เคยสงสัยไหมครับ? ทำไมข่าวบอกว่าธนาคารกลางพิมพ์เงินออกมามหาศาล (M2 พุ่งกระฉูด) แต่ทำไมเงินเหล่านั้นไม่เคยเดินทางมาถึงกระเป๋าเราเลย? แถมของยังแพงขึ้นทุกวันจนใช้ชีวิตลำบาก
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือ "เกมการเงินระดับโลก" ที่กำลังเดินทางมาถึงทางตัน และนี่คือสรุปแบบภาษาบ้านๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น และเขากำลังจะทำอะไรกัน
ปรากฏการณ์ "เงินล้น...แต่กระจุก"
คำว่า M2 ฟังดูยาก แต่ให้จำง่ายๆ ว่ามันคือ "ปริมาณเงินทั้งหมดในระบบ" ครับ ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา โลกเรามีเงินพุ่งขึ้นมาสูงเป็นประวัติการณ์ ($22.4 Trillion)
1. ปัญหาคือ เงินเหล่านี้ไม่ได้ถูกแจกให้คนจนไปซื้อข้าวกิน แต่มันไหลไปหา "คนรวยที่มีสินทรัพย์"
2. ผลลัพธ์คือ คนมีหุ้น มีที่ดิน มีทอง รวยเอาๆ ส่วนคนหาเช้ากินค่ำเจอ "เงินเฟ้อ" ไล่ล่า ค่าแรงเท่าเดิมแต่ซื้อของได้น้อยลง นี่คือเหตุผลที่ "เงินล้นโลก แต่คนส่วนใหญ่จนลง"
ส่องกล้องมอง "3 ยักษ์ใหญ่" ใครคิดอะไรอยู่?
โลกตอนนี้เหมือนโต๊ะพนันที่มีเจ้ามือ 3 รายใหญ่ที่ขัดขากันเอง
1. สหรัฐอเมริกา (สายโหด) พิมพ์เงินออกมาเยอะจนเน่า เลยอยาก "ทุบโต๊ะล้างกระดาน" โดยการขึ้นดอกเบี้ยแพงๆ เพื่อดึงเงินกลับบ้านตัวเอง ใครที่กู้เงินมาเยอะๆ หรือประเทศอ่อนแอจะล้มละลาย แล้วอเมริกาค่อยส่งกองทุนไปช้อนซื้อของถูกตอนจบเกม
2. ยุโรป (สายพยุง) เหมือนคนป่วยที่ขยับตัวลำบาก พลังงานก็แพง เทคโนโลยีก็สู้ใครไม่ได้ เลยอยากให้โลก "เปลี่ยนผ่านช้าๆ" เพราะถ้าฟองสบู่แตกตอนนี้ ยุโรปอาจพังจนเกิดจลาจลในเมืองได้
3. จีน (สายตีเนียน) ผลิตของเก่งและถูกที่สุดในโลก จีนอยากให้ระเบียบเดิมคงอยู่ไปก่อน เพื่อส่งออกของราคาถูกไปยึดตลาดทั่วโลก และประคองฟองสบู่ในประเทศตัวเองไม่ให้ระเบิด
"The Great Reset" หรือการล้างกระดาน คืออะไร?
เมื่อหนี้ท่วมหัวจนจ่ายไม่ไหว และเงินกระดาษในมือเริ่มไร้ค่าเพราะพิมพ์ออกมาเยอะเกินไป ระบบมันจะไปต่อไม่ได้ครับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ
1. ฟองสบู่ระเบิด ตลาดหุ้น หรือ อสังหาริมทรัพย์ที่แพงเกินจริงจะร่วงหนัก เพื่อ "ล้างหนี้เน่า" ออกไป
2. เปลี่ยนมูลค่าเงิน เงินกระดาษจะถูกลดความเชื่อถือ คนจะวิ่งไปหา "ของจริง" เช่น ทองคำ, ที่ดิน หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่จำกัดจำนวนได้อย่าง Bitcoin
3. ระเบียบใหม่ รัฐบาลจะเริ่มใช้เงินดิจิทัล (CBDC) เพื่อควบคุมการใช้เงินของประชาชนให้เบ็ดเสร็จมากขึ้น
บทสรุป
ตอนนี้เรากำลังอยู่ในยุค "ความย้อนแย้งครั้งใหญ่" ครับ
1. เงินมีเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่รัฐบาลถังแตก (เพราะหนี้เยอะ)
2. คนรวยรวยล้นฟ้า แต่คนส่วนใหญ่หนี้ท่วมหัว
สิ่งที่คนธรรมดาอย่างเราต้องทำ
อย่าถือแต่ "เงินสด" เพียงอย่างเดียว เพราะมูลค่ามันลดลงทุกนาที พยายามสะสม "สินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวมันเอง" และเตรียมตัวรับแรงกระแทก เพราะเมื่อไหร่ที่ยักษ์ใหญ่ตัดสินใจ "ล้างกระดาน" คนที่ไม่มีเกราะป้องกันจะเจ็บหนักที่สุด
