หลักการลงทุนการเลือกซื้อหุ้น มีอยู่ 7 ข้อตามลำดับ ดังนี้ครับ
1. ค่า P/E
*** ตลาดหุ้นประเทศไทยเหมาะซื้อหุ้น P/E 9.xx หรือต่ำกว่าเท่านั้นสำคัญมาก ***
EPS = Q2 2563 + Q3 2563 + Q4 2563 + Q1 2564
EPS = 3.77 + 2.52 + 1.54 + 3.82 (ค่าจะไม่ตรงกับในเว็ป Finnomena นะครับ ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร )
EPS = 11.65
ผมซื้อตอนที่งบ Q1 2564 ออกแล้ว วันที่ซื้อ 18 พฤษภาคม 2564 ตอนนั้นหุ้น MTI ราคา 88.25 บาท
P/E = 88.25/11.65 = 7.58
ผมซื้อตอนที่งบ Q1 2564 ออกแล้ว วันที่ซื้อ 18 พฤษภาคม 2564 ตอนนั้นหุ้น MTI ราคา 88.25 บาท
(แต่ในภาพเป็นวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 นะครับวันจะไม่ตรงกัน )
P/E = 88.25/11.65 = 7.58
2. งบกำไรขาดทุน
2.1 ต้องมีกำไรสุทธิ 2 ปีก่อนหน้า และรักษากำไร 2 ปี
จากภาพ งบกำไรขาดทุน MTI ปี 2562 มีกำไร 426.53 และ ปี 2563 มีกำไร 590.90 บาท
กำไร 426.32 / 590.90 รักษากำไรอย่างน้อยๆเท่าเดิมเป็นระยะเวลา 2 ปี ถือว่าถูกต้อง
2.2 คาดการณ์รักษากำไรเท่าช่วงที่ซื้อ EPSxจำนวนหุ้น
EPS = 3.77 + 2.52 + 1.54 + 3.82
EPS = 11.65
ค่า EPS x จำนวนหุ้นทั้งหมด = 11.65 x 59 = 687.35
สรุปคาดการณ์ว่า จะรักษากำไรได้เท่ากับ 687.35 (วันที่ซื้อ 18 พฤษภาคม 2564 )
สรุปคาดการ์ดรักษากำไร ปี2564 และปีถัดๆไป 687.35
ล่าสุด ปี 2568 กำไร 957.61 บาท
ผลออกมา กำไรสุทธิปี 2564 2565 2567 2568 (คาดหวังรักษากำไร 687.35 )
767.45 810.22 1501.34 957.61
ผลออกมา กำไรสุทธิปี 2566 (ต่ำกว่าคาดการ์ณรักษากำไร 687.35)
655.46
3. คาดการ์ณ ว่าหุ้นซื้อจะ Trade สูงกว่าที่เราซื้อมา
หุ้นที่ผมซื้อ
P/E = 88.25/11.65 = 7.58
ปัจจุบันราคา P/E = 9.18 เท่า
4. ดูกราฟคาดการณ์แกว่งของราคา
ให้ซื้อหุ้นที่มีประวัติกราฟราคาเรียบร้อยเท่านั้น
ไม่ซื้อหุ้นที่กราฟราคาเป็นรูปภูเขาใหญ่ในอดีตเช่นหุ้น bfit, Jas
หุ้น MTI ไม่มีลักษณะภูเขาสูงใหญ่ ในอดีต
อันนี้กราฟหุ้น bfit มีกราฬเป็นภูเขาสูงใหญ่ในอดีต อันนี้แล้วแต่มีมุมมอง แต่ส่วนตัวมองว่าไม่น่าเล่น
ภาพหุ้น JAS ในอดีต มีกราฬเป็นภูเขาสูงใหญ่ในอดีต อันนี้แล้วแต่มีมุมมอง แต่ส่วนตัวมองว่าไม่น่าเล่น
5. ยุคทองอุตสากรรม
