เกริ่นก่อนครับว่า ผมเป็นคนที่เชื่อฟังครอบครัวมาตั้งแต่เด็กๆ เชื่อฟังทุกอย่าง ไม่มีนอกลู่นอกทาง
1. ชีวิตที่ถูกขีดเส้นใต้มาตั้งแต่มปลาย
- ช่วงมัธยม : ถูกบังคับเรียนสายวิทย์-คณิต เพื่อรองรับธุรกิจที่บ้าน ไม่เคยได้ไปเที่ยวหรือใช้ชีวิตวัยรุ่น วันหยุดคือการตื่นมาช่วยงานที่ร้านตั้งแต่เช้ายันค่ำ
- สังคมที่ขาดหาย : ไม่เคยได้สังสรรค์กับเพื่อน เพราะถูกจำกัดเรื่องการเดินทาง ต้องมีคนไปรับ-ส่งเท่านั้น และต้องกลับตรงเวลา ทำให้ขาดทักษะและการใช้ชีวิตอิสระ
2. เมื่อ "ทางเลือก" ไม่มีอยู่จริงในระดับมหาวิทยาลัย
- อยากเรียนสายอาชีพเพื่อเป็นพื้นฐาน แต่ที่บ้านยื่นคำขาดต้อง ป.ตรี คณะที่เขากำหนด และมหาวิทยาลัยใกล้บ้านเท่านั้น (ถ้าไปไกลต้องหาเงินเรียนเอง)
- เหตุผลที่ได้รับคือ "จบที่ไหนก็เหมือนๆกัน สุดท้ายก็ต้องกลับมาทำธุรกิจที่บ้าน" ทำให้ต้องจำใจเรียนในสิ่งที่ไม่ได้รัก
3. มรสุมหลังเรียนจบ และความล้มเหลวที่ไม่ได้ก่อ
- จบมาในช่วงโควิด-19 พอดี ธุรกิจที่บ้านเริ่มแย่ลง จะไปหางานข้างนอกก็ยาก เพราะเป็นเด็กจบใหม่ในยุคเศรษฐกิจปิดตัว
- พยายามเสนอการเปลี่ยนแปลง ลองปรับเปลี่ยนโครงสร้างของธุรกิจ แต่ถูกปฏิเสธทุกครั้ง เพราะครอบครัวยึดติดกับวิธีการเดิมๆ ไม่เปิดใจรับสิ่งใหม่
4. ปัญหาสุขภาพจิตและรอยร้าวในครอบครัว
- การทำงานที่เสียสุขภาพ : พ่อแม่ยอมตามใจลูกค้าทุกอย่างจนเกินกำลัง แต่กลับมาลงความเครียดที่ผม ชอบบ่นว่าเหนื่อยตลอดเวลา
- คำพูดทิ่มแทง : ถูกตำหนิว่า "เรียนมาสูงเสียเปล่า ช่วยอะไรไม่ได้" ทั้งที่เราทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว แต่ถูกปิดกั้นไอเดียเพียงเพราะไม่อยากลงทุนเพิ่ม
• ความรู้สึกทางตัน : ปัจจุบันทะเลาะกันแทบทุกวัน จะหนีไปไหนก็ไม่ได้เพราะไม่มีทุนสำรอง ต้องติดอยู่ในวงจรที่ธุรกิจกำลังแย่ลงเรื่อยๆ พร้อมกับใจที่พังไปทุกวัน
สิ่งที่อยากขอคำปรึกษา:
1. ในสภาวะที่ต้องอยู่บ้านเดียวกันและทำงานด้วยกัน แต่คุยกันไม่รู้เรื่องเลย ควรจัดการความรู้สึกตัวเองอย่างไรดี?
2. มีวิธีพูดกับผู้ใหญ่ที่ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ (และชอบเอาบุญคุณ/การศึกษามาอ้าง) ให้เขาลองเปิดใจปรับเปลี่ยนธุรกิจก่อนจะสายเกินไปไหม?
3. ถ้าผมอยากจะก้าวออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัยนี้ โดยที่แทบไม่มีเงินเก็บเลย ควรเริ่มวางแผนจากจุดไหนก่อนดีครับ?
