หลายคนน่าจะเคยเห็นป้ายชื่อหรือโลโก้ของ JPARK 🚗รู้หรือไม่ว่าคือ บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ที่บริหารที่จอดรถอย่างมืออาชีพ

หลายคนน่าจะเคยเห็นป้ายชื่อหรือโลโก้ของ JPARK เมื่อไปจอดรถในอาคารหรือสถานที่ต่างๆ แต่อาจไม่เคยรู้เลยว่าเบื้องหลังของตรงนั้นคือการบริหารที่จอดรถอย่างมืออาชีพด้วยบริษัทหนึ่งที่อยู่ในตลาดหุ้น

บริษัทดังกล่าวคือ JPARK หรือบริษัท เจนก้องไกล จำกัด (มหาชน) อยู่ในตลาดตลาดหลักทรัพย์ mai (กลุ่มบริการ) ตั้งแต่ปี 2023

ที่มาที่ไปของ JPARK เริ่มมาจากสันติพล เจนวัฒนไพศาล ผู้ก่อตั้ง เรียนจบด้านวิศวกรรม ในช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจให้บริการออกแบบและศึกษาโครงการก่อสร้างสนามบินในพื้นที่ต่างจังหวัด

ช่วงนั้นทำให้สันติพลพบปัญหาเกี่ยวกับที่จอดรถ ทั้งไม่เพียงพอต่อผู้โดยสารและไม่มีการจัดระเบียบ จึงมาสนใจศึกษาด้านนี้อย่างจริงจัง และได้เสนอตัวเข้าบริหารลานจอดรถ แต่ยังไม่ได้งานในสนามบิน

ในที่สุดโปรเจคแรกของ JPARK คือการได้เข้าบริหารที่จอดรถบริเวณตลาดสดสามย่าน รวมถึงพื้นที่เขตพาณิชย์สวนหลวง-สามย่าน ในปี 2002 ซึ่งปัจจุบันยังคงให้บริการอยู่

การบริหารตลาดสดสามย่านจึงกลายเป็นจุดเปลี่ยนให้ JPARK ได้ขยายธุรกิจเข้าไปบริหารที่จอดรถตามสถานที่ต่างๆ ทั้งที่จอดรถของโรงพยาบาล สถานีรถไฟฟ้า สนามบิน และย่านธุรกิจหรือพื้นที่ชุมชน

ธุรกิจของ JPARK ที่เข้าไปทำที่จอดรถ แบ่งเป็น 3 หมวด คือ

1) ธุรกิจให้บริการที่จอดรถ (Parking Service: PS)

มีสองแบบ คือไปเช่าพื้นที่จอดรถและอาคารจอดรถเพื่อจัดเก็บค่าบริการ หรือร่วมลงทุนกับเจ้าของพื้นที่เพื่อจัดเก็บค่าบริการ โดยแบ่งรายได้หรือกำไรร่วมกัน เป็นรายได้หลักด้วยสัดส่วน 68% ของรายได้ทั้งหมด

ตัวอย่าง : ลานจอดรถย่านบรรทัดทองและสวนหลวงสแควร์

2) ธุรกิจรับจ้างบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ (Parking Management Service: PMS)

ส่วนนี้เป็นการไปรับจ้างดูแลที่จอดรถให้กับหน่วยงานรัฐหรือเอกชนที่มีพื้นที่อยู่แล้ว แต่ต้องการมืออาชีพไปจัดการระบบและบุคลากร โดย JPARK จะได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนหรือตามสัญญา เป็นสัดส่วน 17% ของรายได้ทั้งหมด

ตัวอย่าง : อาคารจอดแล้วจรของ รฟม. (MRT) หลายสถานี

3) ธุรกิจให้คำปรึกษาและรับติดตั้งระบบบริหารจัดการพื้นที่จอดรถ (Consultant and Installation Parking System : CIPS)

ส่วนนี้คือการรับบริการออกแบบลานจอดรถ ติดตั้งไม้กั้นอัตโนมัติ รวมถึงระบบซอฟต์แวร์เพื่อช่วยให้ลดการใช้จำนวนคนและเพิ่มความแม่นยำในการเก็บเงิน เช่น ระบบอ่านป้ายทะเบียนรถ หรือบัตรจอดรถแบบ QR Code จ่ายทางออนไลน์ได้ เป็นสัดส่วน 12% ของรายได้ทั้งหมด

ตัวอย่าง : อาคารตรงข้ามโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า และลานจอดรถ JPARK บางกอกน้อยใกล้โรงพยาบาลศิริราช

แล้วทำไมเจ้าของพื้นที่ถึงเซ็นสัญญาให้ JPARK เข้าไปดูแลที่จอดรถ?

