เมื่อคนเงินเดือน 3-5 หมื่น เกิน 50 % มีปัญหาเรื่อง จ่ายหนี้

ถ้าพี่เงินเดือนเยอะขนาดนั้นยังไม่ไหวแล้ว แล้วหนูจะไหวหรอ?

เมื่อรายงานสภาวะสังคมประจำไตรมาส 4 ปี 2568 ของสภาพัฒน์ เผยหนึ่งในประเด็นเศรษฐกิจน่าเป็นห่วงว่า อาจไม่ใช่แค่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยเท่านั้นที่มีปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือน แต่ตอนนี้มันลามมาถึงกลุ่มรายได้ปานกลางและรายได้สูงแล้ว
.
[ แม้แต่คนรายได้ ‘เกินแสน’ ก็มีปัญหาเรื่องจ่ายหนี้ ทะลุ 20% แล้ว ]
.
‘ดนุชา พิชยนันท์’ เลขาธิการสภาพัฒน์ เผยว่า ตอนแรกเราคิดว่าปัญหา ‘หนี้ครัวเรือน’ อยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเท่านั้น แต่ขณะนี้ผลการสำรวจของ SCB EIC Consumer Survey เมื่อปีที่ผ่านมา กำลังเผยให้เห็นแล้วแล้วว่า กลุ่มผู้มีรายได้ปานกลางและรายได้สูงเริ่มมีปัญหาเรื่องการชำระหนี้แล้ว
.
โดยผลสำรวจเผยให้เห็นว่า คนที่มีระดับรายได้ 30,000-50,000 บาทต่อเดือน เริ่มมีปัญหาเรื่องการชำระหนี้มากถึง 51% แล้ว ขณะที่กลุ่มรายได้สูงกว่าก็เริ่มมีปัญหาเรื่องจ่ายหนี้มากกว่าที่เราคิด
.
กลุ่ม 30,000-50,000 บาท มีปัญหาการชำระหนี้ 51% แล้ว
กลุ่ม 50,000-100,000 บาท มีปัญหาการชำระหนี้ 31% แล้ว
กลุ่ม 100,000 บาท มีปัญหาการชำระหนี้แล้ว 21%
.
เลขาธิการสภาพัฒน์ จึงบอกว่า จำเป็นจะต้องร่วมกันสร้างความตระหนักรู้ในการใช้จ่าย รวมถึงต้องมีมาตรการจูงใจให้ประชาชนจ่ายหนี้ตรงเวลา และแจ้งเตือนให้ชำระหนี้ก่อนกำหนด เพื่อให้การผิดนัดชำระหนี้ลดลง ไปจนถึงสร้างความตระหนักให้ประชาชนและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องคิดให้ถี่ถ้วยรอบคอบ ก่อนการก่อหนี้ใหม่
.
โดยหากย้อนกลับไปดูโครงสร้างรายได้ของประชาชนคนไทยที่จ่ายเงินใก้กับประกันสังคมตามมาตรา 33 หรือเรียกง่ายๆ ว่า 'มนุษย์เงินเดือนไทย' ที่ทำงานให้กับภาคเอกชนกว่า 12.1 ล้านคน (ไม่ใช่ข้าราชการ ไม่ใช่ฟรีแลนซ์ ไม่ใช่เจ้าของกิจการ)
.
จะพบว่า จริงๆ แล้วคนที่มีเงินเดือนมากกว่า 30,000 บาทขึ้นไปนั้นอยู่ใน Top 12% ของมนุษย์เงินเดือนทั้งหมดแล้ว
.
เพราะอีก 88% ที่เหลือล้วนมีเงินเดือนต่ำกว่า 30,000 บาทลงไป สะท้อนว่ากลุ่มคนที่มีรายได้ระดับ 30,000 บาทนั้นเป็นกลุ่มผู้มีรายได้ระดับค่อนไปทางบนของสังคมมนุษย์เงินเดือนในภาคเอกชนไทย
.
จึงแปลว่าหนี้ไม่ได้จำกัดอยู่ที่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยแล้ว แต่เริ่มลามมาถึงกลุ่มรายได้ปานกลางจนถึงระดับสูงด้วย
.
[ เตือน ‘ซื้อก่อนจ่ายทีหลัง’ เข้าถึงคนอายุน้อย-รายได้ต่ำ กว่าสินเชื่อแบบเดิม ]
.
นอกจากประเด็นกลุ่มรายได้ปานกลางและสูงเริ่มมีปัญหาการชำระหนี้แล้ว สภาพัฒน์ยังได้ระบุถึงอีกหนึ่งประเด็นที่ควรให้ความสำคัญอย่าง ‘สินเชื่อซื้อก่อนจ่ายทีหลัง’ หรือ Buy Now Pay Later ที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย เพราะมี Ecosystem ที่ง่ายต่อการเข้าถึงกว่าสินเชื่อแบบเดิม
.
เพราะสามารถกู้ได้เลย มีเงื่อนไขในการกู้น้อยและผ่อนปรน ผู้มีอายุน้อยและรายได้ต่ำกว่าสินเชื่อแบบเดิมก็สามารถเข้าถึงได้ง่าย รวมถึงยัง ไม่เชื่อมโยงกับระบบสินเชื่อเดิม ทำให้ผู้ใช้อาจมีภาระหนี้สินเดิมอยู่แล้วด้วย
.
จึงเสี่ยงต่อการเกิด ‘หนี้เสีย’ หรือ NPLs ทำให้การแก้หนี้ครัวเรือนไทยยากยิ่งขึ้นไปอีก จึงควรจะต้องมีมาตรการกำกับดูแลควรคุมให้เข้มงวดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันให้ผู้ให้สินเชื่อผ่านแอปและ BNPL ทุกรายเข้าร่วมเครดิตบูโร ไปจนถึงการกำหนดเพดานหนี้ร่วมด้วย
.
ที่มา : Brand Inside

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่