ใครฆ่า "บักเซียง"

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

จากวลีเด็ดที่เป็นไวรัล ในโลกออนไลน์ตอนนี้ " บักเซียงมันตายแล้ว " คำพูดนี้มาจากในหนังเรื่อง คนไฟบิน ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2549 โดยคนที่พูดคือ คุณ พันนา
ฤทธิไกล ที่รับบท ปอบดำ พูดกับ ตัวละครที่ชื่อ สาว ในเรื่องนี้

เรื่องย่อๆ (ย่อจนจบ...แต่ก็ย่ออ่ะนะ)
เรื่องราวเกิดขึ้นในช่วง พ.ศ. 2398 เมื่อการค้าข้าวรุ่งเรืองทำให้ "ควาย" กลายเป็นที่ต้องการอย่างมาก จนเกิดอาชีพนายฮ้อย ต้อนควายจากอีสานมาขายในภาคกลาง

"บักเซียง" หรือ "โจรบั้งไฟ" (รับบทโดย เดี่ยว ชูพงษ์) คือชายหนุ่มผู้มีวิชาการต่อสู้และใช้บั้งไฟเป็นอาวุธ

เขามักจะดักปล้นควายคืนจากพวกโจรเพื่อนำกลับไปคืนชาวบ้าน พร้อมกับตามหาชายที่มีรอยสักบนหน้าอก ซึ่งเป็นคนที่ฆ่าพ่อแม่ของเขาในอดีต

​ในขณะเดียวกัน "พระยาแหว่ง" ตัวแทนขายรถไถฝรั่งพยายามหาทางกำจัดควายให้หมดไปจากตลาดเพื่อให้รถไถขายได้

เขาจึงร่วมมือกับ "โจรยักษ์" และ "ปอบดำ" (นายฮ้อยดำ) จอมขมังเวทผู้มีร่างกายอัปลักษณ์และเป็นคนฆ่าพ่อแม่ของบักเซียงตัวจริง

พระยาแหว่งได้หลอกใช้บักเซียงให้ไปช่วยจัดการกับ "นายฮ้อยสิงห์" โดยอ้างว่าเป็นศัตรูร่วมกัน

บักเซียงหลงเชื่อและได้พบรักกับ "อีสาว" ลูกสาวบุญธรรมของปอบดำ

​แผนการของปอบดำคือการใช้ผ้าเปื้อนประจำเดือนของสาวบริสุทธิ์เพื่อทำลายอาคมของนายฮ้อยสิงห์ ซึ่งบักเซียงก็หลงทำตามจนนายฮ้อยสิงห์เสียท่า

แต่สุดท้ายความจริงก็เปิดเผยว่าปอบดำและพระยาแหว่งคือผู้อยู่เบื้องหลังความชั่วร้ายทั้งหมด บักเซียงจึงต้องกลับไปช่วยนายฮ้อยสิงห์และเข้าต่อสู้ครั้งสุดท้าย

นายฮ้อยสิงห์ยอมสละชีวิตและมอบตะกรุดศักดิ์สิทธิ์ให้บักเซียงเพื่อเพิ่มพลัง

จนในที่สุดบักเซียงก็สามารถใช้จรวดบั้งไฟระเบิดร่างของปอบดำและพระยาแหว่งให้สิ้นซากไปพร้อมกับรถไถของพวกเขาได้สำเร็จ

หนังเรื่องนี้ ตอนออกฉาย ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก แต่ผมชอบนะ แอ๊กชั่นคิวบู๊มันส์สะใจดี ชอบตัวละครจอมขโมยซีนอย่าง พระยาแหว่ง ฮาดี

สุดท้าย นางเอกเรื่องนี้  น่ารักมาก

ส่วนวลี บักเซียงมันตายแล้ว ในหนัง สมัยนั้น ไม่ได้สำคัญอะไรมากมายเลย คนที่เอามาเล่นสมัยนี้ ก็ไอเดียดีอยู่นะ 555
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่