คดี "โจรสวมวิก" หรือ แจ๊กกี้ (ห้างทองออโรร่า พระราม 4) คนร้ายบุกเดี่ยวชิงทรัพย์ได้ทองรูปพรรณไปรวม 215 บาท
ซึ่งล่าสุดในปี 2569 ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายรายนี้ได้แล้ว โดยพบว่าเป็นคนเดียวกับ "จอมโจรหมวกฟาง"
ที่เพิ่งก่อเหตุชิงทอง 198 บาทไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ... เกมส์เพราะ DNA ขอบคุณเทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่าล้อเล่นกับระบบ
ตำรวจ ขยายผลคดีชิงทอง 10 ล้าน พบหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์มัดตัวโจรหมวกฟางคนเดียวกับโจรสวมวิก
เคยก่อเหตุปี 62 ออกคุกมาไม่สลด ก่อเหตุซ้ำ
กรณีตำรวจจับกุม นายจะลอ หรือทิว อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาหมวกฟางและก่อเหตุบุกชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า
ย่านสุขุมวิท เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา กวาดทองคำน้ำหนักกว่า 198 บาท และเงินสด 170,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหาย
สูงถึง 10 ล้านบาทนั้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้สนามข่าว 7 สี - ลอยนวลมา 7 ปี วันนี้ ไม่รอด "โจรหมวกฟาง" ผู้ต้องหาชิงทอง 198 บาท และเงินสด 1 แสน 7 หมื่นบาท
ที่แท้เป็นคนเดียวกับ "โจรสวมวิก" ก่อเหตุชิงทอง เมื่อปี 62 พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการ
ตำรวจแห่งชาติ ปฏิบัติราชการ กองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า ผลตรวจสอบเปรียบเทียบ DNA ของนายจะลอ
หรือ ทิว อายุ 29 ปี ก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างแห่งหนึ่ง ย่านสุขุมวิท เมื่อ 30 มกราคม 2569 พบตรงกับ โจรสวมวิก
ที่ชิงทรัพย์ร้านทอง ภายในห้างสรรพสินค้าย่านพระราม 4 เมื่อปี 2562 ภายหลังก่อเหตุแล้ว สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ
ได้เก็บ DNA บริเวณมือจับด้านซ้ายของจักรยานยนต์ สีเหลือง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ที่ใช้ก่อเหตุในวันดังกล่าว และเมื่อมีการนำ
DNA ของนายจะลอ มาตรวจสอบพบคือบุคคลเดียวกัน ประวัตินายจะลอ เคยก่อเหตุตั้งแต่เป็นเยาวชน มีพฤติกรรมลักเล็กขโมยน้อย
ตั้งแต่อายุไม่ถึง 18 ปี จากนั้นตั้งแต่ปี 2554-2556 ก่อเหตุลักทรัพย์มาโดยตลอด และเกี่ยวข้องกับยาเสพติด กระทั่งปี 2563
นายจะลอ ก่อเหตุยกเค้าบ้านและขโมยทรัพย์สิน ก่อนถูกตำรวจเชียงใหม่เข้าจับกุม ในข้อหาลักทรัพย์ในยามวิกาล
จากการตรวจประวัติในช่วงนั้น ๆ ของเดือน นายจะลอก่อเหตุไปแล้วถึง 13 ครั้ง ก่อนติดคุกและถูกปล่อยออกมา
แต่นายจะลอกลับไม่สำนึก ย้อนกลับมาก่อเหตุอีกครั้ง โดยหลังจากนี้จะดำเนินการแจ้งผลรายงานการตรวจพิสูจน์เพิ่มเติม
ไปยังพนักงานอัยการ และดำเนินการตามสั่งการให้สอบสวนและแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อนายจะลอ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ล่าสุดวันนี้ 26 ก.พ. 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.
