ขออนุญาตแชร์ประสบการณ์นัดครั้งสุดท้าย
อันดับแรกเลยต้องบอกว่าเป็นความผิดพลาดของตัวเองล้วนๆ
ต้องแจ้งก่อนว่าตัวเองเป็นคนรับ Prep และตรวจเลือดสม่ำเสมอ ไม่ค่อยนัดคนแปลกหน้า แต่ยอมรับว่ามีคู่นอนหลายคน เพราะไม่มีคู่รัก
เหตุการณ์เริ่มจากวันที่ 14 ก.พ. 69 ได้ทำการนัดคนนึงที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน เพื่อ Oral Sex แต่เหตุการณ์เลยเถิดและตัวเองประมาทจนลืมสวมถุงยางให้กับอีกคน สุดท้ายยังหลั่งในปากอีก(เป็นเหตุการณ์พลาดมหันต์)
แต่ด้วยตัวเองได้สังเกตุ ดมกลิ่น แล้วไม่พบว่ามีความแปลกหรือผิดปกติอะไร จึงไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่(พลาดซ้ำ 2)
หลังจากนั้นผ่านมา 3 วัน รู้สึกเจ็บคอ แต่ยังไม่เอะใจ จนกระทั่งผ่านมาอีก 2 วัน อาการมันหนักขึ้น เลยส่องคอตัวเองดู พบหนองบริเวณหลังคอ ก็คิดในใจว่าอาจจะติดโรค แต่ก็ยังไม่ไป รพ. (พลาดครั้งที่ 3)
เลือกที่จะไปหาเภสัชฯ แล้วบอกว่ามีหนองในลำคอ สรุปได้ยาเชื้อ cephalexin กับ ibuprofen ก็กินตามนั้นไป
จนผ่านมาได้ 3 วัน อาการไม่ดีขึ้นกลับแย่ลง หนองลามไปทั่วช่องคอ ทอนซิล เจ็บคอจนกลืนน้ำแทบไม่ไหว มีไข้ อ่อนเพลีย จึงลากสังขารไปคลินิกเฉพาะทาง หมอส่งตรวจแลปทันที แต่กว่าจะรู้ผลก็อีก 3-4 วัน
ระหว่างนั้นหมอรักษาอาการตามโรคหนองในแท้ คือ ฉีดยา 1 เข็ม และกินยา azithromycin 1 g. ทันที แถมพ่วงด้วย Amoxiclav และ Intraconazole เพื่อรักษาแบบครอบคลุม
จนกระทั่งวันที่ 27 ก.พ. ผลแลปออกมา คือ ตัวเองติดเชื้อหนองในแท้จริงๆ แต่ที่มากกว่านั้นคือได้เชื้อเริมที่ชนิดที่ 1 และ 2 มาพร้อมกัน ยอมรับว่าค่อนข้างช็อค เพราะไม่ได้คิดถึงโรคเริมเลย ก็เลยต้องแวะร้านยาซื้อ Acyclovir 800 mg. เพื่อรักษาอาการต่อไป
ฝากเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับสมาชิกนะครับ อย่าประมาทแม้แต่ครั้งเดียว เพราะมันเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายจริงๆ หลังจากนี้คงต้องระวังตัวเองดูแลตัวเอง จะได้ไม่ทำตัวให้ไม่เป็นพาหะและภาระคนอื่น
สำหรับใครที่อยากรู้ contact ของคนที่แพร่เชื้อให้เรา ทักมาหลังไมค์นะครับ
*ฝากคำถามถึงคนที่มีเชื้อเริมทั้ง 2 ชนิด ว่าใช้ชีวิตประจำวันยังไงให้ไม่แพร่เชื้อสู่คนรอบตัวครับ
**ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ**
เมื่อติดหนองในและเริมพร้อมกัน
อันดับแรกเลยต้องบอกว่าเป็นความผิดพลาดของตัวเองล้วนๆ
ต้องแจ้งก่อนว่าตัวเองเป็นคนรับ Prep และตรวจเลือดสม่ำเสมอ ไม่ค่อยนัดคนแปลกหน้า แต่ยอมรับว่ามีคู่นอนหลายคน เพราะไม่มีคู่รัก
เหตุการณ์เริ่มจากวันที่ 14 ก.พ. 69 ได้ทำการนัดคนนึงที่ไม่เคยเจอกันมาก่อน เพื่อ Oral Sex แต่เหตุการณ์เลยเถิดและตัวเองประมาทจนลืมสวมถุงยางให้กับอีกคน สุดท้ายยังหลั่งในปากอีก(เป็นเหตุการณ์พลาดมหันต์)
แต่ด้วยตัวเองได้สังเกตุ ดมกลิ่น แล้วไม่พบว่ามีความแปลกหรือผิดปกติอะไร จึงไม่ค่อยกังวลเท่าไหร่(พลาดซ้ำ 2)
หลังจากนั้นผ่านมา 3 วัน รู้สึกเจ็บคอ แต่ยังไม่เอะใจ จนกระทั่งผ่านมาอีก 2 วัน อาการมันหนักขึ้น เลยส่องคอตัวเองดู พบหนองบริเวณหลังคอ ก็คิดในใจว่าอาจจะติดโรค แต่ก็ยังไม่ไป รพ. (พลาดครั้งที่ 3)
เลือกที่จะไปหาเภสัชฯ แล้วบอกว่ามีหนองในลำคอ สรุปได้ยาเชื้อ cephalexin กับ ibuprofen ก็กินตามนั้นไป
จนผ่านมาได้ 3 วัน อาการไม่ดีขึ้นกลับแย่ลง หนองลามไปทั่วช่องคอ ทอนซิล เจ็บคอจนกลืนน้ำแทบไม่ไหว มีไข้ อ่อนเพลีย จึงลากสังขารไปคลินิกเฉพาะทาง หมอส่งตรวจแลปทันที แต่กว่าจะรู้ผลก็อีก 3-4 วัน
ระหว่างนั้นหมอรักษาอาการตามโรคหนองในแท้ คือ ฉีดยา 1 เข็ม และกินยา azithromycin 1 g. ทันที แถมพ่วงด้วย Amoxiclav และ Intraconazole เพื่อรักษาแบบครอบคลุม
จนกระทั่งวันที่ 27 ก.พ. ผลแลปออกมา คือ ตัวเองติดเชื้อหนองในแท้จริงๆ แต่ที่มากกว่านั้นคือได้เชื้อเริมที่ชนิดที่ 1 และ 2 มาพร้อมกัน ยอมรับว่าค่อนข้างช็อค เพราะไม่ได้คิดถึงโรคเริมเลย ก็เลยต้องแวะร้านยาซื้อ Acyclovir 800 mg. เพื่อรักษาอาการต่อไป
ฝากเรื่องนี้ไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับสมาชิกนะครับ อย่าประมาทแม้แต่ครั้งเดียว เพราะมันเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายจริงๆ หลังจากนี้คงต้องระวังตัวเองดูแลตัวเอง จะได้ไม่ทำตัวให้ไม่เป็นพาหะและภาระคนอื่น
สำหรับใครที่อยากรู้ contact ของคนที่แพร่เชื้อให้เรา ทักมาหลังไมค์นะครับ
*ฝากคำถามถึงคนที่มีเชื้อเริมทั้ง 2 ชนิด ว่าใช้ชีวิตประจำวันยังไงให้ไม่แพร่เชื้อสู่คนรอบตัวครับ
**ขอบคุณที่อ่านจนจบครับ**