ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้อง คดี อนุทิน ฟ้อง วิโรจน์ หมิ่นประมาทปมโควิด-19
https://www.matichon.co.th/politics/news_5612369
.
.
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้อง คดี อนุทิน ฟ้อง วิโรจน์ หมิ่นประมาทปมโควิด-19 ด้าน วิโรจน์ แนะ อนุทิน ถอนฟ้องประชาชน ปมวิพากษ์โควิด-19 แนะอย่าให้คดีความสร้างภาระแก่ประชาชน-ผู้พิพากษา
.
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นาย
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเพจ “Wiroj Lakkhanaadisorn – วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ระบุว่า
.
คดีที่คุณอนุทินฟ้องผมในข้อหาหมิ่นประมาท กรณีการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าไม่มีมูล จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้อง และคดีถึงที่สุดแล้ว
.
ผมทราบมาว่า ปัจจุบันคดีที่คุณอนุทินฟ้องหมิ่นประมาทประชาชน ในกรณีทีาประชาชนวิพากษ์วิจารณ์คุณอนุทิน เกี่ยวกับการบริหารจัดการวัคซีน และสถานการณ์โควิด-19 ในฐานะที่คุณอนุทินดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรมอยู่ไม่น้อย
.
เนื่องจากคดีที่คุณอนุทินฟ้องผม ศาลชั้นต้นได้ไต่สวนมูลฟ้อง แล้วพบว่าไม่มีมูล จึงสั่งไม่รับฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษายืน ยกฟ้อง โดยมีสาระสำคัญของคำพิพากษาว่า
.
การวิพากษ์วิจารณ์ของผม เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ต่อคุณอนุทิน ในฐานะที่คุณอนุทินดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น การวิพากษ์วิจารณ์งานในกำกับดูแลของ รมว.สาธารณสุข และเรื่องที่วิพาก์วิจารณ์ ก็ไม่ใช่เรื่องที่สร้างขึ้นมาเพื่อใส่ร้าย จึงถือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต ด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยที่ประชาชนกระทำได้
.
เมื่อการพิพาทระหว่างผม และคุณอนุทิน ซึ่งต่างก็เป็นบุคคลสาธารณะ ได้ถึงที่สุดแล้วตามกระบวนการยุติธรรม ผมจึงอยากจะแนะนำให้คุณอนุทิน ในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะ รับเงินเดือนจากภาษีของประชาชน ได้พิจารณาถอนฟ้องประชาชนในทุกคดีที่มีการฟ้องประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 อย่าให้คดีความสร้างภาระแก่ประชาชน และผู้พิพากษาอีกเลย
.
สำหรับประชาชนทุกท่านที่ถูกคุณอนุทินฟ้อง ในข้อหาหมิ่นประมาทในกรณีที่วิพากษ์วิจารณ์คุณอนุทินในฐานะรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ณ ขณะนั้น สามารถนำเอาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีของผม ไปใช้อ้างอิงโดยสุจริตได้เลยครับ
.
https://www.facebook.com/wirojlak/posts/pfbid02uNJwUhuKAqWZ7ZFoMWAucDgqBsvBFL1dDKydHwGYC9de6Kh3NzLSn2k6QrjYGKs5l
.
.
“ศิธา” สับ กกต. ปมบาร์โค้ดบนบัตรส่อขัดรัฐธรรมนูญ ชี้ช่องละเมิดสิทธิ “ลงคะแนนลับ”
https://www.dailynews.co.th/news/5637867/
.
“
ศิธา” ตั้งคำถามถึง กกต. ใช้เทคโนโลยีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง หวั่นทำลายหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญ หลังพบกลไกที่อาจเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผู้สิทธิคนใดลงคะแนนให้ใคร ย้ำเจตนารมณ์กฎหมายสูงสุดคุ้มครองความเป็นส่วนตัวอย่างเคร่งครัด จี้แสดงความรับผิดชอบ ปมปล่อยให้มีช่องโหว่ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการใช้สิทธิเลือกตั้ง
.
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. น.ต.
ศิธา ทิวารี โพสต์ข้อความระบุว่า
.
กกต. หาทำบาร์โค้ด อาจขัดรัฐธรรมนูญ เพราะเหตุใด?
.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้สิทธิประชาชนออกไปเลือกตั้งด้วยวิธี “โดยตรงและลับ”
.
สิ่งที่ “ไม่เป็นความลับ” ของผู้ไปเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐสามารถตรวจสอบได้ โดยไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มีอะไรบ้าง?