ปฏิบัติราชการบช.น. พร้อมทั้ง พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ประชุมติดตามความคืบหน้ารวมกับ พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร
ผบก.พฐก. , พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.สส.บก.น.5 , พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ประดับไทย ผกก.สน. พระโขนง ,
พ.ต.อ.รัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผกก.สน.ทองหล่อ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อตัดประเด็นข้อสงสัยว่า นายจะลอ
หรือ นายทิว ใช่คนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองในปี 2562 หรือไม่ เนื่องจากรูปพรรณ ตำหนิ และพฤติการณ์ รูปแบบการก่อเหตุมีลักษณะที่เหมือนกันนั้น
ผลการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับคดี เมื่อเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานทำการเปรียบเทียบ DNA
ของนายจะลอ กับหลักฐานเก่าในคดีชิงทรัพย์ร้านทองย่านพระราม 4 เมื่อปี 2562 ในครั้งนั้นคนร้ายใช้วิกผมพรางตัวและทิ้งรถจักรยานยนต์
ยามาฮ่าสีเหลืองไว้ในที่เกิดเหตุ
โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่าง DNA จากบริเวณมือจับด้านซ้ายของรถคันดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน ปรากฏว่า
ผลการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ทำให้ปริศนา "โจรหมวกฟาง" ในปีนี้ 2569 และ "โจรสวมวิก" ในอดีตปี 2562
คลี่คลายลงทันทีว่าคือคนร้ายรายเดียวกันที่กลับมาก่อเหตุซ้ำซาก
พนักงานสอบสวนเตรียมนำรายงานผลการตรวจพิสูจน์ส่งพนักงานอัยการเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและดำเนินคดีตามกฎหมาย
ให้ถึงที่สุดต่อไป
https://www.komchadluek.net/news/crime/613943
เปิดนาทีบุกจับโจรชิงทอง 198 บาท ย่ามใจนั่งสังสรรค์ .. คงมั่นใจรอดเหมือนปี 62 ดื่มกินสบายใจ
จอมโจรหมวกฟาง กับ โจรแจ๊กกี้ กวาดทองไปร่วม 400 บาท
ซึ่งล่าสุดในปี 2569 ตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายรายนี้ได้แล้ว โดยพบว่าเป็นคนเดียวกับ "จอมโจรหมวกฟาง"
ที่เพิ่งก่อเหตุชิงทอง 198 บาทไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ... เกมส์เพราะ DNA ขอบคุณเทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่าล้อเล่นกับระบบ
ตำรวจ ขยายผลคดีชิงทอง 10 ล้าน พบหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์มัดตัวโจรหมวกฟางคนเดียวกับโจรสวมวิก
เคยก่อเหตุปี 62 ออกคุกมาไม่สลด ก่อเหตุซ้ำ
กรณีตำรวจจับกุม นายจะลอ หรือทิว อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาหมวกฟางและก่อเหตุบุกชิงทรัพย์ร้านทองภายในห้างสรรพสินค้า
ย่านสุขุมวิท เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ที่ผ่านมา กวาดทองคำน้ำหนักกว่า 198 บาท และเงินสด 170,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหาย
สูงถึง 10 ล้านบาทนั้น
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
ล่าสุดวันนี้ 26 ก.พ. 2569 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.
ปฏิบัติราชการบช.น. พร้อมทั้ง พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. ประชุมติดตามความคืบหน้ารวมกับ พล.ต.ต.วาที อัศวุตมางกุร
ผบก.พฐก. , พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ ผกก.สส.บก.น.5 , พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ ประดับไทย ผกก.สน. พระโขนง ,
พ.ต.อ.รัฐธนนท์ เอกฐิติกุลพัทธ์ ผกก.สน.ทองหล่อ และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เพื่อตัดประเด็นข้อสงสัยว่า นายจะลอ
หรือ นายทิว ใช่คนร้ายชิงทรัพย์ร้านทองในปี 2562 หรือไม่ เนื่องจากรูปพรรณ ตำหนิ และพฤติการณ์ รูปแบบการก่อเหตุมีลักษณะที่เหมือนกันนั้น
ผลการพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ได้สร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้กับคดี เมื่อเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานทำการเปรียบเทียบ DNA
ของนายจะลอ กับหลักฐานเก่าในคดีชิงทรัพย์ร้านทองย่านพระราม 4 เมื่อปี 2562 ในครั้งนั้นคนร้ายใช้วิกผมพรางตัวและทิ้งรถจักรยานยนต์
ยามาฮ่าสีเหลืองไว้ในที่เกิดเหตุ
โดยเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่าง DNA จากบริเวณมือจับด้านซ้ายของรถคันดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน ปรากฏว่า
ผลการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่าเป็นบุคคลเดียวกัน ทำให้ปริศนา "โจรหมวกฟาง" ในปีนี้ 2569 และ "โจรสวมวิก" ในอดีตปี 2562
คลี่คลายลงทันทีว่าคือคนร้ายรายเดียวกันที่กลับมาก่อเหตุซ้ำซาก
พนักงานสอบสวนเตรียมนำรายงานผลการตรวจพิสูจน์ส่งพนักงานอัยการเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมและดำเนินคดีตามกฎหมาย
ให้ถึงที่สุดต่อไป
https://www.komchadluek.net/news/crime/613943
เปิดนาทีบุกจับโจรชิงทอง 198 บาท ย่ามใจนั่งสังสรรค์ .. คงมั่นใจรอดเหมือนปี 62 ดื่มกินสบายใจ