คือจากที่อ่านๆมาเข้าใจว่าอนุปุพพิกถานี้คือคำสอนที่พระพุทธเจ้าทรงสอนแก่ฆราวาสมากสุด
และจากพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
[246] อนุปุพพิกถา 5 (เรื่องที่กล่าวถึงตามลำดับ, ธรรมเทศนาที่แสดงเนื้อความลุ่มลึกลงไปโดยลำดับ เพื่อขัดเกลาอัธยาศัยของผู้ฟังให้ประณีตขึ้นไปเป็นชั้นๆ จนพร้อมที่จะทำความเข้าใจในธรรมส่วนปรมัตถ์ ...)
1. ทานกถา (เรื่องทาน, กล่าวถึงการให้ การเสียสละเผื่อแผ่แบ่งปัน ช่วยเหลือกัน ...)
2. สีลกถา (เรื่องศีล, กล่าวถึงความประพฤติที่ถูกต้องดีงาม ...)
3. สัคคกถา (เรื่องสวรรค์, กล่าวถึงความสุขความเจริญ และผลที่น่าปรารถนาอันเป็นส่วนดีของกาม ที่จะพึงเข้าถึง เมื่อได้ประพฤติดีงามตามหลักธรรมสองข้อต้น...)
4. กามาทีนวกถา (เรื่องโทษแห่งกาม, กล่าวถึงส่วนเสีย ข้อบกพร่องของกาม พร้อมทั้งผลร้ายที่สืบเนื่องมาแต่กาม อันไม่ควรหลงใหลหมกมุ่นมัวเมา จนถึงรู้จักที่จะหน่ายถอนตนออกได้ ...)
5. เนกขัมมานิสังสกถา (เรื่องอานิสงส์แห่งความออกจากกาม, กล่าวถึงผลดีของการไม่หมกมุ่นเพลิดเพลินติดอยู่ในกาม และให้มีฉันทะที่จะแสวงความดีงามและความสุขอันสงบที่ประณีตยิ่งขึ้นไปกว่านั้น...)
ตามปกติ พระพุทธเจ้าเมื่อจะทรงแสดงพระธรรมเทศนาแก่คฤหัสถ์ ผู้มีอุปนิสัยสามารถที่จะบรรลุธรรมพิเศษ ทรงแสดงอนุปุพพิกถานี้ก่อน แล้วจึงตรัสแสดงอริยสัจจ์ 4 เป็นการทำจิตให้พร้อมที่จะรับ ดุจผ้าที่ซักฟอกสะอาดแล้ว ควรรับน้ำย้อมต่างๆ ได้ด้วยดี
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
และเมื่อได้พยายามเข้าไปหาเนื้อหาจริงๆในพระไตรปิฏกว่าพระพุทธเจ้าสาธยายธรรมนื้ไว้อย่างไรบ้าง กลับไม่มีรายละเอียด แต่มันจะเป็นลักษณะประมาณเช่นนี้คือ
######################################
...เมื่อ ยสกุลบุตรนั่งเรียบร้อยแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดง อนุปุพพิกถา ทรงประกาศ
ทานกถา สีลกถา สัคคกถา โทษความต่ำทราม ความ เศร้าหมอง ของกาม ทั้งหลาย และอานิสงส์ในความออกจากกาม.
เมื่อพระองค์ทรง ทราบว่า ยสกุลบุตรมีจิต สงบ มีจิตอ่อน มีจิตปลอดจาก นิวรณ์ มีจิตเบิกบาน มีจิตผ่องใสแล้ว จึงทรงประกาศ พระธรรมเทศนา ที่พระพุทธเจ้า ทั้งหลาย ทรงยกขึ้น แสดง ด้วยพระองค์เอง คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค.
