ต่างคนต่างอิจฉา...เมื่อคนที่ย้ายไปเมืองใหญ่ หวนมาพบกับคนที่ปักหลักในบ้านเกิด
.
เทศกาลตรุษจีนเปรียบเสมือนจุดตัดที่ทำให้คนหนุ่มสาวจีนที่แยกย้ายกันไปเติบโต ได้กลับมาเจอกันที่จุดเริ่มต้น เมื่อคนที่ดิ้นรนในเมืองใหญ่ระดับท็อป (เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น) ต้องมานั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อนเก่าที่เลือกปักหลักในบ้านเกิด การเปรียบเทียบเงียบๆ ในใจจึงเริ่มต้นขึ้น
.
หลายครั้งที่คนทำงานในเมืองใหญ่อดไม่ได้ที่จะรู้สึก "อิจฉา" เพื่อนที่อยู่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นตัวเลขค่าใช้จ่ายและคุณภาพชีวิตที่สวนทางกันอย่างชัดเจน ความอิจฉานี้เริ่มต้นจากการเปรียบเทียบทางวัตถุและค่าครองชีพที่เป็นรูปธรรม
.
👉"การเอาชีวิตรอด" VS "การใช้ชีวิต"
.
📍ค่าที่พักที่ต่างกันลิบลับ: ชายหนุ่มที่ทำงานในปักกิ่งมา 10 ปี พบว่าเพื่อนที่บ้านเกิดซื้อบ้านขนาด 120 ตร.ม. ในราคาไม่ถึง 800,000 หยวน (ราว 3.6 ล้านบาท) และผ่อนเพียงเดือนละ 2,000 กว่าหยวน (ราว 9,000 กว่าบาท) ซึ่ง "ถูกกว่าค่าเช่าห้องนอนเล็กๆ (ห้องแบ่งเช่า) ในปักกิ่ง" ของเขาเสียอีก ในขณะที่คนทำงานในเซินเจิ้น ต้องจ่ายค่าเช่าห้องเดี่ยวถึงเดือนละ 4,000 หยวน (ราว 18,000 บาท) และเมื่อกัดฟันซื้อบ้าน ก็ต้องแบกรับภาระยอดผ่อนสูงถึงเดือนละ 15,000 หยวน (ราว 67,500 บาท)
.
📍ต้นทุนการใช้ชีวิตประจำวัน: วิศวกรจบใหม่ในเซี่ยงไฮ้เล่าว่า การออกไปกินข้าวกับเพื่อนมื้อหนึ่งต้องจ่ายถึง 300-400 หยวน (ราว 1,350-1,800 บาท) แต่ถ้าเป็นที่บ้านเกิด เงินแค่ 100 หยวน (ราว 450 บาท) ก็สามารถกินอาหารมื้อใหญ่ดีๆ ได้สบายๆ
.
📍คุณภาพชีวิตที่สวนทางกับรายได้: หญิงสาวที่ทำงานในปักกิ่งเล่าว่า เพื่อนเก่าที่บ้านเกิดและสามีมีรายได้รวมกันเดือนละหมื่นกว่าหยวน (ราว 45,000 บาท) แต่กลับได้อยู่อพาร์ตเมนต์หรูขนาด 160 ตร.ม. และขับรถราคา 200,000 กว่าหยวน (ราว 9 แสนบาท) ได้อย่างสบายๆ เพราะมีครอบครัวคอยซัพพอร์ต ต่างจากเธอที่แม้เงินเดือนจะสูงกว่ามาก แต่ก็ยังต้องเช่าห้องขนาด 80 ตร.ม. อยู่กับแฟน และต้องคิดหน้าคิดหลังทุกครั้งที่จะซื้อของ
.
👉ความมั่นคงที่เมืองใหญ่ให้ไม่ได้
.
