รีบูตระบบตา คืนการมองเห็น ใช้เวลาเพียง 48 ชั่วโมง
ภาวะ 'โรคตาขี้เกียจ' (Amblyopia) เกิดจากการที่ระบบประสาทส่วนกลางที่ทำงานคล้ายกับห้องควบคุมกำลังได้รับสัญญาณภาพจากกล้องสองตัวที่มีคุณภาพต่างกันอย่างรุนแรง อาการนี้มักมีจุดเริ่มต้นในวัยเด็กจากปัจจัยทางกายภาพ เช่น ภาวะตาเข หรือค่าสายตาสองข้างที่แตกต่างกันมาก
เมื่อสมองได้รับภาพที่เบลอหรือซ้อนทับกันอย่างต่อเนื่อง ระบบการมองเห็นจะแก้ปัญหาโดยการตัดสัญญาณจากดวงตาข้างที่ส่งภาพด้อยคุณภาพทิ้งไป เพื่อรักษาความคมชัดของการประมวลผลภาพรวม ส่งผลให้โครงข่ายประสาทของดวงตาข้างที่ถูกละเลยเสื่อมถอยลง
หากตรวจพบในวัยเด็ก การรักษาด้วยการใช้ที่ปิดตา (Eye patch) ปิดตาข้างที่ปกติ จะช่วยบังคับให้สมองต้องกลับมาประมวลผลสัญญาณจากตาข้างที่อ่อนแอได้ ทำให้เกิดการปรับตัวและสร้างจุดเชื่อมต่อประสาทขึ้นมาใหม่
อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ โครงสร้างระบบประสาทจะเริ่มคงสภาพและสูญเสียความยืดหยุ่น (Neuroplasticity) ไปอย่างมาก การใช้วิธีปิดตาแบบเดิมจึงไม่เพียงพอที่จะกระตุ้นกลไกทางสมองให้ยอมเปิดรับสัญญาณจากตาข้างนั้นได้อีกต่อไป
ความน่าทึ่งของวิทยาศาสตร์คือการค้นพบว่า การทำให้ดวงตา "หยุดทำงานชั่วคราว" อาจเป็นกุญแจสำคัญในการปลดล็อกปัญหานี้
งานวิจัยล่าสุดจากทีม MIT ที่ตีพิมพ์ในวารสาร Cell Reports ได้เปิดพรมแดนใหม่โดยพบว่า เพียงแค่เราใช้สารระงับการทำงานของจอประสาทตา (Retina) ไปที่ "ตาข้างที่ขี้เกียจ" โดยตรงแบบชั่วคราว เป็นเวลา 48 ชั่วโมง ก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมได้ กระบวนการนี้ทำงานคล้ายกับการดึงปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้าที่รวนแล้วเสียบใหม่เพื่อล้างระบบ เมื่อสัญญาณภาพถูกระงับ สมองส่วนทาลามัส (Thalamus) ที่เป็นชุมทางรับส่งข้อมูล จะเปลี่ยนสถานะเข้าสู่การยิงสัญญาณประสาทแบบปะทุรัวๆ (Burst mode firing) ซึ่งรูปแบบคลื่นไฟฟ้านี้ไปตรงกับสภาวะสมองในช่วงที่ระบบการมองเห็นกำลังพัฒนาตั้งแต่ก่อนเกิด คลื่นนี้จึงทำหน้าที่เป็นเหมือนตัว "รีบูต" ระบบสมองส่วนการมองเห็น (Visual cortex) ให้กลับมามีความยืดหยุ่นพร้อมปรับตัวอีกครั้ง ผลลัพธ์คือ ตาข้างที่เคยถูกสมองหมางเมินก็สามารถกลับมาสร้างเครือข่ายเชื่อมต่อกับระบบประสาทและฟื้นฟูประสิทธิภาพการมองเห็นให้กลับมาทำงานร่วมกับตาอีกข้างได้อย่างสมดุล
ถึงแม้การทดลองนี้จะยังอยู่ในระดับสัตว์ทดลอง แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาก็ได้ทลายกรอบความเชื่อเดิมที่ว่าสมองของผู้ใหญ่ได้สูญเสียความสามารถในการปรับโครงสร้างไปแล้ว งานวิจัยชิ้นนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า 'ความยืดหยุ่นทางประสาท' (Neuroplasticity) ยังคงซ่อนอยู่และพร้อมที่จะถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาเสมอหากเราค้นพบสวิตช์รีเซ็ตที่ถูกต้อง ก้าวต่อไปในอนาคต จักษุแพทย์อาจมีแนวทางการรักษาที่เรียบง่ายแต่ทรงประสิทธิภาพขึ้นอีก อย่างการใช้สารระงับการทำงานหรือยาชาชั่วคราวเป็นเวลา 48 ชั่วโมงเข้าไปที่ "ตาข้างที่ขี้เกียจ" โดยตรง ซึ่งเป็นข้อค้นพบใหม่ที่ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องโดนรบกวนการมองเห็นในตาข้างที่ปกติระหว่างรับการรักษา กลไกนี้จะช่วยเปิดทางให้โครงข่ายประสาทที่เคยอ่อนแอกลับมาเชื่อมโยงกับสมองได้สมบูรณ์อีกครั้ง หากวิทยาการนี้ถูกนำไปต่อยอดและพิสูจน์ได้ว่าปลอดภัยในระดับมนุษย์ นี่ก็จะเป็นการเปิดสวิตช์ความหวังครั้งใหญ่ให้ผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้กลับมามองเห็นโลกได้อย่างมีมิติด้วยตาทั้งสองข้างอีกครั้ง และตอกย้ำว่าพรมแดนของวิทยาศาสตร์การแพทย์ยังคงเต็มไปด้วยความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่รอให้เราเข้าไปค้นพบเสมอ
[แหล่งอ้างอิง]
[1] MIT News. MIT study shows how vision can be rebooted in adults with amblyopia. news. mit .edu
[2] cell (2025)Temporary retinal inactivation reverses effects of long-term monocular deprivation in visual cortex by induction of burst mode firing in the thalamus
[3] Popular Mechanics. The Astounding Pop Mech Show: How ‘Rebooting’ Your Eye Could Cure Vision Loss.
ข่าวดีของคนเป็นโรค ตาขี้เกียจ