ตลาดอีวีไทยกำลังเข้าสู่ ‘จุดเปลี่ยน’ เมื่อเงินอุดหนุนจากภาครัฐสิ้นสุดลง และค่ายรถจีนทยอยปรับขึ้นราคา คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ ‘รถจะแพงขึ้นเท่าไร’ แต่คือดีมานด์ที่แท้จริงของผู้บริโภคจะยังแข็งแรงหรือไม่ ในวันที่แรงหนุนจากรัฐหายไป
เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า เหล่าผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนเริ่ม “ปรับขึ้นราคา” ในไทย หลังรัฐบาล “ยุติโครงการเงินอุดหนุนการซื้อรถอีวี” นี่สะท้อนว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเปลี่ยนทิศ
ที่โชว์รูม BYD ชานกรุงเทพฯ พนักงานขายบอกว่า ยอดจองรถไฟฟ้าล่วงหน้าปีนี้ลดลงมาก
“การขึ้นราคา ทำให้ลูกค้าบางส่วนลังเลที่จะซื้อ” พนักงานกล่าว
รุ่น Dolphin รถแฮทช์แบ็กไฟฟ้ายอดนิยมของ BYD ตั้งราคาป้ายรุ่นมาตรฐานไว้ที่ 599,900 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาต่ำสุดในปี 2025 ถึง 33%
ส่วน Atto 3 รถ SUV ไฟฟ้า ราคาอยู่ที่ 849,900 บาท เพิ่มขึ้น 21%
นี่เป็น “ครั้งแรก” ที่ BYD ขึ้นราคา หลังเข้าตลาดไทยในปี 2022 แต่ไม่ใช่แค่รายเดียว
MG ของ SAIC Motor ซึ่งเป็นแบรนด์ EV ใหญ่เป็นอันดับสองในไทย ปรับขึ้นราคา MG4 อีก 30,000 บาท และรุ่น Maxus 9 Plus เพิ่ม 50,000 บาท
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ค่ายรถจีน Guangzhou Automobile Group, Chery และ Geely ก็ขึ้นราคาเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ ไทยมีเงินอุดหนุนให้ผู้ผลิตที่เข้ามาลงทุนและผลิตรถในประเทศ โดยผู้เล่นรายใหญ่อย่าง BYD ได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดถึง 150,000 บาทต่อคัน แต่โครงการดังกล่าวสิ้นสุดลงเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ความ “ราคาจับต้องได้” จากเงินอุดหนุน เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ตลาดอีวีไทยเติบโต
โดยในปีที่แล้ว ไทยขายรถยนต์ไฟฟ้าได้ 122,128 คัน เพิ่มขึ้น 74% จากปี 2024 และคิดเป็น 24% ของยอดขายรถใหม่ทั้งหมด
ประธานวงศ์ พรประภา ซีอีโอ Rever Automotive ผู้จัดจำหน่าย BYD ในไทยกล่าวว่า
“เมื่อเงินอุดหนุนหมด เราไม่มีทางเลือก นอกจากต้องปรับราคา”
ขณะเดียวกัน การสิ้นสุดเงินอุดหนุนก็อาจช่วยลดสงครามราคาในตลาด
ผู้เชี่ยวชาญจาก Roland Berger ระบุว่า “ราคารถ EV ถูกบิดเบือนจากการลดราคามากเกินไป ผู้ผลิตจีนต้องการปรับให้กลับสู่ระดับที่ยั่งยืน”
ที่ผ่านมา BYD เป็นผู้นำสงครามราคา และถูกผู้บริโภควิจารณ์อย่างหนัก เพราะการลดราคาทำให้ราคารถมือสองตกฮวบ
Atto 3 เคยมีราคาช่วงปลายปี 2025 ต่ำกว่าตอนเปิดตัวถึงราว 40% ผู้ผลิตจีนรายอื่นก็แสดงความกังวลต่อการตัดราคา และมีผู้บริโภคบางส่วนพยายามยื่นฟ้องร้อง
ทั้งนี้ ส่วนแบ่งตลาดรถใหม่ของค่ายจีนเพิ่มเป็น 22% ในปี 2025 จากปี 2022 ที่มีเพียง 5% โดยประมาณ
ในทางกลับกัน ส่วนแบ่งของค่ายญี่ปุ่นลดลงเกือบหนึ่งในห้า เหลือ 68% แต่การขึ้นราคาของค่ายจีน อาจเปิดโอกาสให้แบรนด์ญี่ปุ่นกลับมาแข่งขันได้ดีขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า “ปี 2026 จะเป็นปีที่เห็นดีมานด์อีวีที่แท้จริง หลังเงินอุดหนุนหมดลง” และต้องจับตาว่า การขึ้นราคาและสต็อกรถที่ผลิตในไทย จะส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างไรต่อไป
อ่านต่อ:
