พิธีกรรมสุดท้ายที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของชาวฮินดู การทำ "อันติม สันสการ์" (Antim Sanskar)การเตรียมตัวเดินทางสู่ปรโลก

กระทู้สนทนา
เมื่อเช้าได้อ่านกระทู้ของคุณต้นฯ เรื่องการเอาน้ำมะพร้าวมาล้างหน้าศพ
https://pantip.com/topic/43996960/


ทำให้นึกถึงประเพณีหรือพิธีกรรม ที่ทางศาสนาฮินดู มีพิธีการสืบทอดต่อกันยาวนานมามากกว่า 4000ปี

ในทางศาสนาฮินดู จะมีพิธีกรรมอยู่อย่างหนึ่ง  เป็นพิธีกรรมสุดท้ายที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของศาสนา  นั่นก็คือ การทำ "อันติม สันสการ์" (Antim Sanskar) หรือการเตรียมตัวเดินทางสู่ปรโลกของผู้วายชนม์

ในพิธีการพิธีกรรมอันนี้ จะมีการนำ"น้ำจากแม่น้ำคงคา"และจะมีการเตรียม "ใบกะเพราะ" ไว้

ขั้นตอนโดยสังเขป ตามประเพณีสืบทอดต่อกันมายาวนาน 3-4000 ปี

เมื่อคนกำลังจะสิ้นลมหรือเสียชีวิตใหม่ๆ ญาติจะรีบทำสิ่งเหล่านี้:

จัดวางร่าง: ให้นอนบนพื้นดิน (หันหัวไปทางทิศเหนือ) เพื่อให้คืนสู่ธาตุดิน

หยอดน้ำคงคา: ใช้ช้อนเล็กๆ หรือกิ่งไม้จุ่มน้ำศักดิ์สิทธิ์หยดลงในปาก***

วางใบกะเพรา: นำใบกะเพราสดวางไว้บนลิ้นหรือริมฝีปาก

สวดมนต์: ท่องพระนามของพระเจ้า (เช่น "ราม ราม") เพื่อให้เสียงสุดท้ายที่ผู้ตายได้ยินเป็นสิ่งมงคล

***  บ้านของชาวฮินดูทุกบ้าน จะต้องมี น้ำจากแม่น้ำคงคา เก็บในภาชนะไว้ที่บ้าน เตรียมพร้อมไว้เสมอ
ใครมีโอกาสไปชำระล้างบาปที่แม่น้ำคงคา ขากลับก็จะกรอกน้ำใส่ภาชนะกลับมา
ใครไม่มีโอกาสไป ก็จะฝากคนที่ได้ไปกรอกกลับมาให้

**** ในเมืองไทย บ้านของชาวฮินดูทุกบ้านก็มีน้ำจากแม่น้ำคงคา


ขอนำภาพพิธีกรรมาให้ดู  ต้องบอกก่อนนะครับ ว่า เป็นภาพ AI นะครับ ไม่ใช่ภาพจริง
แต่จำลองบรรยากาศจริงมาให้ดู  
แต่ด้วยไม่แน่ใจกฏเกณฑ์ของพันทิป ก็เลยขอนำภาพ AI  ใส่ไว้ใน  spoil นะครับ
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้



สาเหตุที่ต้องใช้ "น้ำแม่น้ำคงคา" และ "ใบกะเพรา" มีเหตุผลที่ลึกซึ้งทั้งทางจิตวิญญาณและกุศโลบาย

1. น้ำแม่น้ำคงคา (Ganga Jal): ชำระบาปครั้งสุดท้าย

ชาวฮินดูเชื่อว่าแม่น้ำคงคาไหลมาจากมวยผมของพระศิวะ เป็นน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่มีวันเน่าเสีย

การล้างบาป: เชื่อว่าแม้เพียงหยดเดียวที่สัมผัสลิ้นผู้ตาย จะช่วยชำระล้างบาปกรรมทั้งหมดที่เคยทำมาในชาตินี้

การหลุดพ้น (Moksha): ช่วยให้ดวงวิญญาณหลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิด หรืออย่างน้อยก็ช่วยให้ไปสู่ภพภูมิที่ดี


2.ใบกะเพรา (Tulsi Leaf): ตั๋วผ่านทางสู่พระวิษณุ

เครื่องหมายยืนยัน: การวางใบกะเพราไว้ในปากเปรียบเสมือน "ตราประทับ" ว่าผู้ตายผู้นี้เป็นผู้นับถือเทพเจ้า และจะได้รับการต้อนรับหรือคุ้มครองจากพระวิษณุในโลกหน้า

