ห่วงเด็กไทย Gen Alpha-Beta ติดหน้าจอเกินไป ฉุดคุณภาพคนวัยทำงานในอนาคตต่ำลง





- งานวิจัย พบว่า เด็กไทยวัยเรียนอายุ 6-12 ปี ที่ใช้สื่อวิดีโอรูปแบบสั้น เช่น TikTok, YouTube Shorts และ Reels เป็นประจำมีแนวโน้มจะแสดงพฤติกรรมขาดสมาธิสูงขึ้น
- สำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า เด็กไทยเริ่มใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตั้งแต่อายุยังน้อย โดยเด็กอายุ 0-1 ปี 27.0% เล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และในกลุ่มนี้เกือบครึ่งหนึ่ง (44.1%) ใช้เวลาหน้าจอเกินวันละ 1 ชั่วโมง

สศช.เสนอควรเร่งกำหนดนโยบายและมาตรการที่ชัดเจน กำกับการใช้สื่อหน้าจอของเด็ก ระบุเด็กไทย โดยเฉพาะ Gen Alpha และ Gen Beta เพื่อลดความเสี่ยงต่อพัฒนาการล่าช้าในระยะยาว หลังหลายประเทศเริ่มออกกฎหมายควบคุม ทั้งผู้ผลิตอุปกรณ์และผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) รายงานภาวะสังคมไตรมาส 4 และภาพรวม ปี 2568 โดยในรายงานดังกล่าวมีบิวิเคราะห์ “ปัญหาพัฒนาการของเด็กยุคใหม่” โดยระบุว่า “ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายด้านการพัฒนาทุนมนุษย์” โดยเฉพาะเด็ก Gen Alpha และ Gen Beta

สศช.ระบุว่าแม้เด็ก Gen Alpha และ Gen Beta จะเติบโตมากับเทคโนโลยีที่ช่วยให้เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว แต่พัฒนาการในหลายด้านยังไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่เหมาะสมหากไม่เร่งยกระดับการพัฒนาเด็กตั้งแต่วันนี้ ประเทศไทยอาจประสบปัญหาคุณภาพของแรงงานในอนาคต ซึ่งจะกระทบต่อศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

Gen Alpha และ Gen Beta คือเด็กที่เกิดในช่วงปี 2553-2567 และเด็กที่เกิดตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไปตามลำดับ ปัจจุบันมีอายุระหว่าง 0-16 ปี และมีสัดส่วนคิดเป็น 15.6% ของโครงสร้างประชากรไทยปี 2568
แต่เด็กกลุ่มนี้เติบโตมาพร้อมกับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อาทิ ปัญญาประดิษฐ์และการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตต้นทุนต่ำ ซึ่งเอื้อต่อการเรียนรู้และการพัฒนาทักษะและจะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศในอนาคต

พบปัญหาพัฒนาการต่ำมาตรฐาน

เด็ก 2 กลุ่มนี้ กลับมีปัญหามีพัฒนาการต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง ข้อมูลการสำรวจพัฒนาการเด็กปฐมวัย ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข พบว่า แม้เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการสมวัยเพิ่มขึ้นจาก 73.4% ในปี 2553 เป็น 81.6% ในปี 2568 แต่ยังต่ำกว่าค่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 85.0% สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความท้าทายด้านคุณภาพพัฒนาการเด็กที่ยังต้องได้รับการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง
เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า เด็กที่สงสัยพัฒนาการล่าช้าสูงสุดอยู่ที่ด้านการใช้ภาษา  75.3% รองลงมา คือด้านการเข้าใจภาษา 61.3% ซึ่งทั้งสองด้านเป็นรากฐานสำคัญของการสื่อสารและการปฏิสัมพันธ์ทางสังคมความล่าช้าในมิตินี้จึงอาจเกี่ยวข้องกับการแสดงพฤติกรรมบางประการที่มีลักษณะใกล้เคียงภาวะออทิสติก หรือภาวะออทิสติกเทียม (Pseudo-autism)19 เช่น ไม่ค่อยสบตา และตอบโต้น้อย
ทั้งนี้ มีงานศึกษาระบุว่า การใช้สื่อดิจิทัลตั้งแต่วัยทารกมีความสัมพันธ์กับพัฒนาการล่าช้าและพฤติกรรมลักษณะดังกล่าว สะท้อนว่าปัญหาพัฒนาการไม่สมวัยในปัจจุบันอาจเชื่อมโยงกับบริบทการเลี้ยงดูในสังคมดิจิทัลอย่างมีนัยสำคัญ




อ่านเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่