เมื่อ "เงินล้นโลก" แต่ "กระเป๋าเราฉีก"?? เจาะลึกเกมล้างกระดานเศรษฐกิจที่คนธรรมดาต้องรู้
เคยสงสัยไหมครับ? ทำไมข่าวบอกว่าธนาคารกลางพิมพ์เงินออกมามหาศาล (M2 พุ่งกระฉูด) แต่ทำไมเงินเหล่านั้นไม่เคยเดินทางมาถึงกระเป๋าเราเลย? แถมของยังแพงขึ้นทุกวันจนใช้ชีวิตลำบาก
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือ "เกมการเงินระดับโลก" ที่กำลังเดินทางมาถึงทางตัน และนี่คือสรุปแบบภาษาบ้านๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น และเขากำลังจะทำอะไรกัน
ปรากฏการณ์ "เงินล้น...แต่กระจุก"
คำว่า M2 ฟังดูยาก แต่ให้จำง่ายๆ ว่ามันคือ "ปริมาณเงินทั้งหมดในระบบ" ครับ ตั้งแต่ปี 2020 เป็นต้นมา โลกเรามีเงินพุ่งขึ้นมาสูงเป็นประวัติการณ์ ($22.4 Trillion)
1. ปัญหาคือ เงินเหล่านี้ไม่ได้ถูกแจกให้คนจนไปซื้อข้าวกิน แต่มันไหลไปหา "คนรวยที่มีสินทรัพย์"
2. ผลลัพธ์คือ คนมีหุ้น มีที่ดิน มีทอง รวยเอาๆ ส่วนคนหาเช้ากินค่ำเจอ "เงินเฟ้อ" ไล่ล่า ค่าแรงเท่าเดิมแต่ซื้อของได้น้อยลง นี่คือเหตุผลที่ "เงินล้นโลก แต่คนส่วนใหญ่จนลง"
ส่องกล้องมอง "3 ยักษ์ใหญ่" ใครคิดอะไรอยู่?
โลกตอนนี้เหมือนโต๊ะพนันที่มีเจ้ามือ 3 รายใหญ่ที่ขัดขากันเอง
1. สหรัฐอเมริกา (สายโหด) พิมพ์เงินออกมาเยอะจนเน่า เลยอยาก "ทุบโต๊ะล้างกระดาน" โดยการขึ้นดอกเบี้ยแพงๆ เพื่อดึงเงินกลับบ้านตัวเอง ใครที่กู้เงินมาเยอะๆ หรือประเทศอ่อนแอจะล้มละลาย แล้วอเมริกาค่อยส่งกองทุนไปช้อนซื้อของถูกตอนจบเกม
2. ยุโรป (สายพยุง) เหมือนคนป่วยที่ขยับตัวลำบาก พลังงานก็แพง เทคโนโลยีก็สู้ใครไม่ได้ เลยอยากให้โลก "เปลี่ยนผ่านช้าๆ" เพราะถ้าฟองสบู่แตกตอนนี้ ยุโรปอาจพังจนเกิดจลาจลในเมืองได้
3. จีน (สายตีเนียน) ผลิตของเก่งและถูกที่สุดในโลก จีนอยากให้ระเบียบเดิมคงอยู่ไปก่อน เพื่อส่งออกของราคาถูกไปยึดตลาดทั่วโลก และประคองฟองสบู่ในประเทศตัวเองไม่ให้ระเบิด
"The Great Reset" หรือการล้างกระดาน คืออะไร?
เมื่อหนี้ท่วมหัวจนจ่ายไม่ไหว และเงินกระดาษในมือเริ่มไร้ค่าเพราะพิมพ์ออกมาเยอะเกินไป ระบบมันจะไปต่อไม่ได้ครับ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ
1. ฟองสบู่ระเบิด ตลาดหุ้น หรือ อสังหาริมทรัพย์ที่แพงเกินจริงจะร่วงหนัก เพื่อ "ล้างหนี้เน่า" ออกไป
2. เปลี่ยนมูลค่าเงิน เงินกระดาษจะถูกลดความเชื่อถือ คนจะวิ่งไปหา "ของจริง" เช่น ทองคำ, ที่ดิน หรือสินทรัพย์ดิจิทัลที่จำกัดจำนวนได้อย่าง Bitcoin
3. ระเบียบใหม่ รัฐบาลจะเริ่มใช้เงินดิจิทัล (CBDC) เพื่อควบคุมการใช้เงินของประชาชนให้เบ็ดเสร็จมากขึ้น
บทสรุป
ตอนนี้เรากำลังอยู่ในยุค "ความย้อนแย้งครั้งใหญ่" ครับ
1. เงินมีเยอะที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่รัฐบาลถังแตก (เพราะหนี้เยอะ)
2. คนรวยรวยล้นฟ้า แต่คนส่วนใหญ่หนี้ท่วมหัว
สิ่งที่คนธรรมดาอย่างเราต้องทำ
อย่าถือแต่ "เงินสด" เพียงอย่างเดียว เพราะมูลค่ามันลดลงทุกนาที พยายามสะสม "สินทรัพย์ที่มีมูลค่าในตัวมันเอง" และเตรียมตัวรับแรงกระแทก เพราะเมื่อไหร่ที่ยักษ์ใหญ่ตัดสินใจ "ล้างกระดาน" คนที่ไม่มีเกราะป้องกันจะเจ็บหนักที่สุด