เทคโนโลยีการส่งไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูงพิเศษ (UHVDC) และระบบไฟฟ้ากระแสสลับ (HVAC): DC vs AC round 2

กระทู้สนทนา
เทคโนโลยีการส่งไฟฟ้ากระแสตรงแรงดันสูงพิเศษ (UHVDC) และการเปรียบเทียบกับระบบไฟฟ้ากระแสสลับ (HVAC):

   1. ความจำเป็นและข้อดีของ UHVDC การตอบสนองความต้องการพลังงาน: ความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตขึ้น 70% ภายในปี 2040 โดยเฉพาะในประเทศนอกกลุ่ม OECD เช่น จีนและอินเดีย การเชื่อมต่อแหล่งพลังงานหมุนเวียน: แหล่งพลังงานสะอาด (เช่น พลังน้ำ ลม โซลาร์) มักอยู่ไกลจากศูนย์กลางการใช้ไฟฟ้า UHVDC เป็นทางเลือกอันดับหนึ่งในการส่งพลังงานมหาศาลจากแหล่งเหล่านี้ไปยังเมืองใหญ่ ประสิทธิภาพสูง: ระบบ UHVDC (โดยเฉพาะที่ระดับ 1,100 kV) ช่วยลดการสูญเสียในระบบส่งลงได้มากเมื่อเทียบกับระบบ 800 kV และสามารถเพิ่มความจุในการส่งไฟฟ้าได้ถึง 20% ประหยัดพื้นที่ (Right of Way): สายส่ง DC ใช้ตัวนำน้อยกว่า (2 สายเทียบกับ 3 สายใน AC) และใช้หอคอยส่งไฟฟ้าที่มีขนาดซับซ้อนน้อยกว่า ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและต้นทุนที่ดิน

   2. การเปรียบเทียบ HVDC vs HVAC ความประหยัด: แม้สถานีแปลงกระแสไฟฟ้า (Converter Station) ของ DC จะมีราคาสูง แต่ต้นทุนสายส่งในระยะไกลจะถูกกว่า AC โดยมีจุดคุ้มทุน (Break-even distance) ที่ระยะทางหนึ่งซึ่ง DC จะเริ่มคุ้มค่ากว่า อยู่ที่ประมาณ 700 km ประสิทธิภาพทางเทคนิค: HVDC ไม่มีปัญหาเรื่องผลกระทบทางผิว (Skin effect) และไม่มีการสูญเสียจากกำลังไฟฟ้าส่วนเกิน (Reactive power) ในสายเคเบิล ทำให้เป็นทางเลือกเดียวที่ใช้งานได้สำหรับการส่งไฟฟ้าผ่านเคเบิลใต้น้ำระยะไกล ความเสถียร: HVDC สามารถเชื่อมต่อเครือข่าย AC ที่ไม่ซิงโครไนซ์กันหรือมีความถี่ต่างกัน (เช่น 50Hz และ 60Hz) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

   3. ความท้าทายทางวิศวกรรมที่ระดับ 1,100 kV ข้อกำหนดด้านฉนวน: แรงดันที่สูงขึ้นมากทำให้ต้องใช้ฉนวนที่มีความยาวและเส้นผ่านศูนย์กลางเพิ่มขึ้นแบบไม่เป็นเชิงเส้น เพื่อป้องกันการเกิดไฟลุกข้าม (Flashover) ขนาดอุปกรณ์มหาศาล: อุปกรณ์อย่างหม้อแปลง (Converter Transformer) อาจมีความยาวถึง 40 เมตร และหนักหลายร้อยตัน ทำให้ยากต่อการขนส่งและติดตั้ง โซลูชันการออกแบบ: เพื่อป้องกันปัญหาที่เกิดจากสภาพอากาศและมลภาวะ การออกแบบสถานีในอาคาร (Indoor DC Yard) และการใช้ฉนวนโพลิเมอร์ (Silicone/Composite) จึงถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ### **4. โครงการสำคัญและผู้นำเทคโนโลยี

ประเทศจีน: เป็นผู้นำระดับโลกในการติดตั้ง UHVDC โดยมีโครงการ Zhundong–South Anhui (±1,100 kV) เป็นสายส่งที่ยาวและทรงพลังที่สุดในโลก (ระยะทาง 3,284 กม. ส่งไฟฟ้าได้ 12,000 MW)

ประเทศอินเดีย: มีแผนแม่บทมูลค่า 6.42 ล้านล้านรูปี เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานรวมถึงสถานี HVDC ขนาดใหญ่ 6 แห่ง เพื่อรองรับการส่งไฟฟ้าจากโครงการพลังงานน้ำในลุ่มน้ำพรหมบุตร ผู้ผลิตหลัก: บริษัทอย่าง ABB (Hitachi Energy) และ Siemens เป็นผู้พัฒนาอุปกรณ์สำคัญ เช่น วาล์วไทริสเตอร์ (Thyristor Valves) และเซอร์กิตเบรกเกอร์แรงดันสูงพิเศษ

   5. นวัตกรรมเซอร์กิตเบรกเกอร์ HVDC การตัดไฟฟ้ากระแสตรงทำได้ยากกว่า AC เพราะไม่มีจุดที่กระแสเป็นศูนย์ (Zero-crossing) มีการพัฒนานวัตกรรม Hybrid HVDC Breaker ที่รวมส่วนประกอบของสารกึ่งตัวนำและกลไกเข้าด้วยกัน เพื่อให้สามารถตัดกระแสไฟฟ้าที่ผิดปกติได้อย่างรวดเร็วในระดับมิลลิวินาที

  6. จีนกำลังสร้างสิ่งที่เรียกได้ว่า electricity internet” หรือ supergrid เพื่อเอาพลังงานจากแหล่งใหญ่ เช่นโครงการ Xiangjiaba–Shanghai HVDC system ระยะทาง > 2,000 KM (ทะเลทราย, เขื่อน, ลม) ส่งไปเมืองใหญ่ / ประเทศอื่นแล้ว “เชื่อมกันเป็น network” โดยเริ่มจากลาวและพร้อมจะขยายต่อไปในเขตอาเซียนต่อไป ซึ่งต้องผ่านประเทศไทยเพื่อไปสู่มาเลเซียและสิงคโปร์ ตามลำดับ และ ในเฟสต่อไปคือ เอเชีย ยุโรป และ แอฟริกา เชื่อมกันด้วย HVDC network

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่