.
1. มีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่
2.ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่
3. เลือกตั้งที่จังหวัดใด
4. เลือกตั้งที่เขตใด
5. เลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งใด
6. เลือกโดยตรงด้วยตัวเองหรือไม่ (กรณีไม่เป็นผู้พิการที่ศาลยกเว้นให้บุคคลอื่นช่วยได้)
.
สิ่งที่รัฐธรรมนูญปกป้องประชาชน และกำหนดให้เป็นความลับ ไม่อนุญาตให้ใครสามารถตรวจสอบได้ มีเพียงอย่างเดียว คือ
.
“ใครคือผู้ขีดกากบาทบนบัตรเลือกตั้ง”
.
รัฐธรรมนูญเข้มงวดกับความ “ลับ” ถึงขนาดที่
.
“แม้แต่เจ้าตัวผู้กาบัตรเลือกตั้งเอง ยังไม่มีสิทธินำหลักฐานการกาบัตรของตนเองไปยืนยันกับใครในโลกนี้ได้เลย ว่าตนเองลงคะแนนให้กับใคร หรือขีดเขียนสิ่งใดลงไปบนบัตรเลือกตั้ง”
.
แม้กระทั่ง
.
“บุคคลใดกาผิดเบอร์ กาบัตรเสีย จำเบอร์ที่ตัวเองกาไม่ได้ หรือขีดเขียนสิ่งใดลงไป เจ้าตัวเองยังไม่สามารถตรวจสอบ หรือมีหลักฐานยืนยันย้อนหลังได้เลยว่า ตนเองได้ขีดเขียนสิ่งใดลงไปบนบัตรเลือกตั้ง”
.
แต่บาร์โค้ดแบบ Unique Running Number ทำให้สามารถตรวจสอบบัตรทุกใบได้ว่า ผู้ใดเป็นคนกาบัตรใบนั้น ๆ ถือเป็นเทคโนโลยีที่สามารถคุกคามความลับของผู้กาบัตรตามรัฐธรรมนูญได้อย่างไม่ยาก
.
เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับการจัดเก็บบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วแยกออกจากกัน ตามที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจง จึงอาจถือเป็นการสร้างกลไกที่เมื่อใช้ร่วมกับข้อมูลบนบาร์โค้ดแล้ว จะทำให้ผู้มีอำนาจเข้าถึงข้อมูลสามารถทำลายความลับตามรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิกับประชาชนไว้ โดยสามารถล่วงรู้เป็นรายบุคคลว่า กากบาทเลือกใคร ครบถ้วนไม่เว้นแม้แต่คนเดียว
.
https://www.facebook.com/Sitadivari/posts/pfbid02VzaMLnd6PREMvCqHFfoUcMWCYGpK42QPDAyZbnHw4cXJ2PiKuJAPpMCVTGFY7q6Tl
.
.
แบงก์ชาติ เผย คนไทย 77.3 % มีเงินออมฉุกเฉินไม่ถึง 6 เดือน ไม่ได้วางแผนออมเกษียณ
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10152327
.
แบงก์ชาติ เผย คนไทย 77.3 % มีเงินออมฉุกเฉินไม่ถึง 6 เดือน และกว่า 86% ไม่ได้วางแผนออมเกษียณ
.
26 ก.พ. 69 – ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานปี 67 ชี้คนไทยมีทักษะทางการเงินดีขึ้นต่อเนื่อง และอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเรื่อง “ดอกเบี้ยและดอกเบี้ยทบต้น”
.
แม้กว่า 91.5% จะเก็บออมเงิน แต่ 77.3% ยังมีเงินออมฉุกเฉินไม่ถึง 6 เดือน และ 86% ยังไม่ได้วางแผนออมเกษียณ หรือยังไม่สามารถทำตามแผนได้ สะท้อนว่าหลายคนยังไม่สามารถออมเงินได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่เพียงพอในระยะยาว
.
ด้านการใช้บริการทางการเงิน ผู้ใช้บริการพื้นฐานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการฝากเงินและโอนเงิน ขณะที่บริการอื่น เช่น บัตรเครดิต ประกัน และการลงทุน ยังมีผู้ใช้ในระดับต่ำและมีแนวโน้มลดลง อีกทั้งการใช้สินเชื่อมีแนวโน้มลดลงในทุกกลุ่มอาชีพ จากการพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ
.
