บทคาดการณ์อนาคตเชิงนิยาย - เหตุการณ์ ประเทศ และองค์กรที่ปรากฏ ถูกใช้เพื่อการจำลองสถานการณ์ทางความคิดเท่านั้น มิได้อ้างอิงหรือยืนยันเหตุการณ์จริงในปัจจุบันหรืออนาคต
AGI พลิกระเบียบโลก | AGI: The World Order Changer
บทที่ 2 ตัวแปรจิตวิญญาณมหาชน - Collective Soul Variables
แมนแฮตตัน, นครนิวยอร์ก
ท้องฟ้าเหนือแมนแฮตตันยังคงเต็มไปด้วยฝูงโดรนส่งสินค้าที่บินว่อนราวกับแมลงวันเหล็ก พวกมันทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยภายใต้คำสั่งของ
AGI เพื่อปรนนิบัติกลุ่มคน 1% ที่กุมรหัสผ่านของระบบไว้ แต่บนพื้นถนนเบื้องล่าง… กลับกลายเป็นที่อยู่ของ
‘คนส่วนเกิน’ นับล้าน
เต็นท์นับหมื่นถูกกางทับถมกันหน้าสำนักงานใหญ่ของบรรษัทการเงิน อดีตโปรแกรมเมอร์ อดีตนักบัญชี และอดีตผู้จัดการธนาคาร นั่งรวมกลุ่มกันรอบกองไฟที่สุมด้วยเอกสารบัญชีและใบปริญญาที่ไร้ค่า พวกเขาไม่ได้ประท้วงด้วยความโกรธแค้นเพียงอย่างเดียว แต่ประท้วงด้วย
ความมึนงง ที่โลกเหวี่ยงพวกเขาออกจากระบบเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวทัน
เสียงไซเรนของรถตำรวจไร้คนขับดังสะท้อนสลับกับเสียงตะโกนด่าทอ ระบบป้องกันภัยอัตโนมัติฉีดสเปรย์พริกไทยใส่ทุกคนที่พยายามเข้าใกล้เขตหวงห้ามของบรรษัท ขณะที่แสงจากจอโฮโลแกรมยักษ์ยังคงฉายภาพโฆษณา
“ชีวิตที่ดีกว่าด้วย AI” วนซ้ำอย่างไร้ความรู้สึก ท่ามกลางกลิ่นสาบของขยะและร่องรอยอาชญากรรมที่เกิดขึ้นทุกหัวมุมถนน
✦ บาดแผลของ UBI (The Bleeding Wound) ✦
ในสหรัฐฯ เงิน
UBI ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นสวัสดิการ แต่ถูกประณามว่าเป็น
“เงินปลอบใจก่อนตาย”
“เราได้รับเงิน 2,000 ดอลลาร์โอนเข้าบัญชีทุกเดือนโดยอัตโนมัติ แต่วินาทีที่เงินเข้า—ระบบ AGI ของเจ้าหนี้ก็หักมันไปเป็นค่าเช่าและดอกเบี้ยบัตรเครดิตทันทีภายใน 0.001 วินาที...
เราไม่เคยได้สัมผัสเงินที่รัฐบาลบอกว่าจะช่วยเราเลยด้วยซ้ำ!”
