เพื่อนที่เคยนั่งข้างกัน
เรามีเพื่อนคนหนึ่ง
คบกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย
กินด้วยกัน นอนหอเดียวกัน เที่ยวด้วยกัน
ผ่านช่วงเวลาที่ไม่มีอะไรเลยมาด้วยกัน
ตอนเรียน เขาเป็นคนทะเยอทะยาน รักตัวเองมากกว่าคนอื่นนิดหน่อย
บางครั้งดูเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง
แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร
พวกเรามองข้าม เพราะคำว่า “เพื่อน” มันใหญ่กว่านิสัยบางอย่างเสมอ
พอเรียนจบ ต่างคนต่างแยกย้าย
ทำงานในสายใกล้เคียงกัน
ต่างกันแค่ระดับความทะเยอทะยาน
เขาไปได้ไกล
ไกลจนขึ้นไปเป็นผู้บริหาร
มีเสียงลือว่าเขาเปลี่ยนไป
แต่เราไม่เชื่อ
เพราะสำหรับเรา เขาคือเพื่อนที่เคยนั่งข้างกัน
วันที่เขาชวนมาทำงานด้วย
เรายังรู้สึกขอบคุณ
คิดในใจว่า ข่าวลือคงไม่จริง
เขายังมีน้ำใจ
เราจึงตัดสินใจลาออกจากที่เดิม เพื่อมาร่วมทางกับเขา
ช่วงแรก เขาทำเหมือนไม่รู้จักเรา
เราเข้าใจ
คงไม่อยากให้ใครมองว่าเป็นเด็กเส้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไป
คำพูดเริ่มเปลี่ยน
น้ำเสียงเริ่มแข็ง
ตะคอก เหยียด เหมือนคนละชนชั้น
เส้นแบ่งระหว่าง “เพื่อน” กับ “ตำแหน่ง” ถูกขีดชัดเจน
เราพยายามมองข้าม
โฟกัสที่งาน
ทุ่มเท ทำเต็มที่
เพราะคิดว่างานดี ทุกอย่างก็คงดี
แต่เขาดึงรุ่นน้องคนหนึ่งเข้ามา
นิสัยคล้ายเขา
และรุ่นน้องคนนั้น กลายเป็นหัวหน้าเรา
ตอนแรกเราดีใจ
คิดว่าอย่างน้อยก็คนคุ้นเคย
แต่ไม่ใช่แบบนั้น
ผลงานที่เราทำ กลายเป็นของเขา
ความผิดเล็กน้อย ถูกส่งต่อมาที่เรา
เครดิตถูกดึงไป
คำชมไม่เคยมาถึงมือ
เรารู้ดี ว่าในโลกการทำงาน
หัวหน้าได้หน้าเป็นเรื่องปกติ
แต่สิ่งที่เจ็บ
คือมันไม่ใช่แค่หัวหน้า
มันคือ “เพื่อน”
และเมื่อความสัมพันธ์มันบิดเบี้ยว
คำว่าเพื่อนก็เหลือแค่ความทรงจำ
คนเรามีทางเลือก
เราเลือกที่จะไม่ทน
เลือกที่จะเดินออกมา
ปล่อยให้เขาอยู่ในโลกที่เขาเลือก
กับคนที่ศีลเสมอกัน
ขอให้เขาอยู่ด้วยกันดี ๆ
ในแบบที่เขาเป็น
ส่วนเรา
ก็จะเดินต่อไป
ในที่ที่ไม่ต้องถูกลดคุณค่า
และไม่ต้องเสียตัวตนเพื่อรักษาคำว่า “เพื่อน” อีกต่อไป 🤍
เพื่อนที่เคยนั่งข้างกัน
เรามีเพื่อนคนหนึ่ง
คบกันมาตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัย
กินด้วยกัน นอนหอเดียวกัน เที่ยวด้วยกัน
ผ่านช่วงเวลาที่ไม่มีอะไรเลยมาด้วยกัน
ตอนเรียน เขาเป็นคนทะเยอทะยาน รักตัวเองมากกว่าคนอื่นนิดหน่อย
บางครั้งดูเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง
แต่ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไร
พวกเรามองข้าม เพราะคำว่า “เพื่อน” มันใหญ่กว่านิสัยบางอย่างเสมอ
พอเรียนจบ ต่างคนต่างแยกย้าย
ทำงานในสายใกล้เคียงกัน
ต่างกันแค่ระดับความทะเยอทะยาน
เขาไปได้ไกล
ไกลจนขึ้นไปเป็นผู้บริหาร
มีเสียงลือว่าเขาเปลี่ยนไป
แต่เราไม่เชื่อ
เพราะสำหรับเรา เขาคือเพื่อนที่เคยนั่งข้างกัน
วันที่เขาชวนมาทำงานด้วย
เรายังรู้สึกขอบคุณ
คิดในใจว่า ข่าวลือคงไม่จริง
เขายังมีน้ำใจ
เราจึงตัดสินใจลาออกจากที่เดิม เพื่อมาร่วมทางกับเขา
ช่วงแรก เขาทำเหมือนไม่รู้จักเรา
เราเข้าใจ
คงไม่อยากให้ใครมองว่าเป็นเด็กเส้น
แต่เมื่อเวลาผ่านไป
คำพูดเริ่มเปลี่ยน
น้ำเสียงเริ่มแข็ง
ตะคอก เหยียด เหมือนคนละชนชั้น
เส้นแบ่งระหว่าง “เพื่อน” กับ “ตำแหน่ง” ถูกขีดชัดเจน
เราพยายามมองข้าม
โฟกัสที่งาน
ทุ่มเท ทำเต็มที่
เพราะคิดว่างานดี ทุกอย่างก็คงดี
แต่เขาดึงรุ่นน้องคนหนึ่งเข้ามา
นิสัยคล้ายเขา
และรุ่นน้องคนนั้น กลายเป็นหัวหน้าเรา
ตอนแรกเราดีใจ
คิดว่าอย่างน้อยก็คนคุ้นเคย
แต่ไม่ใช่แบบนั้น
ผลงานที่เราทำ กลายเป็นของเขา
ความผิดเล็กน้อย ถูกส่งต่อมาที่เรา
เครดิตถูกดึงไป
คำชมไม่เคยมาถึงมือ
เรารู้ดี ว่าในโลกการทำงาน
หัวหน้าได้หน้าเป็นเรื่องปกติ
แต่สิ่งที่เจ็บ
คือมันไม่ใช่แค่หัวหน้า
มันคือ “เพื่อน”
และเมื่อความสัมพันธ์มันบิดเบี้ยว
คำว่าเพื่อนก็เหลือแค่ความทรงจำ
คนเรามีทางเลือก
เราเลือกที่จะไม่ทน
เลือกที่จะเดินออกมา
ปล่อยให้เขาอยู่ในโลกที่เขาเลือก
กับคนที่ศีลเสมอกัน
ขอให้เขาอยู่ด้วยกันดี ๆ
ในแบบที่เขาเป็น
ส่วนเรา
ก็จะเดินต่อไป
ในที่ที่ไม่ต้องถูกลดคุณค่า
และไม่ต้องเสียตัวตนเพื่อรักษาคำว่า “เพื่อน” อีกต่อไป 🤍