การออม : คนไทยเก็บออมเงิน แต่ยังมีเงินออมฉุกเฉินไม่เพียงพอ และยังไม่ได้คิดหรือวางแผนออมเกษียณ โดย 91.5% ของคนไทยเก็บออมเงิน 77.3% มีเงินออมฉุกเฉินไม่ถึง 6 เดือน และ 86% ยังไม่ได้วางแผนออมเกษียณ หรือยังไม่สามารถทำตามแผนออมเกษียณได้
.
เงินออมฉุกเฉินเป็นพื้นฐานสำคัฐของการออมระยะยาว เริ่มออมวันนี้ เพื่อรับมือกับเหตุไม่คาดฝันในวันหน้า ช่วยให้จัดการหนี้ได้ แม้รายได้ลดลง และเพิ่มโอกาสในการออมเพื่อเกษียณได้สำเร็จ
.
.
"ทหารกัมพูชา" จุดไฟเผาป่าก่อกวนไทย ลมเปลี่ยนทิศหวิดเอาชีวิตไม่รอด
.
ป่วนไม่หยุด! "ทหารกัมพูชา" จุดไฟเผาป่าก่อกวนไทย ลมเปลี่ยนทิศหวิดเอาชีวิตไม่รอด
.
เพจ Army Military Force รายงานว่า เมื่อเวลา 22.40 น. ของคืนวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา เกิดเหตุไฟป่าโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง ลามขึ้นสู่ฐานทหารกัมพูชา ใกล้กับพลาญหินแปดก้อน ต้นเพลิงเกิดจากทหารกัมพูชาจุดไฟเผาป่า เพื่อยั่วยุและก่อกวนทหารไทยในพื้นที่แนวหน้า แต่กระแสลมได้เปลี่ยนทิศกะทันหัน ก่อนพัดโหมเปลวไฟย้อนกลับเข้าสู่ฝั่งกัมพูชา และลุกลามอย่างรวดเร็ว
.
ขณะที่อีกคลิปเผยให้เห็นทหารกัมพูชาในพื้นที่เขาพนมประสิทธิโส ผูกเปลนอนข้างๆ เต็นท์ผ้าใบ พร้อมถ่ายคลิปไฟไหม้ป่าอย่างสบายใจ ไม่มีความกระตือรือร้นที่จะลุกไปดับไฟ และไม่กลัวว่าไฟจะลามมาถึงฐานตัวเอง ดูเหมือนอยากจะให้ไฟลามไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงฐานทหารไทย
.
โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า ทหารกัมพูชาจุดไฟเผาป่าหลายจุด จนลุกลามไหม้บ้านเรือนประชาชน ไร่นาของชาวบ้าน รวมไปถึงไหม้ฐานตัวเอง จนทหารเสียชีวิตไป 1 นาย โดยใส่ร้ายว่าทหารไทยเป็นคนเผา
.
.
JJNY : 5in1 ยกฟ้องคดีอนุทินฟ้องวิโรจน์│“ศิธา”สับกกต.│77.3%มีเงินออมไม่ถึง 6ด.│กัมพูชาเผาป่ากวนไทย│กัมพูชาพา AOTลงพื้นที่
https://www.matichon.co.th/politics/news_5612369
.
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้อง คดี อนุทิน ฟ้อง วิโรจน์ หมิ่นประมาทปมโควิด-19 ด้าน วิโรจน์ แนะ อนุทิน ถอนฟ้องประชาชน ปมวิพากษ์โควิด-19 แนะอย่าให้คดีความสร้างภาระแก่ประชาชน-ผู้พิพากษา
.
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเพจ “Wiroj Lakkhanaadisorn – วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” ระบุว่า
.
คดีที่คุณอนุทินฟ้องผมในข้อหาหมิ่นประมาท กรณีการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ศาลชั้นต้นไต่สวนมูลฟ้องแล้วเห็นว่าไม่มีมูล จึงมีคำสั่งไม่รับฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ยกฟ้อง และคดีถึงที่สุดแล้ว
.
ผมทราบมาว่า ปัจจุบันคดีที่คุณอนุทินฟ้องหมิ่นประมาทประชาชน ในกรณีทีาประชาชนวิพากษ์วิจารณ์คุณอนุทิน เกี่ยวกับการบริหารจัดการวัคซีน และสถานการณ์โควิด-19 ในฐานะที่คุณอนุทินดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรมอยู่ไม่น้อย
.