ผมเคยอ่านเจอว่าฟองสบู่ในอเมริกา เกิดกับหุ้น เทคโนโลยีเช่นหุ้น AMAZON เกิดวิกฤต Dot-Com Crisis แต่ปัจจุบันเป็นยุคทองแห่ง หุ้น AMAZON
ผมเลยคิดเล่นๆว่าในสมัยก่อน เกิดวิกฤตเศรษฐกิจธนาคาร ---> ปัจจุบันยุคทองแห่ง ธนาคาร
สรุปผมคิดว่ายุคทอง มี 3 กลุ่ม สินเชื่อรายย่อย เช่นหุ้น KTC
ธนาคาร เช่นหุ้น เช่นหุ้น TISCO
บริษัทประกันวินาศภัย เช่นหุ้น MTI
6. โชคของการลงทุน ผมคิดว่าโชคของการลงทุนก็มีส่วนที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ถ้าผมจำไม่ผิดสมัยปี 2564 ช่วงหนึ่งหุ้น SMK ซื้อขายกัน P/E 9 เท่าหรือต่ำกว่า
ซึ่งตรงกับเงื่อนไข 1คือหุ้น *** ตลาดหุ้นประเทศไทยเหมาะซื้อหุ้น P/E 9.xx หรือต่ำกว่าเท่านั้นสำคัญมาก ***
และตรงกับข้อที่ 5 คือ ยุคทองแห่งหุ้นประกันวินาศภัย แต่ว่าตอนนั้นไม่ได้ซื้อครับ จะเห็นได้ว่า ถ้าโชคไม่ดีไปซื้อหุ้นผิดตัวโอกาสขาดทุน เกือบ 100 % มีสูงมากครับ
7.ซื้อลงทุนไปตลอดเทียบเท่ากับซื้อหุ้นสหกรณ์ ครับ
อันนี้เป็นหลักฐาน ผลตอบแทนหุ้น MTI

อันนี้เป็นหลักเกณฑ์การลงทุน สรุปเป็นตารางอีกรอบ
แชร์ประสบการณ์เล่นหุ้นได้กำไรประมาณ 1 เด้งกับเมืองไทยประกันภัย (หุ้น mti) และวิธีการเลือกหุ้นแบบละเอียด
1. ค่า P/E
*** ตลาดหุ้นประเทศไทยเหมาะซื้อหุ้น P/E 9.xx หรือต่ำกว่าเท่านั้นสำคัญมาก ***
EPS = Q2 2563 + Q3 2563 + Q4 2563 + Q1 2564
EPS = 3.77 + 2.52 + 1.54 + 3.82 (ค่าจะไม่ตรงกับในเว็ป Finnomena นะครับ ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร )
EPS = 11.65
ผมซื้อตอนที่งบ Q1 2564 ออกแล้ว วันที่ซื้อ 18 พฤษภาคม 2564 ตอนนั้นหุ้น MTI ราคา 88.25 บาท
P/E = 88.25/11.65 = 7.58
ผมซื้อตอนที่งบ Q1 2564 ออกแล้ว วันที่ซื้อ 18 พฤษภาคม 2564 ตอนนั้นหุ้น MTI ราคา 88.25 บาท
(แต่ในภาพเป็นวันที่ 21 พฤษภาคม 2564 นะครับวันจะไม่ตรงกัน )
P/E = 88.25/11.65 = 7.58
2. งบกำไรขาดทุน
2.1 ต้องมีกำไรสุทธิ 2 ปีก่อนหน้า และรักษากำไร 2 ปี
จากภาพ งบกำไรขาดทุน MTI ปี 2562 มีกำไร 426.53 และ ปี 2563 มีกำไร 590.90 บาท
กำไร 426.32 / 590.90 รักษากำไรอย่างน้อยๆเท่าเดิมเป็นระยะเวลา 2 ปี ถือว่าถูกต้อง
2.2 คาดการณ์รักษากำไรเท่าช่วงที่ซื้อ EPSxจำนวนหุ้น