https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1222866
อีวีจีน ‘ทยอยขึ้นราคา’ ในไทย หลังรัฐหยุดให้เงินอุดหนุน ยอดจองเริ่มแผ่ว-สงครามราคาสะดุด ปี 2026 บททดสอบดีมานด์ที่แท้จริง
เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า เหล่าผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจีนเริ่ม “ปรับขึ้นราคา” ในไทย หลังรัฐบาล “ยุติโครงการเงินอุดหนุนการซื้อรถอีวี” นี่สะท้อนว่า ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอันดับหนึ่งของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเปลี่ยนทิศ
ที่โชว์รูม BYD ชานกรุงเทพฯ พนักงานขายบอกว่า ยอดจองรถไฟฟ้าล่วงหน้าปีนี้ลดลงมาก
“การขึ้นราคา ทำให้ลูกค้าบางส่วนลังเลที่จะซื้อ” พนักงานกล่าว
รุ่น Dolphin รถแฮทช์แบ็กไฟฟ้ายอดนิยมของ BYD ตั้งราคาป้ายรุ่นมาตรฐานไว้ที่ 599,900 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาต่ำสุดในปี 2025 ถึง 33%
ส่วน Atto 3 รถ SUV ไฟฟ้า ราคาอยู่ที่ 849,900 บาท เพิ่มขึ้น 21%
นี่เป็น “ครั้งแรก” ที่ BYD ขึ้นราคา หลังเข้าตลาดไทยในปี 2022 แต่ไม่ใช่แค่รายเดียว
MG ของ SAIC Motor ซึ่งเป็นแบรนด์ EV ใหญ่เป็นอันดับสองในไทย ปรับขึ้นราคา MG4 อีก 30,000 บาท และรุ่น Maxus 9 Plus เพิ่ม 50,000 บาท
สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ค่ายรถจีน Guangzhou Automobile Group, Chery และ Geely ก็ขึ้นราคาเช่นกัน
ก่อนหน้านี้ ไทยมีเงินอุดหนุนให้ผู้ผลิตที่เข้ามาลงทุนและผลิตรถในประเทศ โดยผู้เล่นรายใหญ่อย่าง BYD ได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุดถึง 150,000 บาทต่อคัน แต่โครงการดังกล่าวสิ้นสุดลงเมื่อปลายปีที่ผ่านมา
ความ “ราคาจับต้องได้” จากเงินอุดหนุน เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ตลาดอีวีไทยเติบโต
โดยในปีที่แล้ว ไทยขายรถยนต์ไฟฟ้าได้ 122,128 คัน เพิ่มขึ้น 74% จากปี 2024 และคิดเป็น 24% ของยอดขายรถใหม่ทั้งหมด
ประธานวงศ์ พรประภา ซีอีโอ Rever Automotive ผู้จัดจำหน่าย BYD ในไทยกล่าวว่า
“เมื่อเงินอุดหนุนหมด เราไม่มีทางเลือก นอกจากต้องปรับราคา”
ขณะเดียวกัน การสิ้นสุดเงินอุดหนุนก็อาจช่วยลดสงครามราคาในตลาด
ผู้เชี่ยวชาญจาก Roland Berger ระบุว่า “ราคารถ EV ถูกบิดเบือนจากการลดราคามากเกินไป ผู้ผลิตจีนต้องการปรับให้กลับสู่ระดับที่ยั่งยืน”
ที่ผ่านมา BYD เป็นผู้นำสงครามราคา และถูกผู้บริโภควิจารณ์อย่างหนัก เพราะการลดราคาทำให้ราคารถมือสองตกฮวบ
Atto 3 เคยมีราคาช่วงปลายปี 2025 ต่ำกว่าตอนเปิดตัวถึงราว 40% ผู้ผลิตจีนรายอื่นก็แสดงความกังวลต่อการตัดราคา และมีผู้บริโภคบางส่วนพยายามยื่นฟ้องร้อง
ทั้งนี้ ส่วนแบ่งตลาดรถใหม่ของค่ายจีนเพิ่มเป็น 22% ในปี 2025 จากปี 2022 ที่มีเพียง 5% โดยประมาณ
ในทางกลับกัน ส่วนแบ่งของค่ายญี่ปุ่นลดลงเกือบหนึ่งในห้า เหลือ 68% แต่การขึ้นราคาของค่ายจีน อาจเปิดโอกาสให้แบรนด์ญี่ปุ่นกลับมาแข่งขันได้ดีขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญมองว่า “ปี 2026 จะเป็นปีที่เห็นดีมานด์อีวีที่แท้จริง หลังเงินอุดหนุนหมดลง” และต้องจับตาว่า การขึ้นราคาและสต็อกรถที่ผลิตในไทย จะส่งผลกระทบต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างไรต่อไป
อ่านต่อ: https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1222866