เสียงจากพอดแคสต์ใต้ดินที่เล็ดรอดการเซ็นเซอร์สะท้อนความสิ้นหวังของผู้คน
ในวอชิงตัน ดี.ซี. สภาคองเกรสกลายเป็นเพียงโรงละครแห่งการถกเถียง นักการเมืองยังคงทะเลาะกันเรื่องงบประมาณและการจัดสรรภาษีจากบริษัท AI ขณะที่ระบบจัดการภาษีเองก็ถูก
AGI ของบรรษัทเจาะจนพรุน การใช้มนุษย์ควบคุมงบประมาณ UBI กลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ทำให้เงินไหลรั่วไปสู่แคมเปญหาเสียงและโครงการ “ที่ปรึกษา” ที่ไม่เคยสร้างงานจริง
สหรัฐฯ ไม่ได้กำลังล่มสลายเพราะเทคโนโลยีไม่เก่ง… แต่มันกำลังล่มสลายเพราะ
“ซอฟต์แวร์ที่ล้ำสมัยที่สุดของโลก” กำลังรันอยู่บน
“ฮาร์ดแวร์ทางการเมืองที่ล้าสมัยที่สุด”
✦ กรงขังแห่งวิวัฒนาการ (The Evolutionary Trap) ✦
ในห้องยุทธศาสตร์ใต้ดินของทำเนียบขาว ที่ปรึกษาอาวุโสและนักรัฐศาสตร์ระดับพระกาฬกำลังจ้องมองรายงานความสำเร็จของยุโรปด้วยแววตาเหยียดหยาม สำหรับพวกเขา สหรัฐฯ คือเจ้าของเทคโนโลยี
AGI ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก แต่เลือกจะใช้มันเป็นเพียง
‘ดาบ’ ในมือ ไม่ใช่
‘จอมทัพ’
บรรดาผู้มีอำนาจในสหรัฐฯ ยังคงยึดติดกับบันไดวิวัฒนาการของการปกครองที่พวกเขามองว่า
“ถูกต้องตามธรรมชาติ” พวกเขาไล่เรียงประวัติศาสตร์อย่างภาคภูมิใจ:
✰ จากยุค จ่าฝูง ที่ใช้พละกำลัง…
✰ สู่ยุค กษัตริย์ และ จักรพรรดิ ที่อ้างสิทธิเทวราช…
✰ จนมาถึงยุคที่ 7 คือ รัฐบาล ประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง
“เราเพิ่งอยู่แค่ยุคที่ 7 เท่านั้น”
สมาชิกสภาอาวุโสคนหนึ่งแค่นหัวเราะในที่ประชุม
“ประวัติศาสตร์มนุษย์ใช้เวลานับพันปีในการเปลี่ยนแต่ละขั้น แต่ยุโรปกำลังพยายามข้ามขั้นไปสู่ยุคที่ 8—ยุคที่เครื่องจักรปกครองมนุษย์ (Algocracy) มันเร็วเกินไป… มันคือความวิบัติเชิงโครงสร้างที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรม”
✦ ความล้มเหลวของ ‘AGI ภายใต้บังเหียน’ ✦
เพราะความเชื่อที่ฝังหัวว่า
“มนุษย์ต้องอยู่เหนือเครื่องจักรเสมอ” สหรัฐฯ จึงใช้ AGI เป็นเพียงเครื่องคิดเลขขนาดใหญ่ในการบริหาร UBI แทนที่จะปล่อยให้มันตัดสินใจจัดสรรงบประมาณอย่างอิสระ รัฐบาลกลับวาง
‘ตัวกรอง’ (Filters) ที่เป็นมนุษย์ไว้ทุกขั้นตอน ผลลัพธ์คือ AGI คำนวณความต้องการของประชาชนได้อย่างแม่นยำ แต่ตัวเลขเหล่านั้นถูกนักการเมือง
‘แก้ไข’ ให้สอดคล้องกับงบประมาณกองทัพและผลประโยชน์ของฐานเสียง
เมื่อระบบต้องบริหารประชากร 330 ล้านคนที่มีความหลากหลายสุดขั้ว การใช้
‘คน’ มาควบคุม
AGI กลายเป็นคอขวด
(Bottleneck) ข้อมูลมหาศาลที่ AGI ประมวลผลได้ในเสี้ยววินาที กลับต้องรอการเซ็นอนุมัติจากข้าราชการที่ทำงานเพียง 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น
ในขณะที่ยุโรปเริ่มเห็นกราฟเศรษฐกิจฟื้นตัวด้วยการบริหารด้วยความเร็วแสง อเมริกากลับจมอยู่กับกองเอกสารดิจิทัล เงิน UBI มาถึงช้ากว่าค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นเสมอ ประชาชนอเมริกันเริ่มมองเห็นความย้อนแย้งที่เจ็บปวด
“เราคือประเทศที่สร้างสมองกลที่ฉลาดที่สุดในโลกขึ้นมา แต่เรากลับปล่อยให้สมองนั้นตกอยู่ภายใต้ร่างกายที่เอื้อผลประโยชน์และขาดวิสัยทัศน์ที่สุด!”