ลึกลงไปกว่าเรื่องเงิน มันคือความโหยหา "ความแน่นอน" เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 30 หลายคนตระหนักว่าชีวิตต้องการเสาหลักรองรับจิตใจ เพื่อนในต่างจังหวัดแม้งานจะธรรมดา เงินเดือนแค่ 6,000-7,000 หยวน (ราว 27,000-31,500 บาท) แต่พวกเขามีบ้าน มีรถ มีลูก และได้เลิกงานตรงเวลาหกโมงเย็นไปใช้ชีวิต ในขณะที่คนเมืองใหญ่ต้องเผชิญกับความรู้สึกไม่มั่นคงตลอดเวลา แม้จะซื้อบ้านในแถบชานเมืองได้ แต่วันดีคืนดีเมื่อราคาอสังหาฯ ผันผวน สิ่งที่เคยคิดว่าเป็นความมั่นคงก็กลับกลายเป็นความเครียดอันหนักอึ้ง
.
👉ความอิจฉาที่เป็นเส้นขนาน
.
สิ่งที่น่าสนใจคือ ความอิจฉานี้เกิดขึ้นทั้งสองฝั่ง เพื่อนในต่างจังหวัดก็มักจะถามไถ่และแอบอิจฉาชีวิตในเมืองใหญ่ของเพื่อนๆ ที่ทำงานในเมืองเช่นกัน พวกเขาอิจฉาอิสระ การได้เห็นโลกกว้าง ได้ฟังเรื่องราวในแวดวงบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ และสีสันของชีวิตในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วย "ความเป็นไปได้" ใหม่ๆ
.
ท้ายที่สุดแล้ว เราต่างก็ใช้ชีวิตอยู่ในจินตนาการที่มีต่อชีวิตของคนอื่น เมืองใหญ่มีโอกาสมากมายแต่ก็มีราคาที่ต้องจ่ายมากมาย เมืองเล็กมีความสงบสุขแต่ก็มีข้อจำกัดด้านความก้าวหน้าและกรอบของสังคมที่อึดอัด
.
ความอิจฉาที่เกิดขึ้นชั่วขณะ อาจเป็นแค่ทางออกของอารมณ์ในยามเหนื่อยล้า แต่เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วน คนจีนที่เลือกสู้ในเมืองใหญ่ส่วนมากก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่า พวกเขาไม่เสียใจที่เลือกเส้นทางนี้ พวกเขาภูมิใจที่พึ่งพาตัวเองได้ ภูมิใจที่กล้าเผชิญความท้าทาย และยังคงหลงใหลในพื้นที่กว้างใหญ่ที่ให้พวกเขาได้เติบโตและยกระดับศักยภาพของตัวเอง
.
👉 คอมเมนต์จากชาวเน็ตจีน
.
บ้างลงหลักปักฐานริมชายฝั่ง บ้างมุ่งหวังผจญภัยกลางสมุทร
บ้างสัมผัสลำธารใสน้ำไหลเย็น บ้างได้เห็นคลื่นถาโถมโหมกระหน่ำ
'ลำนำขุนเขาอันยิ่งใหญ่' ย่อมพบพานมิตรแท้ได้ฉันใด
'บทเพลงพื้นบ้าน' ก็มีวงสนทนาประสาชาวเรือและคนตัดฟืนได้ฉันนั้น
.
"พอวันเวลาผ่านไป ถึงได้รู้ว่า วุฒิการศึกษาเอย หน้าที่การงานเอย ล้วนเป็นแค่ภาพลวงตา ท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับว่าพ่อแม่คุณซัพพอร์ตได้แค่ไหน บรรพบุรุษทิ้งมรดกไว้ให้บ้างหรือเปล่า พ่อแม่คุณอยู่จุดไหน อย่างมากที่สุดคุณก็ไปได้แค่จุดนั้นแหละ คนที่สามารถทลายกำแพงชนชั้นได้ คนแบบหลิวเฉียงตง (เจ้าของ JD . com) มันจะมีสักกี่คนกันเชียว"
.
แล้วคุณล่ะเป็นแบบไหน ถ้าเลือกได้อีกครั้งอยากแก้ไขเส้นทางที่ได้เลือกไปแล้วไหม...
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#ต่างจังหวัด #ค่าครองชีพ #สู้ชีวิต #สู้ต่อไป
https://www.facebook.com/share/p/1C7EprZg2D/
🤔 ต่างคนต่างอิจฉา...เมื่อคนที่ย้ายไปเมืองใหญ่ หวนมาพบกับคนที่ปักหลักในบ้านเกิด
.