EPS = 3.77 + 2.52 + 1.54 + 3.82
EPS = 11.65
ค่า EPS x จำนวนหุ้นทั้งหมด = 11.65 x 59 = 687.35
สรุปคาดการณ์ว่า จะรักษากำไรได้เท่ากับ 687.35 (วันที่ซื้อ 18 พฤษภาคม 2564 )
สรุปคาดการ์ดรักษากำไร ปี2564 และปีถัดๆไป 687.35
ล่าสุด ปี 2568 กำไร 957.61 บาท
ผลออกมา กำไรสุทธิปี 2564 2565 2567 2568 (คาดหวังรักษากำไร 687.35 )
767.45 810.22 1501.34 957.61
ผลออกมา กำไรสุทธิปี 2566 (ต่ำกว่าคาดการ์ณรักษากำไร 687.35)
655.46
3. คาดการ์ณ ว่าหุ้นซื้อจะ Trade สูงกว่าที่เราซื้อมา
หุ้นที่ผมซื้อ
P/E = 88.25/11.65 = 7.58
ปัจจุบันราคา P/E = 9.18 เท่า
4. ดูกราฟคาดการณ์แกว่งของราคา
ให้ซื้อหุ้นที่มีประวัติกราฟราคาเรียบร้อยเท่านั้น
ไม่ซื้อหุ้นที่กราฟราคาเป็นรูปภูเขาใหญ่ในอดีตเช่นหุ้น bfit, Jas
หุ้น MTI ไม่มีลักษณะภูเขาสูงใหญ่ ในอดีต
อันนี้กราฟหุ้น bfit มีกราฬเป็นภูเขาสูงใหญ่ในอดีต อันนี้แล้วแต่มีมุมมอง แต่ส่วนตัวมองว่าไม่น่าเล่น
ภาพหุ้น JAS ในอดีต มีกราฬเป็นภูเขาสูงใหญ่ในอดีต อันนี้แล้วแต่มีมุมมอง แต่ส่วนตัวมองว่าไม่น่าเล่น
5. ยุคทองอุตสากรรม
ผมเคยอ่านเจอว่าฟองสบู่ในอเมริกา เกิดกับหุ้น เทคโนโลยีเช่นหุ้น AMAZON เกิดวิกฤต Dot-Com Crisis แต่ปัจจุบันเป็นยุคทองแห่ง หุ้น AMAZON
ผมเลยคิดเล่นๆว่าในสมัยก่อน เกิดวิกฤตเศรษฐกิจธนาคาร ---> ปัจจุบันยุคทองแห่ง ธนาคาร
สรุปผมคิดว่ายุคทอง มี 3 กลุ่ม สินเชื่อรายย่อย เช่นหุ้น KTC
ธนาคาร เช่นหุ้น เช่นหุ้น TISCO
บริษัทประกันวินาศภัย เช่นหุ้น MTI
6. โชคของการลงทุน ผมคิดว่าโชคของการลงทุนก็มีส่วนที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ถ้าผมจำไม่ผิดสมัยปี 2564 ช่วงหนึ่งหุ้น SMK ซื้อขายกัน P/E 9 เท่าหรือต่ำกว่า
ซึ่งตรงกับเงื่อนไข 1คือหุ้น *** ตลาดหุ้นประเทศไทยเหมาะซื้อหุ้น P/E 9.xx หรือต่ำกว่าเท่านั้นสำคัญมาก ***
และตรงกับข้อที่ 5 คือ ยุคทองแห่งหุ้นประกันวินาศภัย แต่ว่าตอนนั้นไม่ได้ซื้อครับ จะเห็นได้ว่า ถ้าโชคไม่ดีไปซื้อหุ้นผิดตัวโอกาสขาดทุน เกือบ 100 % มีสูงมากครับ
7.ซื้อลงทุนไปตลอดเทียบเท่ากับซื้อหุ้นสหกรณ์ ครับ
อันนี้เป็นหลักฐาน ผลตอบแทนหุ้น MTI
อันนี้เป็นหลักเกณฑ์การลงทุน สรุปเป็นตารางอีกรอบ