เนื่องจากคดีที่คุณอนุทินฟ้องผม ศาลชั้นต้นได้ไต่สวนมูลฟ้อง แล้วพบว่าไม่มีมูล จึงสั่งไม่รับฟ้อง ต่อมาศาลอุทธรณ์ ได้มีคำพิพากษายืน ยกฟ้อง โดยมีสาระสำคัญของคำพิพากษาว่า
.
การวิพากษ์วิจารณ์ของผม เป็นการวิพากษ์วิจารณ์ต่อคุณอนุทิน ในฐานะที่คุณอนุทินดำรงตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น การวิพากษ์วิจารณ์งานในกำกับดูแลของ รมว.สาธารณสุข และเรื่องที่วิพาก์วิจารณ์ ก็ไม่ใช่เรื่องที่สร้างขึ้นมาเพื่อใส่ร้าย จึงถือเป็นการวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต ด้วยความเป็นธรรมอันเป็นวิสัยที่ประชาชนกระทำได้
.
เมื่อการพิพาทระหว่างผม และคุณอนุทิน ซึ่งต่างก็เป็นบุคคลสาธารณะ ได้ถึงที่สุดแล้วตามกระบวนการยุติธรรม ผมจึงอยากจะแนะนำให้คุณอนุทิน ในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะ รับเงินเดือนจากภาษีของประชาชน ได้พิจารณาถอนฟ้องประชาชนในทุกคดีที่มีการฟ้องประชาชนที่วิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 อย่าให้คดีความสร้างภาระแก่ประชาชน และผู้พิพากษาอีกเลย
.
สำหรับประชาชนทุกท่านที่ถูกคุณอนุทินฟ้อง ในข้อหาหมิ่นประมาทในกรณีที่วิพากษ์วิจารณ์คุณอนุทินในฐานะรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ณ ขณะนั้น สามารถนำเอาคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ในคดีของผม ไปใช้อ้างอิงโดยสุจริตได้เลยครับ
.
https://www.facebook.com/wirojlak/posts/pfbid02uNJwUhuKAqWZ7ZFoMWAucDgqBsvBFL1dDKydHwGYC9de6Kh3NzLSn2k6QrjYGKs5l
.
.
“ศิธา” สับ กกต. ปมบาร์โค้ดบนบัตรส่อขัดรัฐธรรมนูญ ชี้ช่องละเมิดสิทธิ “ลงคะแนนลับ”
https://www.dailynews.co.th/news/5637867/
.
“ศิธา” ตั้งคำถามถึง กกต. ใช้เทคโนโลยีบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง หวั่นทำลายหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญ หลังพบกลไกที่อาจเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผู้สิทธิคนใดลงคะแนนให้ใคร ย้ำเจตนารมณ์กฎหมายสูงสุดคุ้มครองความเป็นส่วนตัวอย่างเคร่งครัด จี้แสดงความรับผิดชอบ ปมปล่อยให้มีช่องโหว่ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนในการใช้สิทธิเลือกตั้ง
.
เมื่อวันที่ 26 ก.พ. น.ต.ศิธา ทิวารี โพสต์ข้อความระบุว่า
.
กกต. หาทำบาร์โค้ด อาจขัดรัฐธรรมนูญ เพราะเหตุใด?
.
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ให้สิทธิประชาชนออกไปเลือกตั้งด้วยวิธี “โดยตรงและลับ”
.
สิ่งที่ “ไม่เป็นความลับ” ของผู้ไปเลือกตั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐสามารถตรวจสอบได้ โดยไม่ขัดรัฐธรรมนูญ มีอะไรบ้าง?
.
1. มีสิทธิเลือกตั้งหรือไม่
2.ไปใช้สิทธิเลือกตั้งหรือไม่
3. เลือกตั้งที่จังหวัดใด
4. เลือกตั้งที่เขตใด
5. เลือกตั้งที่หน่วยเลือกตั้งใด
6. เลือกโดยตรงด้วยตัวเองหรือไม่ (กรณีไม่เป็นผู้พิการที่ศาลยกเว้นให้บุคคลอื่นช่วยได้)
.
สิ่งที่รัฐธรรมนูญปกป้องประชาชน และกำหนดให้เป็นความลับ ไม่อนุญาตให้ใครสามารถตรวจสอบได้ มีเพียงอย่างเดียว คือ
.
“ใครคือผู้ขีดกากบาทบนบัตรเลือกตั้ง”
.
รัฐธรรมนูญเข้มงวดกับความ “ลับ” ถึงขนาดที่
.
