2 สัปดาห์สุดท้าย: ทำ Mock Test เก่าๆ สลับกับหาข้อสอบออนไลน์ทำเพิ่ม เน้นสร้างความคุ้นเคยกับความกดดันเรื่องเวลาอย่างเดียวเลยครับ
บทสรุป: การสอบ CU-TEP สำหรับคนพื้นฐานน้อย มันไม่ใช่แค่การขยันอ่านหนังสือครับ
แต่ต้อง ขยันให้ถูกวิธี ด้วย การเข้าใจแก่นของข้อสอบสำคัญกว่าการท่องจำเยอะมากครับ
หวังว่าประสบการณ์ของผมจะเป็นประโยชน์กับเพื่อนๆนะครับ
ใครมีคำถามอะไรทิ้งไว้ได้เลย ยินดีช่วยตอบเท่าที่รู้ครับ สู้ๆ ครับ
ทั้งหมดเป็นประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ
ใครสะดวกแนวไหนก็ลองปรับใช้ตามความเหมาะสมได้เลยครับ 😊🙏
แชร์ประสบการณ์เตรียมสอบ CU-TEP บทเรียนจากคนพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่แน่น (จาก 58 สู่ 82)
เผื่อจะเป็นแนวทางสำหรับคนที่ทำงานไปด้วยและพื้นฐานภาษาอังกฤษไม่แน่นเหมือนกัน
ผมสอบอยู่หลายรอบ คะแนนอยู่ช่วง 50 ปลาย ๆ มาพักใหญ่ ก่อนจะหยุดทบทวนวิธีอ่านของตัวเองใหม่ทั้งหมด
แล้วค่อย ๆ ปรับแผนทีละจุด จนครั้งล่าสุดทำได้ 82 คะแนน
สิ่งที่เปลี่ยนจริงๆ สำหรับผมไม่ใช่จำนวนชั่วโมงอ่าน แต่เป็น วิธีคิดเวลาเจอโจทย์ มากกว่า เลยอยากมาเล่าว่าผมปรับอะไรไปบ้าง
และจัดตารางยังไง เผื่อใครกำลังติดอยู่ช่วงคะแนนใกล้ ๆ กันจะเอาไปปรับใช้ได้ครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ทั้งหมดเป็นประสบการณ์ส่วนตัวนะครับ
ใครสะดวกแนวไหนก็ลองปรับใช้ตามความเหมาะสมได้เลยครับ 😊🙏