ประเด็นคือ ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย สรรพากรมองว่าไม่ใช่รายจ่ายเพื่อหารายได้ให้กิจการ ต้องบวกกลับและนำมาคำนวณภาษีใหม่ตามมาตรา 65 ตรี(6)
เช่น กำไรสุทธิ 1,000,000 บาท ภาษี 20% =200,000 บ
มีภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ล่วงหน้า 500,000 บ
คงเหลือภาษีชำระไว้เกิน 300,000 บ
ถ้าขอคืนภาษีแล้วแต่ได้คืนมา 100,000 เท่ากับค้างในระบบสรรพากร 200,000
นักบัญชีนำมาปรับปรุงทางบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้าม
ค่าใช้จ่ายต้องห้าม +200,000
ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายปีที่ใช้สิทธิ์ -200,000
ค่าใช้จ่ายต้องห้ามกลายเป็นรายได้ทางภาษีที่ต้องชำระเพิ่มอีก 20%ทำไม 200,000*20%=40,000 ที่จะถูกเก็บภาษีเพิ่มในปีถัดไปที่ล้างออก เลยคิดว่าทำไมสรรพากรไม่ให้นำไปเป็นบริจาคเหรอ?? เพราะในการคำนวณภาษีอนุญาตให้นำเงินบริจาคมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้อยู่แล้ว เงินบริจาคพวกนี้ไม่ได้อยู่ในมือสรรพากรยังให้ใช้สิทธิ์บริจาคได้เลย
แล้วทำไมเงินภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายอยู่ในมือสรรพากรแล้วก็ควรบริจาคได้ถูกมั้ยคะ ไม่ควรถูกตีกลับมาเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้ามและคำนวณภาษีซ้ำอีก
เพราะความหมายของภาษีเงินได้นิติบุคคลมาจากการคำนวณ
“รายได้-ค่าใช้จ่าย=กำไร(ขาดทุน) และภาษีเกิดจากกำไรเท่านั้น“ จริงมั้ยคะ เวลาตั้งราคาขายเขาจะ absorb แน่ๆ 10-17% มันก็ถือเป็นต้นทุนอยู่นะ แค่ไม่ใช่ต้นทุนทางตรง
ถ้าปรับมาเป็นเงินบริจาคให้สรรพากรไปเลยก็ควรทำได้ใช่มั้ยคะ เพราะยังมีบริจาคเงินภาษีให้พรรคการเมืองได้เลย
ค่าบริจาค +200,000
ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายปีนั้น -200,000
คำถามสุดท้าย ถ้าภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายกลายเป็นของต้องห้ามทางกฎหมาย เราจะหักภาษีนำส่งล่วงหน้ากันไปทำไมเหรอคะ?? และภาษีเราก็ไม่ควรเสียใช่มั้ยคะเพราะมันต้องห้ามตามกฎหมาย
ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายนำส่งไว้ล่วงหน้าทำไมบริจาคให้สรรพากรไม่ได้? แล้วทำไมต้องมาคำนวณภาษีซ้ำรอบ 2??
เช่น กำไรสุทธิ 1,000,000 บาท ภาษี 20% =200,000 บ
มีภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายไว้ล่วงหน้า 500,000 บ
คงเหลือภาษีชำระไว้เกิน 300,000 บ
ถ้าขอคืนภาษีแล้วแต่ได้คืนมา 100,000 เท่ากับค้างในระบบสรรพากร 200,000
นักบัญชีนำมาปรับปรุงทางบัญชีเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้าม
ค่าใช้จ่ายต้องห้าม +200,000
ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายปีที่ใช้สิทธิ์ -200,000
ค่าใช้จ่ายต้องห้ามกลายเป็นรายได้ทางภาษีที่ต้องชำระเพิ่มอีก 20%ทำไม 200,000*20%=40,000 ที่จะถูกเก็บภาษีเพิ่มในปีถัดไปที่ล้างออก เลยคิดว่าทำไมสรรพากรไม่ให้นำไปเป็นบริจาคเหรอ?? เพราะในการคำนวณภาษีอนุญาตให้นำเงินบริจาคมาเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้อยู่แล้ว เงินบริจาคพวกนี้ไม่ได้อยู่ในมือสรรพากรยังให้ใช้สิทธิ์บริจาคได้เลย
แล้วทำไมเงินภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายอยู่ในมือสรรพากรแล้วก็ควรบริจาคได้ถูกมั้ยคะ ไม่ควรถูกตีกลับมาเป็นค่าใช้จ่ายต้องห้ามและคำนวณภาษีซ้ำอีก
เพราะความหมายของภาษีเงินได้นิติบุคคลมาจากการคำนวณ
“รายได้-ค่าใช้จ่าย=กำไร(ขาดทุน) และภาษีเกิดจากกำไรเท่านั้น“ จริงมั้ยคะ เวลาตั้งราคาขายเขาจะ absorb แน่ๆ 10-17% มันก็ถือเป็นต้นทุนอยู่นะ แค่ไม่ใช่ต้นทุนทางตรง
ถ้าปรับมาเป็นเงินบริจาคให้สรรพากรไปเลยก็ควรทำได้ใช่มั้ยคะ เพราะยังมีบริจาคเงินภาษีให้พรรคการเมืองได้เลย
ค่าบริจาค +200,000
ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายปีนั้น -200,000
คำถามสุดท้าย ถ้าภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายกลายเป็นของต้องห้ามทางกฎหมาย เราจะหักภาษีนำส่งล่วงหน้ากันไปทำไมเหรอคะ?? และภาษีเราก็ไม่ควรเสียใช่มั้ยคะเพราะมันต้องห้ามตามกฎหมาย