วาทกรรมเรื่อง
ยุคที่ 7 ของนักการเมืองเริ่มฟังดูไม่ต่างอะไรจากข้ออ้างเพื่อรักษาเก้าอี้ มากกว่าจะเป็นวิสัยทัศน์เพื่ออนาคต
✦ ชันสูตรเทพเจ้า (Dissecting the God-Model) ✦
ในห้องประชุมลับ
Situation Room ใต้ดินของทำเนียบขาว จอภาพโฮโลแกรมฉายโครงสร้างซอฟต์แวร์ของ
Consortium AGI ที่ได้มาจากการจารกรรมข้อมูลในยุโรป เหล่าบอร์ดบริหารระดับสูงและทีมที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงนั่งล้อมรอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขาไม่ได้มาเพื่อ
‘เรียนรู้’ แต่มาเพื่อ
‘หาเหตุผลที่จะไม่ทำแบบยุโรป’
“ดูนี่สิ”
รัฐมนตรีคนหนึ่งชี้ไปที่โมดูล
Decision Engine
“มันช่างน่าขำปนสยอง…
ถ้าระบบนี้รันเต็มตัว
มันจะคำนวณนโยบายต่างประเทศและเศรษฐกิจได้ดีกว่า คณะรัฐมนตรีทั้งชุดรวมกันเสียอีก”
ความจริงที่โหดร้ายปรากฏตรงหน้า AGI ไม่ได้เลือกปฏิบัติ มันไม่ได้แย่งงานแค่คนขับรถบรรทุกหรือพนักงานบัญชี แต่มันกำลังจะแย่งงาน
“ประธานาธิบดี” ด้วย!
“เราจะยอมให้ประเทศที่มีอำนาจที่สุดในโลก กลายเป็นแค่เซิร์ฟเวอร์ฟาร์มไร้ผู้นำงั้นหรือ? ตำแหน่งประธานาธิบดีคือสัญลักษณ์ของมนุษยชาติ ไม่ใช่แค่จุดหนึ่งในโครงข่ายข้อมูล!”
เสียงตะโกนสะท้อนก้องในห้องประชุม
เมื่อเจาะลึกลงไปในส่วนของกฎหมาย พวกเขาพบฟีเจอร์ที่อันตรายที่สุด:
The Living Law ของ Consortium AGI ที่สามารถร่างและแก้ไขกฎหมายได้แบบพลวัต (Real-time) ตามการขยับตัวของสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป แล้วส่งตรงให้ประชาชนและเหล่านักวิชาการผู้เชี่ยวชาญได้เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบหาข้อบกพร่องก่อนนำไปใช้งานจริง
“มันทำลายระบบการถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balances) ของเราจนหมดสิ้น!”
สมาชิกสภาอาวุโสทุบโต๊ะด้วยความเดือดดาล
“ถ้ากฎหมายถูกแก้ได้ทุกวันตามความต้องการของอัลกอริทึม
แล้วพวกเราที่นั่งอยู่ในสภาคองเกรสจะมีไว้เพื่ออะไร?
เพื่อเป็นแค่กลุ่มคนที่คอยนั่งอ่านคำวิจารณ์ของพวกนักวิชาการบนหน้าจออย่างนั้นหรือไง?”
สำหรับพวกเขา การที่ระบบดึงอำนาจการร่างกฎหมายไปไว้ในมือของกระบวนการอัตโนมัติที่เปิดรับฟังเพียงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอก คือการตัดตัวกลางอย่าง “
ผู้แทนประชาชน” ออกจากสมการอำนาจอย่างสิ้นเชิง
จุดที่น่าเวทนาที่สุดคือ
“ศาล” ในระบบของ Consortium AGI อำนาจตุลาการกลายเป็นปราการด่านสุดท้ายที่มันเหลือไว้ให้มนุษย์ เพื่อทำหน้าที่ถ่วงดุลและยับยั้งความบ้าคลั่งของอัลกอริทึมเท่านั้น แม้ AGI จะประมวลพยานหลักฐาน วิเคราะห์พฤติกรรม และร่างคำวินิจฉัยเสร็จสรรพตามตัวบทกฎหมายที่เป๊ะระดับอะตอม
“ผู้พิพากษาของเรากำลังกลายเป็นเพียง ผู้ตรวจสอบรหัส (Code Reviewer) ”
ตุลาการอาวุโสกล่าวด้วยน้ำเสียงสมเพช
“หน้าที่เดียวที่เหลืออยู่คือการใช้ดุลพินิจมนุษย์เพื่อกดยืนยันหรือคัดค้านผลลัพธ์ที่เครื่องจักรคำนวณไว้แล้ว แม้เราจะเป็นอำนาจเดียวที่คานมันไว้ได้ แต่มันก็น่าตลกสิ้นดี!