ความบริสุทธิ์: ใบกะเพรามีฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียและช่วยดับกลิ่น ซึ่งในสมัยโบราณช่วยในเรื่องสุขอนามัยเบื้องต้นของศพก่อนนำไปเผา


จะสังเกตุดูว่า ทั้งศาสนาพุทธและศาสนาฮินดู ต่างก็มีความเชื่อเหมือนกันใน การใช้ "สิ่งที่บริสุทธิ์ที่สุดในธรรมชาติ" มาส่งดวงวิญญาณเป็นครั้งสุดท้าย
ซึ่งจริงๆ รากเหง้าของศาสนาทั้งสองต่างก็มาจากที่เดียวกัน


เกร็ดเล็กๆเพิ่มเติม   หลายท่านอาจจะอยากรู้  ทำไมต้อง "ใบกะเพราะ"

ในศาสนาฮินดูไม่ได้มองว่า "กะเพรา" เป็นแค่พืชสมุนไพร แต่มองว่ากะเพราคือ "เทพเจ้า" ในร่างของต้นไม้ โดยมีที่มาที่น่าสนใจทั้งในเชิงตำนานและเชิงวิทยาศาสตร์

1. ตำนานพระนางตุลสี (Tulsi)

ในคัมภีร์ปุราณะของอินเดีย กะเพรามีชื่อเรียกในภาษาสันสกฤตว่า "ตุลสี" ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นภาคหนึ่งของ พระแม่ลักษมี (พระชายาของพระนารายณ์) ที่ลงมาเกิดเป็นต้นไม้

ตามตำนานเล่าว่า พระนางตุลสีเป็นหญิงที่มีความซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อสามีอย่างแรงกล้า ด้วยความบริสุทธิ์นี้ทำให้พระนารายณ์ทรงประทานพรให้พระนางกลายเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์

เชื่อกันว่า พระนารายณ์ (พระวิษณุ) จะไม่รับของบูชาใดๆ หากไม่มีใบกะเพราวางอยู่ด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมบ้านชาวฮินดูส่วนใหญ่จะต้องมี "ตุลสีเภาด้า" (กระถางกะเพรา) ไว้บูชาหน้าบ้าน


2. สัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์และการปกป้อง

ชาวอินเดียเชื่อว่าต้นกะเพราเป็นเสมือน "ธรณีประตู" ระหว่างโลกมนุษย์และสวรรค์

ปกป้องสิ่งชั่วร้าย: เชื่อว่าพลังของพระแม่ตุลสีจะช่วยปัดเป่าพลังงานลบและวิญญาณชั่วร้ายไม่ให้เข้าบ้าน

การทำความสะอาดจิตใจ: การรดน้ำและการประทักษิณ (เดินวน) รอบต้นกะเพราในตอนเช้า ถือเป็นการฝึกสมาธิและชำระล้างบาป

3. เหตุผลทางด้านสุขภาพ (อายุรเวท)

ในตำราอายุรเวทของอินเดีย กะเพราถูกขนานนามว่า "ราชินีแห่งสมุนไพร" (Queen of Herbs) เพราะมีสรรพคุณทางยามากมาย:

ปรับสมดุลร่างกาย: ช่วยลดความเครียด (Adaptogen) และเสริมภูมิคุ้มกัน

อากาศบริสุทธิ์: ต้นกะเพราคายออกซิเจนได้ยาวนานกว่าพืชทั่วไป และมีน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยไล่แมลงและยุง

การบูชาคือการอนุรักษ์: การทำให้เป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์ เป็นกุศโลบายให้คนดูแลรักษาต้นไม้ที่เป็น "ตู้ยาประจำบ้าน" นี้ไว้อย่างดี


***กะเพราของทางอินเดียที่นิยมใช้บูชา จะต่างกับกะเพราของไทยที่ใช้ในการบริโภค
ของไทยที่ใช้ในการบริโภคจะเป็นกะเพราะสายพันธุ์ที่เน้นกลิ่นฉุนและรสเผ็ดร้อน
แต่กระเพราะที่ทางศาสนาฮินดูนิยมไว้บูชาจะเป็นกะเพราแดง (Krishna Tulsi) หรือกะเพราขาว (Rama Tulsi)
ชาวฮินดูเคร่งครัดบางกลุ่ม จะไม่เด็ดใบกะเพราในวันอาทิตย์หรือวันสำคัญทางศาสนา


เล่าสู่กันฟังครับ  

ใครอยากเห็นพิธีกรรมพวกนี้หาดูได้ใน ยูทูปครับ
ไม่ขอนำมาลงในที่นี้นะครับ  ไม่แน่ใจกฏเกณฑ์ของพันทิปครับ
คำค้นหา (Keywords) สำหรับดูคลิป
"Tulsi leaf in mouth of dying person Hindu ritual"
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่