เทศกาลตรุษจีนเปรียบเสมือนจุดตัดที่ทำให้คนหนุ่มสาวจีนที่แยกย้ายกันไปเติบโต ได้กลับมาเจอกันที่จุดเริ่มต้น เมื่อคนที่ดิ้นรนในเมืองใหญ่ระดับท็อป (เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ เซินเจิ้น) ต้องมานั่งร่วมโต๊ะกับเพื่อนเก่าที่เลือกปักหลักในบ้านเกิด การเปรียบเทียบเงียบๆ ในใจจึงเริ่มต้นขึ้น
.
หลายครั้งที่คนทำงานในเมืองใหญ่อดไม่ได้ที่จะรู้สึก "อิจฉา" เพื่อนที่อยู่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นตัวเลขค่าใช้จ่ายและคุณภาพชีวิตที่สวนทางกันอย่างชัดเจน ความอิจฉานี้เริ่มต้นจากการเปรียบเทียบทางวัตถุและค่าครองชีพที่เป็นรูปธรรม
.
👉"การเอาชีวิตรอด" VS "การใช้ชีวิต"
.
📍ค่าที่พักที่ต่างกันลิบลับ: ชายหนุ่มที่ทำงานในปักกิ่งมา 10 ปี พบว่าเพื่อนที่บ้านเกิดซื้อบ้านขนาด 120 ตร.ม. ในราคาไม่ถึง 800,000 หยวน (ราว 3.6 ล้านบาท) และผ่อนเพียงเดือนละ 2,000 กว่าหยวน (ราว 9,000 กว่าบาท) ซึ่ง "ถูกกว่าค่าเช่าห้องนอนเล็กๆ (ห้องแบ่งเช่า) ในปักกิ่ง" ของเขาเสียอีก ในขณะที่คนทำงานในเซินเจิ้น ต้องจ่ายค่าเช่าห้องเดี่ยวถึงเดือนละ 4,000 หยวน (ราว 18,000 บาท) และเมื่อกัดฟันซื้อบ้าน ก็ต้องแบกรับภาระยอดผ่อนสูงถึงเดือนละ 15,000 หยวน (ราว 67,500 บาท)
.
📍ต้นทุนการใช้ชีวิตประจำวัน: วิศวกรจบใหม่ในเซี่ยงไฮ้เล่าว่า การออกไปกินข้าวกับเพื่อนมื้อหนึ่งต้องจ่ายถึง 300-400 หยวน (ราว 1,350-1,800 บาท) แต่ถ้าเป็นที่บ้านเกิด เงินแค่ 100 หยวน (ราว 450 บาท) ก็สามารถกินอาหารมื้อใหญ่ดีๆ ได้สบายๆ
.
📍คุณภาพชีวิตที่สวนทางกับรายได้: หญิงสาวที่ทำงานในปักกิ่งเล่าว่า เพื่อนเก่าที่บ้านเกิดและสามีมีรายได้รวมกันเดือนละหมื่นกว่าหยวน (ราว 45,000 บาท) แต่กลับได้อยู่อพาร์ตเมนต์หรูขนาด 160 ตร.ม. และขับรถราคา 200,000 กว่าหยวน (ราว 9 แสนบาท) ได้อย่างสบายๆ เพราะมีครอบครัวคอยซัพพอร์ต ต่างจากเธอที่แม้เงินเดือนจะสูงกว่ามาก แต่ก็ยังต้องเช่าห้องขนาด 80 ตร.ม. อยู่กับแฟน และต้องคิดหน้าคิดหลังทุกครั้งที่จะซื้อของ
.
👉ความมั่นคงที่เมืองใหญ่ให้ไม่ได้
.
ลึกลงไปกว่าเรื่องเงิน มันคือความโหยหา "ความแน่นอน" เมื่อก้าวเข้าสู่วัย 30 หลายคนตระหนักว่าชีวิตต้องการเสาหลักรองรับจิตใจ เพื่อนในต่างจังหวัดแม้งานจะธรรมดา เงินเดือนแค่ 6,000-7,000 หยวน (ราว 27,000-31,500 บาท) แต่พวกเขามีบ้าน มีรถ มีลูก และได้เลิกงานตรงเวลาหกโมงเย็นไปใช้ชีวิต ในขณะที่คนเมืองใหญ่ต้องเผชิญกับความรู้สึกไม่มั่นคงตลอดเวลา แม้จะซื้อบ้านในแถบชานเมืองได้ แต่วันดีคืนดีเมื่อราคาอสังหาฯ ผันผวน สิ่งที่เคยคิดว่าเป็นความมั่นคงก็กลับกลายเป็นความเครียดอันหนักอึ้ง
.