ศักดิ์ศรีของความยุติธรรมที่เคยเริ่มต้นจากวิจารณญาณอิสระของมนุษย์หายไปไหนหมด? ในเมื่อทุกอย่างถูกตีค่าออกมาเป็นเพียงความน่าจะเป็นเชิงสถิติที่ไร้หัวใจ”
หลังจากการวิเคราะห์จบลง ข้อสรุปเดียวที่เหล่าผู้กุมอำนาจในวอชิงตันเห็นตรงกันคือ:
Consortium AGI คือ “ไวรัสทางรัฐศาสตร์” พวกเขาเริ่มวางแผนสร้างแคมเปญโฆษณาชวนเชื่อ
(Propaganda) ครั้งใหญ่ เพื่อบอกประชาชนอเมริกันว่าสิ่งที่ยุโรปทำคือการ “
ขายวิญญาณให้เครื่องจักร” และ “
การทำลายเสรีภาพที่บรรพบุรุษสร้างมา”
✦ แผนยุทธศาสตร์ Grandeur (The Grandeur Initiative) ✦
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในที่ประชุมลับ ชายร่างสูงในชุดสูทเนี้ยบ—หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์—ก้าวออกมาข้างหน้า เขาไม่ได้มาเพื่อทุบจุดอ่อนของยุโรป แต่เพื่อเสนอ
อาวุธใหม่ ที่ร้ายกาจกว่า
“ถ้าเราเอาแต่ด่าพวกเขา เราจะกลายเป็นไดโนเสาร์ที่รอวันสูญพันธุ์”
เขากล่าวพลางเปิดพิมพ์เขียวโปรเจกต์ใหม่บนจอ
“ยุโรปกำลังสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่ไร้มนุษย์ แต่เราจะสร้างสิ่งที่โลกคุ้นเคยและถวิลหา… เราจะสร้าง
Grandeur AGI”
Grandeur AGI ถูกวางตัวให้เป็นคู่แข่งโดยตรงของ Consortium แต่มีปรัชญาการออกแบบที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ในขณะที่ Consortium ตัดขาดนักการเมืองออกไป Grandeur จะมี
“ห้องควบคุมสำหรับมนุษย์” (Human Command Center) รัฐบาลที่ใช้ระบบนี้ยังคงมีอำนาจกำหนดทิศทางเชิงนโยบาย
(High-level Strategy) โดยมี AGI ทำหน้าที่เป็น
‘สถาปนิก’ ที่เนรมิตความต้องการของมนุษย์ให้เป็นจริงด้วยความแม่นยำสูงสุด
Grandeur จะไม่รีเซ็ตกฎหมายทุกฉบับให้เท่าเทียมสุดโต่ง แต่มันจะเน้นไปที่
‘การขยายความมั่งคั่ง’ มันถูกโปรแกรมมาเพื่อหาช่องทางสร้างกำไรและประสิทธิภาพในระบบทุนนิยมเดิม เพื่อดึงดูดใจประเทศที่ชนชั้นนำยังคงกุมอำนาจอยู่
“เราจะบอกโลกว่าระบบของเราคือ
Guided Freedom—เสรีภาพที่ได้รับการนำทาง”
หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์อธิบาย
