💸 อวสาน ‘ราชาทองแดงโลก’ การล่มสลายของยักษ์จีน ที่สะเทือนหนักยิ่งกว่าเอเวอร์แกรนด์

กระทู้สนทนา
อวสาน ‘ราชาทองแดงโลก’ การล่มสลายของยักษ์จีน ที่สะเทือนหนักยิ่งกว่าเอเวอร์แกรนด์
.
เปิดศักราชปี 2026 ด้วยข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนวงการธุรกิจและตลาดทุนจีน เมื่ออาณาจักรธุรกิจที่เคยเคลมว่ามีเหมืองแร่มูลค่ากว่า 10 ล้านล้านหยวน และมีเจ้าของที่ได้รับฉายาว่า "ราชาทองแดงโลก" อย่าง Amer International Group หรือ เจิ้งเวย กรุ๊ป (正威集团) กำลังเผชิญกับภาวะล้มละลายและถูกบังคับคดีอย่างหนัก วิกฤตครั้งนี้ได้สร้างแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงยิ่งกว่ากรณีการล่มสลายของยักษ์ใหญ่อสังหาริมทรัพย์อย่าง Evergrande เสียอีก
.
ชวนอ่านว่าบริษัทที่เคยทำรายได้ทะลุ 7 แสนล้านหยวน และเบียดชนะ Huawei ขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งของบริษัทเอกชนในมณฑลกวางตุ้ง เดินทางมาถึงจุดจบนี้ได้อย่างไร?
.
👉ภาพลวงตาของ "ราชาทองแดงโลก"
.
"หวังเหวินหยิน" ผู้ก่อตั้งเจิ้งเวย กรุ๊ป เคยสร้างตำนานสู้ชีวิตจากเด็กบ้านนอกสู่มหาเศรษฐีระดับโลก เขาอ้างว่าบริษัทครอบครองเหมืองทองแดงในกว่า 20 ประเทศทั่วโลก มีปริมาณสำรองทองแดงมหาศาล และควบคุมกำลังการผลิต 5-10% ของโลก
.
แต่ทว่าความจริงกลับเป็นอีกเรื่อง ข้อมูลจากหน่วยงานธรณีวิทยาและผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมไม่เคยพบชื่อของเจิ้งเวย กรุ๊ป ในฐานะผู้เล่นหลักของเหมืองแร่ในต่างประเทศ ไม่มีใครทราบที่ตั้งของเหมืองหลักที่แท้จริง และไม่มีข้อมูลการขุดเจาะที่ตรวจสอบได้ ซ้ำร้าย บริษัทยังต้องพึ่งพาการซื้อทองแดงอิเล็กโทรไลต์จากภายนอกเป็นหลัก ตำนานราชาทองแดงจึงดูเหมือนจะเป็นเพียง "สตอรี่บนพาวเวอร์พอยต์" เพื่อใช้สร้างโปรไฟล์ปลอมๆ ทางธุรกิจเท่านั้น
.
👉อาณาจักรที่สร้างบนกองหนี้และ "ยอดขายทิพย์"
.
เมื่อพิจารณาจากงบการเงิน รายได้กว่า 7 แสนล้านหยวนที่ทำให้เจิ้งเวย กรุ๊ป ติดอันดับ Fortune 500 กลับแฝงไปด้วยความผิดปกติอย่างรุนแรง ได้แก่
.
📍การหมุนเงินในเครือข่าย: รายได้กว่า 93% เกิดจากการทำธุรกรรมซื้อขายกันเองในกลุ่มบริษัทที่เกี่ยวโยงกัน หรือการจับเสือมือเปล่าหมุนเงินจากซ้ายไปขวา
.
📍กำไรต่ำเตี้ย: ในปี 2021 บริษัทมีกำไรสุทธิเพียง 100 ล้านหยวน คิดเป็นอัตรากำไรไม่ถึง 0.01% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมอย่างมาก
.
