“น้ำมะพร้าว” เป็นน้ำผลไม้ ที่แม้จะต้องใช้กรรมวิถีในการเปิดที่ยากอยู่บ้าง แต่ความอร่อยของมันก็คุ้มที่รอ มันมีรสชาติหวานหอมชื่นใจ ปัจจุบันมักนำไปผสมกับเครื่องดื่มมากมาย เช่น กาแฟ หรือมัตจะ ก็จะได้สัมผัสใหม่ ๆ ที่ต่างออกไป แต่ก็รสเลิศไม่แพ้กัน
นอกจากความอร่อยที่มีไว้ให้คนดื่มแล้ว น้ำมะพร้าวยังมีความสำคัญในประเพณีไทยมายาวนาน
น้ำมะพร้าว
สำหรับงานศพ งานตาย หรือบางคนก็เรียกว่างานขาวดำนั้น ทุกคนต่างคุ้นเคยกันดีว่า น้ำมะพร้าวเอาไปล้างหน้าศพก่อนที่จะเผานั่นเอง
เรื่องการนำน้ำมะพร้าวล้างหน้าศพนี้คาดว่า คงอยู่ในประเทศไทยมานานแล้ว เพราะอย่างน้อยก็มีข้อมูลปรากฏอยู่ในงานเขียนของ พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ) หรือนามปากกา “เสฐียรโกเศศ” ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้าน โดยเฉพาะศาสนาและวัฒนธรรม จนได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก
ผลงานเขียนดังกล่าวก็คือ “ประเพณีเก่าของไทย ประเพณีเนื่องในการตาย” พิมพ์ครั้งแรกราวช่วง 2480 ซึ่งมีตอนหนึ่งกล่าวว่า “พวกลูกหลานและบริวารผู้ตายเดินตามศพ… เมื่อเวียนครบ ๓ รอบแล้ว เอาโลงกระแทกเชิงตะกอน ๓ หน แล้วจึงยกขึ้นสู่เชิงตะกอน หันหัวศพไปทางทิศตะวันตก…”
จากนั้นเจ้าภาพให้เงินตากลี ยายกลา เป็นจำนวนคี่ หน่วยสตางค์ แล้ว “ต่อจากนี้จึงต่อยมะพร้าวให้แตกล้างหน้าศพ”
อย่างไรก็ตามในหนังสืออีกเล่มหนึ่งคือ “พิธีทำศพ” ของ ป. ชุ่มช่วย บอกเหตุผลถึงการใช้น้ำมะพร้าวในงานขาวดำด้วย ดังนี้
“น้ำธรรมดาย่อมขุ่นระคนด้วยเปือกตม เปรียบด้วยกิเลส มีราคะเป็นตีน ทำให้จิตมัวหมอง ส่วนน้ำมะพร้าว มีเครื่องหุ้มห่อหลายชั้นเป็นน้ำสะอาด ถ้าคนทั้งหลายอุตส่าห์บำเพ็ญกุศลสุจริต ทำใจให้สะอาดปราศจากกิเลสมีราคะเป็นต้น เหมือนน้ำในผลมะพร้าว แล้วก็จะมีความสุข เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว วิญญาณก็จะได้ไปสู่สวรรค์”
ทำให้เห็นว่า น้ำมะพร้าวสะอาดบริสุทธิ์ เหมาะกับการเอาไว้ล้างหน้าบุคคลที่จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ที่มา
“น้ำมะพร้าว” เป็นน้ำผลไม้ รสอร่อยหวานสดชื่น แต่ทำไมจึงนิยมเอาไว้ล้างหน้าศพ
นอกจากความอร่อยที่มีไว้ให้คนดื่มแล้ว น้ำมะพร้าวยังมีความสำคัญในประเพณีไทยมายาวนาน
น้ำมะพร้าว
สำหรับงานศพ งานตาย หรือบางคนก็เรียกว่างานขาวดำนั้น ทุกคนต่างคุ้นเคยกันดีว่า น้ำมะพร้าวเอาไปล้างหน้าศพก่อนที่จะเผานั่นเอง
เรื่องการนำน้ำมะพร้าวล้างหน้าศพนี้คาดว่า คงอยู่ในประเทศไทยมานานแล้ว เพราะอย่างน้อยก็มีข้อมูลปรากฏอยู่ในงานเขียนของ พระยาอนุมานราชธน (ยง เสฐียรโกเศศ) หรือนามปากกา “เสฐียรโกเศศ” ผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้าน โดยเฉพาะศาสนาและวัฒนธรรม จนได้รับการยกย่องจากองค์การศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือยูเนสโก
ผลงานเขียนดังกล่าวก็คือ “ประเพณีเก่าของไทย ประเพณีเนื่องในการตาย” พิมพ์ครั้งแรกราวช่วง 2480 ซึ่งมีตอนหนึ่งกล่าวว่า “พวกลูกหลานและบริวารผู้ตายเดินตามศพ… เมื่อเวียนครบ ๓ รอบแล้ว เอาโลงกระแทกเชิงตะกอน ๓ หน แล้วจึงยกขึ้นสู่เชิงตะกอน หันหัวศพไปทางทิศตะวันตก…”
จากนั้นเจ้าภาพให้เงินตากลี ยายกลา เป็นจำนวนคี่ หน่วยสตางค์ แล้ว “ต่อจากนี้จึงต่อยมะพร้าวให้แตกล้างหน้าศพ”
อย่างไรก็ตามในหนังสืออีกเล่มหนึ่งคือ “พิธีทำศพ” ของ ป. ชุ่มช่วย บอกเหตุผลถึงการใช้น้ำมะพร้าวในงานขาวดำด้วย ดังนี้
“น้ำธรรมดาย่อมขุ่นระคนด้วยเปือกตม เปรียบด้วยกิเลส มีราคะเป็นตีน ทำให้จิตมัวหมอง ส่วนน้ำมะพร้าว มีเครื่องหุ้มห่อหลายชั้นเป็นน้ำสะอาด ถ้าคนทั้งหลายอุตส่าห์บำเพ็ญกุศลสุจริต ทำใจให้สะอาดปราศจากกิเลสมีราคะเป็นต้น เหมือนน้ำในผลมะพร้าว แล้วก็จะมีความสุข เมื่อละโลกนี้ไปแล้ว วิญญาณก็จะได้ไปสู่สวรรค์”
ทำให้เห็นว่า น้ำมะพร้าวสะอาดบริสุทธิ์ เหมาะกับการเอาไว้ล้างหน้าบุคคลที่จากไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ
ที่มา