“แม้แต่เจ้าตัวผู้กาบัตรเลือกตั้งเอง ยังไม่มีสิทธินำหลักฐานการกาบัตรของตนเองไปยืนยันกับใครในโลกนี้ได้เลย ว่าตนเองลงคะแนนให้กับใคร หรือขีดเขียนสิ่งใดลงไปบนบัตรเลือกตั้ง”
.
แม้กระทั่ง
.
“บุคคลใดกาผิดเบอร์ กาบัตรเสีย จำเบอร์ที่ตัวเองกาไม่ได้ หรือขีดเขียนสิ่งใดลงไป เจ้าตัวเองยังไม่สามารถตรวจสอบ หรือมีหลักฐานยืนยันย้อนหลังได้เลยว่า ตนเองได้ขีดเขียนสิ่งใดลงไปบนบัตรเลือกตั้ง”
.
แต่บาร์โค้ดแบบ Unique Running Number ทำให้สามารถตรวจสอบบัตรทุกใบได้ว่า ผู้ใดเป็นคนกาบัตรใบนั้น ๆ ถือเป็นเทคโนโลยีที่สามารถคุกคามความลับของผู้กาบัตรตามรัฐธรรมนูญได้อย่างไม่ยาก
.
เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับการจัดเก็บบัตรเลือกตั้งและต้นขั้วแยกออกจากกัน ตามที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจง จึงอาจถือเป็นการสร้างกลไกที่เมื่อใช้ร่วมกับข้อมูลบนบาร์โค้ดแล้ว จะทำให้ผู้มีอำนาจเข้าถึงข้อมูลสามารถทำลายความลับตามรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิกับประชาชนไว้ โดยสามารถล่วงรู้เป็นรายบุคคลว่า กากบาทเลือกใคร ครบถ้วนไม่เว้นแม้แต่คนเดียว
.
https://www.facebook.com/Sitadivari/posts/pfbid02VzaMLnd6PREMvCqHFfoUcMWCYGpK42QPDAyZbnHw4cXJ2PiKuJAPpMCVTGFY7q6Tl
.
.
แบงก์ชาติ เผย คนไทย 77.3 % มีเงินออมฉุกเฉินไม่ถึง 6 เดือน ไม่ได้วางแผนออมเกษียณ
https://www.khaosod.co.th/update-news/news_10152327
.
แบงก์ชาติ เผย คนไทย 77.3 % มีเงินออมฉุกเฉินไม่ถึง 6 เดือน และกว่า 86% ไม่ได้วางแผนออมเกษียณ
.
26 ก.พ. 69 – ธนาคารแห่งประเทศไทย รายงานปี 67 ชี้คนไทยมีทักษะทางการเงินดีขึ้นต่อเนื่อง และอยู่ในระดับสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจเรื่อง “ดอกเบี้ยและดอกเบี้ยทบต้น”
.
แม้กว่า 91.5% จะเก็บออมเงิน แต่ 77.3% ยังมีเงินออมฉุกเฉินไม่ถึง 6 เดือน และ 86% ยังไม่ได้วางแผนออมเกษียณ หรือยังไม่สามารถทำตามแผนได้ สะท้อนว่าหลายคนยังไม่สามารถออมเงินได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่เพียงพอในระยะยาว
.
ด้านการใช้บริการทางการเงิน ผู้ใช้บริการพื้นฐานเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการฝากเงินและโอนเงิน ขณะที่บริการอื่น เช่น บัตรเครดิต ประกัน และการลงทุน ยังมีผู้ใช้ในระดับต่ำและมีแนวโน้มลดลง อีกทั้งการใช้สินเชื่อมีแนวโน้มลดลงในทุกกลุ่มอาชีพ จากการพิจารณาสินเชื่อที่เข้มงวดขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ
.
การออม : คนไทยเก็บออมเงิน แต่ยังมีเงินออมฉุกเฉินไม่เพียงพอ และยังไม่ได้คิดหรือวางแผนออมเกษียณ โดย 91.5% ของคนไทยเก็บออมเงิน 77.3% มีเงินออมฉุกเฉินไม่ถึง 6 เดือน และ 86% ยังไม่ได้วางแผนออมเกษียณ หรือยังไม่สามารถทำตามแผนออมเกษียณได้
.
เงินออมฉุกเฉินเป็นพื้นฐานสำคัฐของการออมระยะยาว เริ่มออมวันนี้ เพื่อรับมือกับเหตุไม่คาดฝันในวันหน้า ช่วยให้จัดการหนี้ได้ แม้รายได้ลดลง และเพิ่มโอกาสในการออมเพื่อเกษียณได้สำเร็จ
.
.