เครียดมากครับ... รู้สึกเป็น "หุ่นยนต์" ของครอบครัวมาตลอดชีวิต จนวันนี้ธุรกิจทางตันแต่เขาก็ยังไม่ยอมรับฟัง
1. ชีวิตที่ถูกขีดเส้นใต้มาตั้งแต่มปลาย
- ช่วงมัธยม : ถูกบังคับเรียนสายวิทย์-คณิต เพื่อรองรับธุรกิจที่บ้าน ไม่เคยได้ไปเที่ยวหรือใช้ชีวิตวัยรุ่น วันหยุดคือการตื่นมาช่วยงานที่ร้านตั้งแต่เช้ายันค่ำ
- สังคมที่ขาดหาย : ไม่เคยได้สังสรรค์กับเพื่อน เพราะถูกจำกัดเรื่องการเดินทาง ต้องมีคนไปรับ-ส่งเท่านั้น และต้องกลับตรงเวลา ทำให้ขาดทักษะและการใช้ชีวิตอิสระ
2. เมื่อ "ทางเลือก" ไม่มีอยู่จริงในระดับมหาวิทยาลัย
- อยากเรียนสายอาชีพเพื่อเป็นพื้นฐาน แต่ที่บ้านยื่นคำขาดต้อง ป.ตรี คณะที่เขากำหนด และมหาวิทยาลัยใกล้บ้านเท่านั้น (ถ้าไปไกลต้องหาเงินเรียนเอง)
- เหตุผลที่ได้รับคือ "จบที่ไหนก็เหมือนๆกัน สุดท้ายก็ต้องกลับมาทำธุรกิจที่บ้าน" ทำให้ต้องจำใจเรียนในสิ่งที่ไม่ได้รัก
3. มรสุมหลังเรียนจบ และความล้มเหลวที่ไม่ได้ก่อ
- จบมาในช่วงโควิด-19 พอดี ธุรกิจที่บ้านเริ่มแย่ลง จะไปหางานข้างนอกก็ยาก เพราะเป็นเด็กจบใหม่ในยุคเศรษฐกิจปิดตัว
- พยายามเสนอการเปลี่ยนแปลง ลองปรับเปลี่ยนโครงสร้างของธุรกิจ แต่ถูกปฏิเสธทุกครั้ง เพราะครอบครัวยึดติดกับวิธีการเดิมๆ ไม่เปิดใจรับสิ่งใหม่
4. ปัญหาสุขภาพจิตและรอยร้าวในครอบครัว
- การทำงานที่เสียสุขภาพ : พ่อแม่ยอมตามใจลูกค้าทุกอย่างจนเกินกำลัง แต่กลับมาลงความเครียดที่ผม ชอบบ่นว่าเหนื่อยตลอดเวลา
- คำพูดทิ่มแทง : ถูกตำหนิว่า "เรียนมาสูงเสียเปล่า ช่วยอะไรไม่ได้" ทั้งที่เราทำทุกอย่างเต็มที่แล้ว แต่ถูกปิดกั้นไอเดียเพียงเพราะไม่อยากลงทุนเพิ่ม
• ความรู้สึกทางตัน : ปัจจุบันทะเลาะกันแทบทุกวัน จะหนีไปไหนก็ไม่ได้เพราะไม่มีทุนสำรอง ต้องติดอยู่ในวงจรที่ธุรกิจกำลังแย่ลงเรื่อยๆ พร้อมกับใจที่พังไปทุกวัน
สิ่งที่อยากขอคำปรึกษา:
1. ในสภาวะที่ต้องอยู่บ้านเดียวกันและทำงานด้วยกัน แต่คุยกันไม่รู้เรื่องเลย ควรจัดการความรู้สึกตัวเองอย่างไรดี?
2. มีวิธีพูดกับผู้ใหญ่ที่ยึดติดกับวิธีการเดิมๆ (และชอบเอาบุญคุณ/การศึกษามาอ้าง) ให้เขาลองเปิดใจปรับเปลี่ยนธุรกิจก่อนจะสายเกินไปไหม?
3. ถ้าผมอยากจะก้าวออกไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในวัยนี้ โดยที่แทบไม่มีเงินเก็บเลย ควรเริ่มวางแผนจากจุดไหนก่อนดีครับ?