สารคดีประวัติศาสตร์ "ขีดสุดความอหังการ" ปืนใหญ่อัตตาจร 2S7 Pion

สารคดีประวัติศาสตร์ "ขีดสุดความอหังการ" ปืนใหญ่อัตตาจร 2S7 Pion

1. ปรัชญาการสร้างและแรงจูงใจทางยุทธศาสตร์
ในยุคสงครามเย็น สหภาพโซเวียตต้องการอาวุธที่สามารถตัดสินผลแพ้ชนะในระดับยุทธวิธีได้ด้วย "พลังทำลายล้างที่ดิบเถื่อน" จึงพัฒนาปืนใหญ่ขนาดหนักพิเศษที่สามารถยิงหัวรบนิวเคลียร์ได้ เพื่อข่มขวัญและทำลายแนวรบของนาโตในยุโรป โดยเน้นที่ความรุนแรงและปริมาณซึ่งเป็นหลักนิยมหลักของกองทัพโซเวียต

2. วิวัฒนาการจากความล้มเหลวสู่ "ดอกโบตั๋นเหล็ก"
จุดเริ่มต้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ โซเวียตเคยล้มเหลวกับโครงการปืนใหญ่ "โอคา" (Oka) ขนาด 420 มม. ที่ใหญ่เทอะทะและพังพินาศจากแรงรีคอยล์ของตัวเอง บทเรียนดังกล่าวถูกนำมาปรับปรุงจนกลายเป็น 2S7 Pion ขนาด 203 มม. (8 นิ้ว) ซึ่งใช้โครงสร้างฐานล้อที่ดัดแปลงจากรถถัง T-80 เพื่อให้มีความคล่องตัวและทนทานพอที่จะรองรับแรงมหาศาลจากการยิงได้

3. รายละเอียดวิศวกรรมและสมรรถนะของอสูรกาย
ลำกล้อง: รุ่น 2A44 มีความยาวถึง 11.2 เมตร เพื่อเพิ่มระยะยิงและความเร็วต้นของกระสุน

การบรรจุ: ใช้ระบบไฮดรอลิกและเครนช่วยยกเนื่องจากกระสุนมีน้ำหนักเกิน 100 กิโลกรัม แต่อัตราการยิงยังค่อนข้างช้า (ประมาณ 1.5 - 2.5 นัดต่อนาที)

เกราะและความปลอดภัย: มีเกราะบางเพียง 10 มม. ซึ่งป้องกันได้แค่สะเก็ดระเบิดและปืนเล็กที่ส่วนหน้า โดยพลปืนส่วนใหญ่ต้องปฏิบัติงานนอกตัวรถ สะท้อนถึงการเน้นพลังการยิงจากแนวหลังมากกว่าความอยู่รอดในระยะประชิด

4. การจุติใหม่เป็น 2S7M Malka (รุ่นปรับปรุง)
ในช่วงทศวรรษที่ 1980 รัสเซียได้ยกระดับอสูรกายตัวนี้ให้เข้าสู่ยุคดิจิทัล โดยการติดตั้งระบบควบคุมการยิงใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการบรรจุทำให้ยิงได้เร็วขึ้น และปรับปรุงเครื่องยนต์ให้ทนทานขึ้น นอกจากนี้ยังมีการพยายามเปลี่ยนชิ้นส่วนทุกอย่างให้ผลิตภายในประเทศทั้งหมดเพื่อความมั่นคงทางทหาร

5. อานุภาพทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว
มัลก้ามีรัศมีสังหารกว้างถึง 150 เมตรต่อการยิงเพียงหนึ่งนัด สามารถยิงได้ไกลถึง 37.5 กม. ในกระสุนปกติ และมากกว่า 50 กม. หากใช้กระสุนนำวิถีด้วยจรวด แม้ความแม่นยำจะสู้ระบบไฮมาร์ส (HIMARS) ของตะวันตกไม่ได้ แต่รัสเซียใช้ "ขนาดของหัวรบ" มาชดเชย ซึ่งสร้างความเสียหายทั้งทางกายภาพและจิตวิทยาอย่างรุนแรงต่อข้าศึก

6. บทเรียนจากสมรภูมิร่วมสมัยและการปรับตัว
ในสงครามยูเครน 2S7 ได้พิสูจน์ว่าแม้จะเก่าและตัวใหญ่ แต่เมื่อทำงานร่วมกับ "โดรนตรวจการณ์" มันจะกลายเป็นอาวุธที่อันตรายมาก อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่คือความเชื่องช้าในการย้ายตำแหน่ง (ยิงแล้วหนี) ทำให้มันตกเป็นเป้าของเรดาร์ตรวจจับวิถีกระสุนและโดรนพลีชีพได้ง่าย

7. บทสรุป: ราชาแห่งสนามรบที่ยังคงอยู่
ในยุคที่ขีปนาวุธมีราคาแพงลิบลิ่ว ปืนใหญ่ 2S7 ยังคงเป็นอาวุธที่ "คุ้มค่า" ในการทลายป้อมปราการและสร้างความเด็ดขาดในสนามรบ การคงอยู่ของมันคือเครื่องยืนยันว่า พลังทำลายล้างมหาศาลและความทนทานแบบดั้งเดิม ยังคงมีที่ว่างและบทบาทสำคัญเสมอในนิเวศการรบที่ซับซ้อนของศตวรรษที่ 21

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่