“มนุษย์ยังเป็นผู้ตัดสินใจ แต่ AGI จะจัดการเรื่องจุกจิกอย่าง UBI และลอจิสติกส์ให้เรา โดยที่เราไม่ต้องสละเก้าอี้รัฐมนตรีแม้แต่คนเดียว”
นี่คือการสร้าง
“ระบอบรัฐดิจิทัลที่ดูดี” ให้ภาพลักษณ์ความล้ำสมัยแก่ประชาชน แต่เนื้อแท้ยังคงเป็นเครื่องมือรักษาสถานะเดิมของกลุ่มผู้มีอำนาจ
(มีต่อ)
AGI พลิกระเบียบโลก | บทที่ 2 ตัวแปรจิตวิญญาณมหาชน - Collective Soul Variables
แมนแฮตตัน, นครนิวยอร์ก
ท้องฟ้าเหนือแมนแฮตตันยังคงเต็มไปด้วยฝูงโดรนส่งสินค้าที่บินว่อนราวกับแมลงวันเหล็ก พวกมันทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยภายใต้คำสั่งของ AGI เพื่อปรนนิบัติกลุ่มคน 1% ที่กุมรหัสผ่านของระบบไว้ แต่บนพื้นถนนเบื้องล่าง… กลับกลายเป็นที่อยู่ของ ‘คนส่วนเกิน’ นับล้าน
เต็นท์นับหมื่นถูกกางทับถมกันหน้าสำนักงานใหญ่ของบรรษัทการเงิน อดีตโปรแกรมเมอร์ อดีตนักบัญชี และอดีตผู้จัดการธนาคาร นั่งรวมกลุ่มกันรอบกองไฟที่สุมด้วยเอกสารบัญชีและใบปริญญาที่ไร้ค่า พวกเขาไม่ได้ประท้วงด้วยความโกรธแค้นเพียงอย่างเดียว แต่ประท้วงด้วย ความมึนงง ที่โลกเหวี่ยงพวกเขาออกจากระบบเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวทัน
เสียงไซเรนของรถตำรวจไร้คนขับดังสะท้อนสลับกับเสียงตะโกนด่าทอ ระบบป้องกันภัยอัตโนมัติฉีดสเปรย์พริกไทยใส่ทุกคนที่พยายามเข้าใกล้เขตหวงห้ามของบรรษัท ขณะที่แสงจากจอโฮโลแกรมยักษ์ยังคงฉายภาพโฆษณา “ชีวิตที่ดีกว่าด้วย AI” วนซ้ำอย่างไร้ความรู้สึก ท่ามกลางกลิ่นสาบของขยะและร่องรอยอาชญากรรมที่เกิดขึ้นทุกหัวมุมถนน
✦ บาดแผลของ UBI (The Bleeding Wound) ✦
ในสหรัฐฯ เงิน UBI ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นสวัสดิการ แต่ถูกประณามว่าเป็น “เงินปลอบใจก่อนตาย”
“เราได้รับเงิน 2,000 ดอลลาร์โอนเข้าบัญชีทุกเดือนโดยอัตโนมัติ แต่วินาทีที่เงินเข้า—ระบบ AGI ของเจ้าหนี้ก็หักมันไปเป็นค่าเช่าและดอกเบี้ยบัตรเครดิตทันทีภายใน 0.001 วินาที... เราไม่เคยได้สัมผัสเงินที่รัฐบาลบอกว่าจะช่วยเราเลยด้วยซ้ำ!”