📍โมเดลธุรกิจผิดปกติ: บริษัทใช้ภาพลักษณ์ขององค์กรเทคโนโลยีขั้นสูงและรายได้จอมปลอมเหล่านี้ ไปเป็นเครื่องมือในการกู้เงิน ออกหุ้นกู้ และกว้านซื้อที่ดินราคาถูกจากรัฐบาลท้องถิ่นทั่วประเทศเพื่อทำโครงการนิคมอุตสาหกรรม
.
👉ฟางเส้นสุดท้ายชื่อ "เอเวอร์แกรนด์"
.
สิ่งที่กระชากหน้ากากและตอกฝาโลงเจิ้งเวย กรุ๊ป อย่างแท้จริงคือ การเข้าไปพัวพันกับ Evergrande ในปี 2017 หวัง เหวินหยิน ได้นำเงินไปลงทุนใน Evergrande กว่า 5 พันล้านหยวน และถลำลึกนำเงินไปอัดฉีดอย่างต่อเนื่องรวมมูลค่ากว่าแสนล้านหยวน ถึงขั้นนำหุ้นของบริษัทตนเองไปจำนำเพื่อผูกมัดกับ Evergrande
.
เมื่อ Evergrande ผิดนัดชำระหนี้และล่มสลายลงในปี 2021 เงินลงทุนมหาศาลจึงสูญเปล่า หนี้สินและค่าก่อสร้างกลายเป็นหนี้สูญ เจิ้งเวย กรุ๊ป ที่ใช้กระแสเงินสดหมุนเวียนแบบเดือนชนเดือนจึงเผชิญกับภาวะเงินทุนหมุนเวียนขาดสะบั้น โครงการนิคมอุตสาหกรรมกว่า 20 แห่งทั่วประเทศต้องหยุดชะงักและกลายเป็นโครงการร้าง
.
👉ปิดฉากตำนานลวงโลก
.
เข้าสู่ปี 2026 แผลของเจิ้งเวย กรุ๊ป ปะทุขึ้นอย่างรุนแรง บริษัทและผู้ก่อตั้งถูกฟ้องร้องและบังคับคดีรวมมูลค่าทะลุ 1.1 หมื่นล้านหยวน หุ้น ที่ดิน และโครงการต่างๆ ถูกศาลสั่งอายัด ล่าสุดในเดือนกุมภาพันธ์ 2026 หุ้นหลักของบริษัทในตลาดหลักทรัพย์กำลังถูกนำออกประมูล ส่งสัญญาณถึงการสูญเสียอำนาจการควบคุมกิจการอย่างเป็นทางการ
.
ที่น่าตลกร้ายคือในช่วงที่ราคาทองแดงโลกพุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 10 ปี บริษัทที่ได้ชื่อว่าเป็นราชาทองแดงกลับไม่มีส่วนแบ่งในผลกำไรนี้เลย เพราะมัวแต่จมอยู่กับกองหนี้และถูกซัพพลายเออร์แบน
.
👉บทสรุป
.
การล่มสลายของเจิ้งเวย กรุ๊ป ให้บทเรียนที่ราคาแพงที่สุดแก่ตลาดทุน ว่าองค์กรที่ปราศจากธุรกิจที่แท้จริง ขาดผลกำไรที่จับต้องได้ และเติบโตขึ้นจากการใช้เลเวอเรจ (Leverage) สร้างภาพลวงตา ไม่ว่าจะถูกปั้นให้ใหญ่โตแค่ไหน สุดท้ายก็เป็นเพียงฟองสบู่ที่รอวันแตก และมักสร้างความเสียหายที่รุนแรงเสียยิ่งกว่าฟองสบู่อสังหาริมทรัพย์ทั่วไปเสียอีก
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#Leverage #ทองแดง  #Amer  #Evergrande #ล่มสลาย
https://www.facebook.com/share/p/1FK1ERfGtX/
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่