การที่เจ้าของที่หรือหน่วยงานใหญ่ๆ เช่น โรงพยาบาล รถไฟฟ้า หรือห้าง ยอมให้ JPARK เข้ามาบริหารจัดการที่จอดรถแทนที่จะดูแลเอง มีเหตุผลหลักอยู่ 5 ข้อด้วยกัน

1) เปลี่ยนภาระเป็นรายได้คงที่

หลายคนอาจมองว่าการทำที่จอดรถดูเป็นเรื่องง่าย แค่ปล่อยรถเข้าไปและเก็บเงิน แต่ความจริงแล้วมีรายละเอียดจุกจิกมาก ทั้งการจ้างพนักงานเป็นกะ การซ่อมบำรุงไม้กั้น และการดูแลรักษาความปลอดภัย

ดังนั้นการให้มืออาชีพเข้าไปทำแทนจึงเป็นประโยชน์กับเจ้าของที่ได้มากกว่า เพราะจะได้ทั้งค่าเช่าหรือส่วนแบ่งจาก JPARK และในมุมของผู้เข้ามาใช้บริการก็จะได้จอดรถอย่างสะดวกสบายมากขึ้น

2) ความเชี่ยวชาญในการบริหารพื้นที่

JPARK สามารถจัดสรรและวางผังที่จอดรถได้ เช่นจากเดิมอาจจอดได้ 100 คัน แต่อาจจัดใหม่ให้จอดได้ 120 คัน หรืออาจมีการนำระบบ Auto Parking เข้าไปใช้หากเป็นพื้นที่แคบได้

3) ระบบเทคโนโลยี

ปัญหาใหญ่ที่สุดของลานจอดรถคือการใช้บุคคล ซึ่งอาจเกิดปัญหาที่พนักงานเก็บเงินได้ แต่ถ้าเป็นของ JPARK สามารถใช้ระบบ QR Code หรือระบบอัตโนมัติเพื่อตรวจสอบยอดเงินและบริหารงานได้แม่นยำมากขึ้น

4) ภาพลักษณ์และความเป็นมืออาชีพ

สำหรับสถานที่อย่างโรงพยาบาลหรืออาคารสำนักงานใหญ่ๆ หากมีระบบที่จอดรถที่ไหลลื่น คนไปแล้วไม่ต้องต่อคิวนาน หรือมีแอปเช็กที่ว่างได้ จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของสถานที่นั้นได้ ทำให้คนไปแล้วรู้สึกสบายใจกับที่จอดรถ

5) เงินลงทุน

การก่อสร้างอาคารหรือทำระบบจอดรถอาจต้องใช้เงินลงทุนสูง แต่สำหรับ JPARK เสนอการเข้าไปทำแบบลงทุนให้และบริหารจนครบสัญญา เช่น 30 ปี แล้วยกทรัพย์สินตรงนั้นให้เจ้าของที่ดินเมื่อครบกำหนด

แล้วผลประกอบการของ JPARK เป็นอย่างไรบ้าง?

รายได้และการเติบโตเทียบปีที่แล้ว
2022 456 ล้านบาท
2023 576 ล้านบาท (+27% YoY)
2024 670 ล้านบาท (+16% YoY)
2025 576 ล้านบาท (-14% YoY)

กำไรและการเติบโตเทียบปีที่แล้ว

2022 55 ล้านบาท
2023 63 ล้านบาท (+14% YoY)
2024 165 ล้านบาท (+163% YoY)
2025 83 ล้านบาท (-50% YoY)

ผลประกอบการของ JPARK อาจจะยังมีการผันผวนอยู่บ้าง เพราะอยู่ในช่วงลงทุนและรับรู้โครงการใหม่ๆ อีกทั้งมีต้นทุนการจ้างบุคลากรเพิ่มขึ้น

แต่กรณีของ JPARK คือบทเรียนธุรกิจที่น่าสนใจ เพราะสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ของที่จอดรถมาปรับด้วยเทคโนโลยี จากการเก็บค่าจอดรถในหลักสิบบาท จนกลายเป็นทำรายได้ให้บริษัทถึงปีละ 500-600 ล้านบาท

#MarketeerMoney
CR⬇️
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่