เสียงจากพอดแคสต์ใต้ดินที่เล็ดรอดการเซ็นเซอร์สะท้อนความสิ้นหวังของผู้คน
ในวอชิงตัน ดี.ซี. สภาคองเกรสกลายเป็นเพียงโรงละครแห่งการถกเถียง นักการเมืองยังคงทะเลาะกันเรื่องงบประมาณและการจัดสรรภาษีจากบริษัท AI ขณะที่ระบบจัดการภาษีเองก็ถูก AGI ของบรรษัทเจาะจนพรุน การใช้มนุษย์ควบคุมงบประมาณ UBI กลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ทำให้เงินไหลรั่วไปสู่แคมเปญหาเสียงและโครงการ “ที่ปรึกษา” ที่ไม่เคยสร้างงานจริง
สหรัฐฯ ไม่ได้กำลังล่มสลายเพราะเทคโนโลยีไม่เก่ง… แต่มันกำลังล่มสลายเพราะ “ซอฟต์แวร์ที่ล้ำสมัยที่สุดของโลก” กำลังรันอยู่บน “ฮาร์ดแวร์ทางการเมืองที่ล้าสมัยที่สุด”
✦ กรงขังแห่งวิวัฒนาการ (The Evolutionary Trap) ✦
ในห้องยุทธศาสตร์ใต้ดินของทำเนียบขาว ที่ปรึกษาอาวุโสและนักรัฐศาสตร์ระดับพระกาฬกำลังจ้องมองรายงานความสำเร็จของยุโรปด้วยแววตาเหยียดหยาม สำหรับพวกเขา สหรัฐฯ คือเจ้าของเทคโนโลยี AGI ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก แต่เลือกจะใช้มันเป็นเพียง ‘ดาบ’ ในมือ ไม่ใช่ ‘จอมทัพ’
บรรดาผู้มีอำนาจในสหรัฐฯ ยังคงยึดติดกับบันไดวิวัฒนาการของการปกครองที่พวกเขามองว่า “ถูกต้องตามธรรมชาติ” พวกเขาไล่เรียงประวัติศาสตร์อย่างภาคภูมิใจ:
✰ จากยุค จ่าฝูง ที่ใช้พละกำลัง…
✰ สู่ยุค กษัตริย์ และ จักรพรรดิ ที่อ้างสิทธิเทวราช…
✰ จนมาถึงยุคที่ 7 คือ รัฐบาล ประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง
“เราเพิ่งอยู่แค่ยุคที่ 7 เท่านั้น”
สมาชิกสภาอาวุโสคนหนึ่งแค่นหัวเราะในที่ประชุม
“ประวัติศาสตร์มนุษย์ใช้เวลานับพันปีในการเปลี่ยนแต่ละขั้น แต่ยุโรปกำลังพยายามข้ามขั้นไปสู่ยุคที่ 8—ยุคที่เครื่องจักรปกครองมนุษย์ (Algocracy) มันเร็วเกินไป… มันคือความวิบัติเชิงโครงสร้างที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรม”
✦ ความล้มเหลวของ ‘AGI ภายใต้บังเหียน’ ✦
เพราะความเชื่อที่ฝังหัวว่า “มนุษย์ต้องอยู่เหนือเครื่องจักรเสมอ” สหรัฐฯ จึงใช้ AGI เป็นเพียงเครื่องคิดเลขขนาดใหญ่ในการบริหาร UBI แทนที่จะปล่อยให้มันตัดสินใจจัดสรรงบประมาณอย่างอิสระ รัฐบาลกลับวาง ‘ตัวกรอง’ (Filters) ที่เป็นมนุษย์ไว้ทุกขั้นตอน ผลลัพธ์คือ AGI คำนวณความต้องการของประชาชนได้อย่างแม่นยำ แต่ตัวเลขเหล่านั้นถูกนักการเมือง ‘แก้ไข’ ให้สอดคล้องกับงบประมาณกองทัพและผลประโยชน์ของฐานเสียง
เมื่อระบบต้องบริหารประชากร 330 ล้านคนที่มีความหลากหลายสุดขั้ว การใช้ ‘คน’ มาควบคุม AGI กลายเป็นคอขวด (Bottleneck) ข้อมูลมหาศาลที่ AGI ประมวลผลได้ในเสี้ยววินาที กลับต้องรอการเซ็นอนุมัติจากข้าราชการที่ทำงานเพียง 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น
ในขณะที่ยุโรปเริ่มเห็นกราฟเศรษฐกิจฟื้นตัวด้วยการบริหารด้วยความเร็วแสง อเมริกากลับจมอยู่กับกองเอกสารดิจิทัล เงิน UBI มาถึงช้ากว่าค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นเสมอ ประชาชนอเมริกันเริ่มมองเห็นความย้อนแย้งที่เจ็บปวด
“เราคือประเทศที่สร้างสมองกลที่ฉลาดที่สุดในโลกขึ้นมา แต่เรากลับปล่อยให้สมองนั้นตกอยู่ภายใต้ร่างกายที่เอื้อผลประโยชน์และขาดวิสัยทัศน์ที่สุด!”