ดวงตาเห็นธรรม ปราศจากธุลี ปราศจาก มลทิน ว่า สิ่งใด สิ่งหนึ่ง มีความ เกิดขึ้น เป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับ เป็นธรรมดา ได้เกิดแก่ ยสกุลบุตร ณ ที่นั่งนั้น แล ดุจผ้าที่สะอาดปราศจากมลทิน ควรได้รับน้ำย้อมเป็นอย่างดี ฉะนั้น.
######################################
คือก็บอกแค่หัวข้อแค่นั้น ก็รู้สึกแปลกใจมากว่าทำไมไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างไรบ้างให้ชาวบ้านฆราวาสได้ฟัง
ปรกติมันก็ต้องมีซิ หรือไม่ก็อยู่ในอรรถกถา ที่จะอธิบายเพิ่มเติม มีรายละเอียดเพิ่มเติม แต่อันนี้ไม่มี
และอย่าง ทานกถา ลองหาดู ก็มีอยู่ในพระอภิธรรมเลย ก็คงไม่ใช่ที่พระพุทธเจ้าเทศน์ให้ชาวบ้านฟังแบบในอนุปุพพิกถานี้
และถึงแม้เรื่องเหล่านี้ทาน ศีล สวรรค์ โทษกาม ....
ดูเหมือนอาจจะเข้าใจได้ไม่ยากถ้าได้ศึกษามาระดับนึง และถ้าหาอ่านในweb เกี่ยวกับเรื่อง อนุปุพพิกถา ก็พอมีอยู่หาอ่านได้ ซึ่งก็จะมีความแตกต่างกันบ้างเหมือนกันตามที่ผู้เขียนแต่ละคนเข้าใจ
เพียงแต่ว่ามันน่าแปลกใจที่ทำไมไม่มีรายละเอียดที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนจริงๆปรากฏอยู่ในพระไตรปิฏก มีแค่หัวข้อเท่านั้น
ก็เลยตั้งกระทู้นี้เผื่อใครจะแสดงความเห็นกันอย่างไรคับ ผมก็พอศึกษามาประมาณนึง รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง
Thank you
ทำไมในพระไตรปิฏก ไม่มีรายละเอียดของอนุปุพพิกถาที่พระพุทธเจ้าตรัสสอน
และจากพจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
[246] อนุปุพพิกถา 5 (เรื่องที่กล่าวถึงตามลำดับ, ธรรมเทศนาที่แสดงเนื้อความลุ่มลึกลงไปโดยลำดับ เพื่อขัดเกลาอัธยาศัยของผู้ฟังให้ประณีตขึ้นไปเป็นชั้นๆ จนพร้อมที่จะทำความเข้าใจในธรรมส่วนปรมัตถ์ ...)
1. ทานกถา (เรื่องทาน, กล่าวถึงการให้ การเสียสละเผื่อแผ่แบ่งปัน ช่วยเหลือกัน ...)
2. สีลกถา (เรื่องศีล, กล่าวถึงความประพฤติที่ถูกต้องดีงาม ...)
3. สัคคกถา (เรื่องสวรรค์, กล่าวถึงความสุขความเจริญ และผลที่น่าปรารถนาอันเป็นส่วนดีของกาม ที่จะพึงเข้าถึง เมื่อได้ประพฤติดีงามตามหลักธรรมสองข้อต้น...)
4. กามาทีนวกถา (เรื่องโทษแห่งกาม, กล่าวถึงส่วนเสีย ข้อบกพร่องของกาม พร้อมทั้งผลร้ายที่สืบเนื่องมาแต่กาม อันไม่ควรหลงใหลหมกมุ่นมัวเมา จนถึงรู้จักที่จะหน่ายถอนตนออกได้ ...)
5. เนกขัมมานิสังสกถา (เรื่องอานิสงส์แห่งความออกจากกาม, กล่าวถึงผลดีของการไม่หมกมุ่นเพลิดเพลินติดอยู่ในกาม และให้มีฉันทะที่จะแสวงความดีงามและความสุขอันสงบที่ประณีตยิ่งขึ้นไปกว่านั้น...)
