ในโลกแห่งความเป็นจริงหรือความเป็นสัจจธรรมแล้ว...คำว่าความลับไม่มีในโลก
การกระทำทุกการกระทำไม่อาจซ่อนเร้น ไม่ช้าก็เร็วจะต้องเปิดเผยขึ้นสักวัน
การเปิดเผยอาจจะเป็นผู้กระทำเป็นผู้เปิดหรือจากบุคคลอื่นด้วยวิธีการต่างๆ
เนื่องด้วยนักกฎหมายเล็งเห็นสัจจธรรมข้อนี้ จีงได้เขียนบัญญัติข้อกฎหมายขึ้น
ว่า ถ้ามีการกำหนดว่าสิ่งใดเป็นความลับ ห้ามผู้หนึ่งผู้ใดมากระทำให้ความลับนั้นถูกเปิดเผย
ยกเว้นมีข้อกำหนดให้ทำได้
เช่นกันไอ้เรื่องน่อมแน่มที่ฝ่ายแค้น(แพ้แล้วพาล)เอามาโจมตีกกต เรื่องลับกับไม่ลับ
นักกฎหมายที่เป็นผู้รู้หรือเป็นท่านเปากลับชาติมาเกิด จะพูดว่า มันกำลังเอาความไร้สาระมาทำให้กำหมายไร้ความศักสิทธิ์
ตามที่เกริ่นไว้ตอนแรก คือ ความลับไม่มีในโลก จึงต้องมีกฎหมายห้ามไม่ให้กระทำการใดๆที่ไม่ต้องการเผยแพร่
นำมาเผยแพร่ในที่สาธารณะ
กกตก็รู้ว่า บัตรเลือกตั้งที่มีคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ด สามารถสืบค้นหาผู้ลงคะแนน
เพราะมีวัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้มีการปลอมแปลงบัตร
สำคัญมันอยู่ที่กกตเขารู้ในประเด็นนี้ เขาจึงต้องมีกฎหมายห้ามผู้หนึ่งผู้ใดกระทำการดังกล่าว
เพราะข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับทางราชการ
หลักการสำคัญ ไม่ใช่อยู่ที่คิวอาร์โค้ดสามารถสืบค้นหาต้นตอได้
แต่มันอยู่ที่เขาห้ามไม่ให้มีการกระทำนั้น
ไม่ต่างจากห้ามไม่ให้บุคคลอื่น แอบถ่ายการลงคะแนน(ในคูหา)ของคนอื่น
ซึ่งการเดินไปถ่ายภาพทำได้ง่ายกว่ากรณีคิวอาร์โค้ด แต่มันผิดกฎหมาย
สุดท้ายเตือนบรรดาด้อมส้มสามกีบครับว่า...หลักกฎหมายเขาใช้ตรรก ไม่ใช่ทฤษฎี
เวลาเรียนหนังสือต้องสนใจการการคิดวิเคราะห์อย่าเอาแต่ท่องจำ
พวกที่ห้าวๆก็ควรเข้าคอร์สฝึกสติหรือไปก็ไปเตะบอล จะได้ไม่ต้องติดคุกที่หลัง
ความลับไม่มีในโลก
การกระทำทุกการกระทำไม่อาจซ่อนเร้น ไม่ช้าก็เร็วจะต้องเปิดเผยขึ้นสักวัน
การเปิดเผยอาจจะเป็นผู้กระทำเป็นผู้เปิดหรือจากบุคคลอื่นด้วยวิธีการต่างๆ
เนื่องด้วยนักกฎหมายเล็งเห็นสัจจธรรมข้อนี้ จีงได้เขียนบัญญัติข้อกฎหมายขึ้น
ว่า ถ้ามีการกำหนดว่าสิ่งใดเป็นความลับ ห้ามผู้หนึ่งผู้ใดมากระทำให้ความลับนั้นถูกเปิดเผย
ยกเว้นมีข้อกำหนดให้ทำได้
เช่นกันไอ้เรื่องน่อมแน่มที่ฝ่ายแค้น(แพ้แล้วพาล)เอามาโจมตีกกต เรื่องลับกับไม่ลับ
นักกฎหมายที่เป็นผู้รู้หรือเป็นท่านเปากลับชาติมาเกิด จะพูดว่า มันกำลังเอาความไร้สาระมาทำให้กำหมายไร้ความศักสิทธิ์
ตามที่เกริ่นไว้ตอนแรก คือ ความลับไม่มีในโลก จึงต้องมีกฎหมายห้ามไม่ให้กระทำการใดๆที่ไม่ต้องการเผยแพร่
นำมาเผยแพร่ในที่สาธารณะ
กกตก็รู้ว่า บัตรเลือกตั้งที่มีคิวอาร์โค้ดหรือบาร์โค้ด สามารถสืบค้นหาผู้ลงคะแนน
เพราะมีวัตถุประสงค์เพื่อไม่ให้มีการปลอมแปลงบัตร
สำคัญมันอยู่ที่กกตเขารู้ในประเด็นนี้ เขาจึงต้องมีกฎหมายห้ามผู้หนึ่งผู้ใดกระทำการดังกล่าว
เพราะข้อมูลดังกล่าวเป็นความลับทางราชการ
หลักการสำคัญ ไม่ใช่อยู่ที่คิวอาร์โค้ดสามารถสืบค้นหาต้นตอได้
แต่มันอยู่ที่เขาห้ามไม่ให้มีการกระทำนั้น
ไม่ต่างจากห้ามไม่ให้บุคคลอื่น แอบถ่ายการลงคะแนน(ในคูหา)ของคนอื่น
ซึ่งการเดินไปถ่ายภาพทำได้ง่ายกว่ากรณีคิวอาร์โค้ด แต่มันผิดกฎหมาย
สุดท้ายเตือนบรรดาด้อมส้มสามกีบครับว่า...หลักกฎหมายเขาใช้ตรรก ไม่ใช่ทฤษฎี
เวลาเรียนหนังสือต้องสนใจการการคิดวิเคราะห์อย่าเอาแต่ท่องจำ
พวกที่ห้าวๆก็ควรเข้าคอร์สฝึกสติหรือไปก็ไปเตะบอล จะได้ไม่ต้องติดคุกที่หลัง