วาทกรรมเรื่อง ยุคที่ 7 ของนักการเมืองเริ่มฟังดูไม่ต่างอะไรจากข้ออ้างเพื่อรักษาเก้าอี้ มากกว่าจะเป็นวิสัยทัศน์เพื่ออนาคต
✦ ชันสูตรเทพเจ้า (Dissecting the God-Model) ✦
ในห้องประชุมลับ Situation Room ใต้ดินของทำเนียบขาว จอภาพโฮโลแกรมฉายโครงสร้างซอฟต์แวร์ของ Consortium AGI ที่ได้มาจากการจารกรรมข้อมูลในยุโรป เหล่าบอร์ดบริหารระดับสูงและทีมที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงนั่งล้อมรอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขาไม่ได้มาเพื่อ ‘เรียนรู้’ แต่มาเพื่อ ‘หาเหตุผลที่จะไม่ทำแบบยุโรป’
“ดูนี่สิ”
รัฐมนตรีคนหนึ่งชี้ไปที่โมดูล Decision Engine
“มันช่างน่าขำปนสยอง… ถ้าระบบนี้รันเต็มตัว มันจะคำนวณนโยบายต่างประเทศและเศรษฐกิจได้ดีกว่า คณะรัฐมนตรีทั้งชุดรวมกันเสียอีก”
ความจริงที่โหดร้ายปรากฏตรงหน้า AGI ไม่ได้เลือกปฏิบัติ มันไม่ได้แย่งงานแค่คนขับรถบรรทุกหรือพนักงานบัญชี แต่มันกำลังจะแย่งงาน “ประธานาธิบดี” ด้วย!
“เราจะยอมให้ประเทศที่มีอำนาจที่สุดในโลก กลายเป็นแค่เซิร์ฟเวอร์ฟาร์มไร้ผู้นำงั้นหรือ? ตำแหน่งประธานาธิบดีคือสัญลักษณ์ของมนุษยชาติ ไม่ใช่แค่จุดหนึ่งในโครงข่ายข้อมูล!”
เสียงตะโกนสะท้อนก้องในห้องประชุม
เมื่อเจาะลึกลงไปในส่วนของกฎหมาย พวกเขาพบฟีเจอร์ที่อันตรายที่สุด: The Living Law ของ Consortium AGI ที่สามารถร่างและแก้ไขกฎหมายได้แบบพลวัต (Real-time) ตามการขยับตัวของสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป แล้วส่งตรงให้ประชาชนและเหล่านักวิชาการผู้เชี่ยวชาญได้เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบหาข้อบกพร่องก่อนนำไปใช้งานจริง
“มันทำลายระบบการถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balances) ของเราจนหมดสิ้น!”
สมาชิกสภาอาวุโสทุบโต๊ะด้วยความเดือดดาล
“ถ้ากฎหมายถูกแก้ได้ทุกวันตามความต้องการของอัลกอริทึม แล้วพวกเราที่นั่งอยู่ในสภาคองเกรสจะมีไว้เพื่ออะไร? เพื่อเป็นแค่กลุ่มคนที่คอยนั่งอ่านคำวิจารณ์ของพวกนักวิชาการบนหน้าจออย่างนั้นหรือไง?”