ตามปกติ พระพุทธเจ้าเมื่อจะทรงแสดงพระธรรมเทศนาแก่คฤหัสถ์ ผู้มีอุปนิสัยสามารถที่จะบรรลุธรรมพิเศษ ทรงแสดงอนุปุพพิกถานี้ก่อน แล้วจึงตรัสแสดงอริยสัจจ์ 4 เป็นการทำจิตให้พร้อมที่จะรับ ดุจผ้าที่ซักฟอกสะอาดแล้ว ควรรับน้ำย้อมต่างๆ ได้ด้วยดี
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
และเมื่อได้พยายามเข้าไปหาเนื้อหาจริงๆในพระไตรปิฏกว่าพระพุทธเจ้าสาธยายธรรมนื้ไว้อย่างไรบ้าง กลับไม่มีรายละเอียด แต่มันจะเป็นลักษณะประมาณเช่นนี้คือ
######################################
...เมื่อ ยสกุลบุตรนั่งเรียบร้อยแล้ว พระผู้มีพระภาคได้ทรงแสดง อนุปุพพิกถา ทรงประกาศทานกถา สีลกถา สัคคกถา โทษความต่ำทราม ความ เศร้าหมอง ของกาม ทั้งหลาย และอานิสงส์ในความออกจากกาม.
เมื่อพระองค์ทรง ทราบว่า ยสกุลบุตรมีจิต สงบ มีจิตอ่อน มีจิตปลอดจาก นิวรณ์ มีจิตเบิกบาน มีจิตผ่องใสแล้ว จึงทรงประกาศ พระธรรมเทศนา ที่พระพุทธเจ้า ทั้งหลาย ทรงยกขึ้น แสดง ด้วยพระองค์เอง คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค.
ดวงตาเห็นธรรม ปราศจากธุลี ปราศจาก มลทิน ว่า สิ่งใด สิ่งหนึ่ง มีความ เกิดขึ้น เป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งมวลมีความดับ เป็นธรรมดา ได้เกิดแก่ ยสกุลบุตร ณ ที่นั่งนั้น แล ดุจผ้าที่สะอาดปราศจากมลทิน ควรได้รับน้ำย้อมเป็นอย่างดี ฉะนั้น.
######################################
คือก็บอกแค่หัวข้อแค่นั้น ก็รู้สึกแปลกใจมากว่าทำไมไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจนที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้อย่างไรบ้างให้ชาวบ้านฆราวาสได้ฟัง
ปรกติมันก็ต้องมีซิ หรือไม่ก็อยู่ในอรรถกถา ที่จะอธิบายเพิ่มเติม มีรายละเอียดเพิ่มเติม แต่อันนี้ไม่มี
และอย่าง ทานกถา ลองหาดู ก็มีอยู่ในพระอภิธรรมเลย ก็คงไม่ใช่ที่พระพุทธเจ้าเทศน์ให้ชาวบ้านฟังแบบในอนุปุพพิกถานี้
และถึงแม้เรื่องเหล่านี้ทาน ศีล สวรรค์ โทษกาม .... ดูเหมือนอาจจะเข้าใจได้ไม่ยากถ้าได้ศึกษามาระดับนึง และถ้าหาอ่านในweb เกี่ยวกับเรื่อง อนุปุพพิกถา ก็พอมีอยู่หาอ่านได้ ซึ่งก็จะมีความแตกต่างกันบ้างเหมือนกันตามที่ผู้เขียนแต่ละคนเข้าใจ
เพียงแต่ว่ามันน่าแปลกใจที่ทำไมไม่มีรายละเอียดที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนจริงๆปรากฏอยู่ในพระไตรปิฏก มีแค่หัวข้อเท่านั้น
ก็เลยตั้งกระทู้นี้เผื่อใครจะแสดงความเห็นกันอย่างไรคับ ผมก็พอศึกษามาประมาณนึง รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง
Thank you