👉ความอิจฉาที่เป็นเส้นขนาน
.
สิ่งที่น่าสนใจคือ ความอิจฉานี้เกิดขึ้นทั้งสองฝั่ง เพื่อนในต่างจังหวัดก็มักจะถามไถ่และแอบอิจฉาชีวิตในเมืองใหญ่ของเพื่อนๆ ที่ทำงานในเมืองเช่นกัน พวกเขาอิจฉาอิสระ การได้เห็นโลกกว้าง ได้ฟังเรื่องราวในแวดวงบริษัทเทคฯ ยักษ์ใหญ่ และสีสันของชีวิตในเมืองหลวงที่เต็มไปด้วย "ความเป็นไปได้" ใหม่ๆ
.
ท้ายที่สุดแล้ว เราต่างก็ใช้ชีวิตอยู่ในจินตนาการที่มีต่อชีวิตของคนอื่น เมืองใหญ่มีโอกาสมากมายแต่ก็มีราคาที่ต้องจ่ายมากมาย เมืองเล็กมีความสงบสุขแต่ก็มีข้อจำกัดด้านความก้าวหน้าและกรอบของสังคมที่อึดอัด
.
ความอิจฉาที่เกิดขึ้นชั่วขณะ อาจเป็นแค่ทางออกของอารมณ์ในยามเหนื่อยล้า แต่เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วน คนจีนที่เลือกสู้ในเมืองใหญ่ส่วนมากก็ยังคงยืนยันคำเดิมว่า พวกเขาไม่เสียใจที่เลือกเส้นทางนี้ พวกเขาภูมิใจที่พึ่งพาตัวเองได้ ภูมิใจที่กล้าเผชิญความท้าทาย และยังคงหลงใหลในพื้นที่กว้างใหญ่ที่ให้พวกเขาได้เติบโตและยกระดับศักยภาพของตัวเอง
.
👉 คอมเมนต์จากชาวเน็ตจีน
.
บ้างลงหลักปักฐานริมชายฝั่ง บ้างมุ่งหวังผจญภัยกลางสมุทร
บ้างสัมผัสลำธารใสน้ำไหลเย็น บ้างได้เห็นคลื่นถาโถมโหมกระหน่ำ
'ลำนำขุนเขาอันยิ่งใหญ่' ย่อมพบพานมิตรแท้ได้ฉันใด
'บทเพลงพื้นบ้าน' ก็มีวงสนทนาประสาชาวเรือและคนตัดฟืนได้ฉันนั้น
.
"พอวันเวลาผ่านไป ถึงได้รู้ว่า วุฒิการศึกษาเอย หน้าที่การงานเอย ล้วนเป็นแค่ภาพลวงตา ท้ายที่สุดก็ขึ้นอยู่กับว่าพ่อแม่คุณซัพพอร์ตได้แค่ไหน บรรพบุรุษทิ้งมรดกไว้ให้บ้างหรือเปล่า พ่อแม่คุณอยู่จุดไหน อย่างมากที่สุดคุณก็ไปได้แค่จุดนั้นแหละ คนที่สามารถทลายกำแพงชนชั้นได้ คนแบบหลิวเฉียงตง (เจ้าของ JD . com) มันจะมีสักกี่คนกันเชียว"
.
แล้วคุณล่ะเป็นแบบไหน ถ้าเลือกได้อีกครั้งอยากแก้ไขเส้นทางที่ได้เลือกไปแล้วไหม...
.
.
📧 ติดต่อเรา Email: info@jeenthainews.com
.
#ต่างจังหวัด #ค่าครองชีพ #สู้ชีวิต #สู้ต่อไป
https://www.facebook.com/share/p/1C7EprZg2D/