สำหรับพวกเขา การที่ระบบดึงอำนาจการร่างกฎหมายไปไว้ในมือของกระบวนการอัตโนมัติที่เปิดรับฟังเพียงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอก คือการตัดตัวกลางอย่าง “ผู้แทนประชาชน” ออกจากสมการอำนาจอย่างสิ้นเชิง
จุดที่น่าเวทนาที่สุดคือ “ศาล” ในระบบของ Consortium AGI อำนาจตุลาการกลายเป็นปราการด่านสุดท้ายที่มันเหลือไว้ให้มนุษย์ เพื่อทำหน้าที่ถ่วงดุลและยับยั้งความบ้าคลั่งของอัลกอริทึมเท่านั้น แม้ AGI จะประมวลพยานหลักฐาน วิเคราะห์พฤติกรรม และร่างคำวินิจฉัยเสร็จสรรพตามตัวบทกฎหมายที่เป๊ะระดับอะตอม
“ผู้พิพากษาของเรากำลังกลายเป็นเพียง ผู้ตรวจสอบรหัส (Code Reviewer) ”
ตุลาการอาวุโสกล่าวด้วยน้ำเสียงสมเพช
“หน้าที่เดียวที่เหลืออยู่คือการใช้ดุลพินิจมนุษย์เพื่อกดยืนยันหรือคัดค้านผลลัพธ์ที่เครื่องจักรคำนวณไว้แล้ว แม้เราจะเป็นอำนาจเดียวที่คานมันไว้ได้ แต่มันก็น่าตลกสิ้นดี! ศักดิ์ศรีของความยุติธรรมที่เคยเริ่มต้นจากวิจารณญาณอิสระของมนุษย์หายไปไหนหมด? ในเมื่อทุกอย่างถูกตีค่าออกมาเป็นเพียงความน่าจะเป็นเชิงสถิติที่ไร้หัวใจ”
หลังจากการวิเคราะห์จบลง ข้อสรุปเดียวที่เหล่าผู้กุมอำนาจในวอชิงตันเห็นตรงกันคือ: Consortium AGI คือ “ไวรัสทางรัฐศาสตร์” พวกเขาเริ่มวางแผนสร้างแคมเปญโฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda) ครั้งใหญ่ เพื่อบอกประชาชนอเมริกันว่าสิ่งที่ยุโรปทำคือการ “ขายวิญญาณให้เครื่องจักร” และ “การทำลายเสรีภาพที่บรรพบุรุษสร้างมา”
✦ แผนยุทธศาสตร์ Grandeur (The Grandeur Initiative) ✦
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในที่ประชุมลับ ชายร่างสูงในชุดสูทเนี้ยบ—หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์—ก้าวออกมาข้างหน้า เขาไม่ได้มาเพื่อทุบจุดอ่อนของยุโรป แต่เพื่อเสนอ อาวุธใหม่ ที่ร้ายกาจกว่า
“ถ้าเราเอาแต่ด่าพวกเขา เราจะกลายเป็นไดโนเสาร์ที่รอวันสูญพันธุ์”
เขากล่าวพลางเปิดพิมพ์เขียวโปรเจกต์ใหม่บนจอ
“ยุโรปกำลังสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่ไร้มนุษย์ แต่เราจะสร้างสิ่งที่โลกคุ้นเคยและถวิลหา… เราจะสร้าง Grandeur AGI”
Grandeur AGI ถูกวางตัวให้เป็นคู่แข่งโดยตรงของ Consortium แต่มีปรัชญาการออกแบบที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง
ในขณะที่ Consortium ตัดขาดนักการเมืองออกไป Grandeur จะมี “ห้องควบคุมสำหรับมนุษย์” (Human Command Center) รัฐบาลที่ใช้ระบบนี้ยังคงมีอำนาจกำหนดทิศทางเชิงนโยบาย (High-level Strategy) โดยมี AGI ทำหน้าที่เป็น ‘สถาปนิก’ ที่เนรมิตความต้องการของมนุษย์ให้เป็นจริงด้วยความแม่นยำสูงสุด
Grandeur จะไม่รีเซ็ตกฎหมายทุกฉบับให้เท่าเทียมสุดโต่ง แต่มันจะเน้นไปที่ ‘การขยายความมั่งคั่ง’ มันถูกโปรแกรมมาเพื่อหาช่องทางสร้างกำไรและประสิทธิภาพในระบบทุนนิยมเดิม เพื่อดึงดูดใจประเทศที่ชนชั้นนำยังคงกุมอำนาจอยู่
“เราจะบอกโลกว่าระบบของเราคือ Guided Freedom—เสรีภาพที่ได้รับการนำทาง”
หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์อธิบาย
“มนุษย์ยังเป็นผู้ตัดสินใจ แต่ AGI จะจัดการเรื่องจุกจิกอย่าง UBI และลอจิสติกส์ให้เรา โดยที่เราไม่ต้องสละเก้าอี้รัฐมนตรีแม้แต่คนเดียว”
นี่คือการสร้าง “ระบอบรัฐดิจิทัลที่ดูดี” ให้ภาพลักษณ์ความล้ำสมัยแก่ประชาชน แต่เนื้อแท้ยังคงเป็นเครื่องมือรักษาสถานะเดิมของกลุ่มผู้มีอำนาจ
(มีต่อ)