AGI พลิกระเบียบโลก | บทที่ 2 ตัวแปรจิตวิญญาณมหาชน - Collective Soul Variables

บทคาดการณ์อนาคตเชิงนิยาย - เหตุการณ์ ประเทศ และองค์กรที่ปรากฏ ถูกใช้เพื่อการจำลองสถานการณ์ทางความคิดเท่านั้น มิได้อ้างอิงหรือยืนยันเหตุการณ์จริงในปัจจุบันหรืออนาคต

AGI พลิกระเบียบโลก | AGI: The World Order Changer

บทที่ 2 ตัวแปรจิตวิญญาณมหาชน - Collective Soul Variables


แมนแฮตตัน, นครนิวยอร์ก

ท้องฟ้าเหนือแมนแฮตตันยังคงเต็มไปด้วยฝูงโดรนส่งสินค้าที่บินว่อนราวกับแมลงวันเหล็ก พวกมันทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยภายใต้คำสั่งของ AGI เพื่อปรนนิบัติกลุ่มคน 1% ที่กุมรหัสผ่านของระบบไว้ แต่บนพื้นถนนเบื้องล่าง… กลับกลายเป็นที่อยู่ของ ‘คนส่วนเกิน’  นับล้าน

เต็นท์นับหมื่นถูกกางทับถมกันหน้าสำนักงานใหญ่ของบรรษัทการเงิน อดีตโปรแกรมเมอร์ อดีตนักบัญชี และอดีตผู้จัดการธนาคาร นั่งรวมกลุ่มกันรอบกองไฟที่สุมด้วยเอกสารบัญชีและใบปริญญาที่ไร้ค่า พวกเขาไม่ได้ประท้วงด้วยความโกรธแค้นเพียงอย่างเดียว แต่ประท้วงด้วย ความมึนงง ที่โลกเหวี่ยงพวกเขาออกจากระบบเร็วเกินกว่าจะตั้งตัวทัน

เสียงไซเรนของรถตำรวจไร้คนขับดังสะท้อนสลับกับเสียงตะโกนด่าทอ ระบบป้องกันภัยอัตโนมัติฉีดสเปรย์พริกไทยใส่ทุกคนที่พยายามเข้าใกล้เขตหวงห้ามของบรรษัท ขณะที่แสงจากจอโฮโลแกรมยักษ์ยังคงฉายภาพโฆษณา “ชีวิตที่ดีกว่าด้วย AI” วนซ้ำอย่างไร้ความรู้สึก ท่ามกลางกลิ่นสาบของขยะและร่องรอยอาชญากรรมที่เกิดขึ้นทุกหัวมุมถนน



✦ บาดแผลของ UBI (The Bleeding Wound) ✦ 

ในสหรัฐฯ เงิน UBI ไม่ได้ถูกมองว่าเป็นสวัสดิการ แต่ถูกประณามว่าเป็น “เงินปลอบใจก่อนตาย”

เราได้รับเงิน 2,000 ดอลลาร์โอนเข้าบัญชีทุกเดือนโดยอัตโนมัติ แต่วินาทีที่เงินเข้า—ระบบ AGI ของเจ้าหนี้ก็หักมันไปเป็นค่าเช่าและดอกเบี้ยบัตรเครดิตทันทีภายใน 0.001 วินาที... เราไม่เคยได้สัมผัสเงินที่รัฐบาลบอกว่าจะช่วยเราเลยด้วยซ้ำ!” 

เสียงจากพอดแคสต์ใต้ดินที่เล็ดรอดการเซ็นเซอร์สะท้อนความสิ้นหวังของผู้คน

ในวอชิงตัน ดี.ซี. สภาคองเกรสกลายเป็นเพียงโรงละครแห่งการถกเถียง นักการเมืองยังคงทะเลาะกันเรื่องงบประมาณและการจัดสรรภาษีจากบริษัท AI ขณะที่ระบบจัดการภาษีเองก็ถูก AGI ของบรรษัทเจาะจนพรุน การใช้มนุษย์ควบคุมงบประมาณ UBI กลายเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ทำให้เงินไหลรั่วไปสู่แคมเปญหาเสียงและโครงการ “ที่ปรึกษา” ที่ไม่เคยสร้างงานจริง

สหรัฐฯ ไม่ได้กำลังล่มสลายเพราะเทคโนโลยีไม่เก่ง… แต่มันกำลังล่มสลายเพราะ “ซอฟต์แวร์ที่ล้ำสมัยที่สุดของโลก” กำลังรันอยู่บน “ฮาร์ดแวร์ทางการเมืองที่ล้าสมัยที่สุด”



✦ กรงขังแห่งวิวัฒนาการ (The Evolutionary Trap) ✦ 

ในห้องยุทธศาสตร์ใต้ดินของทำเนียบขาว ที่ปรึกษาอาวุโสและนักรัฐศาสตร์ระดับพระกาฬกำลังจ้องมองรายงานความสำเร็จของยุโรปด้วยแววตาเหยียดหยาม สำหรับพวกเขา สหรัฐฯ คือเจ้าของเทคโนโลยี AGI ที่ล้ำสมัยที่สุดในโลก แต่เลือกจะใช้มันเป็นเพียง ‘ดาบ’  ในมือ ไม่ใช่ ‘จอมทัพ’ 

บรรดาผู้มีอำนาจในสหรัฐฯ ยังคงยึดติดกับบันไดวิวัฒนาการของการปกครองที่พวกเขามองว่า “ถูกต้องตามธรรมชาติ” พวกเขาไล่เรียงประวัติศาสตร์อย่างภาคภูมิใจ:

     ✰ จากยุค จ่าฝูง ที่ใช้พละกำลัง…
     ✰ สู่ยุค กษัตริย์ และ จักรพรรดิ ที่อ้างสิทธิเทวราช…
     ✰ จนมาถึงยุคที่ 7 คือ รัฐบาล ประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง

“เราเพิ่งอยู่แค่ยุคที่ 7 เท่านั้น” 

สมาชิกสภาอาวุโสคนหนึ่งแค่นหัวเราะในที่ประชุม 

“ประวัติศาสตร์มนุษย์ใช้เวลานับพันปีในการเปลี่ยนแต่ละขั้น แต่ยุโรปกำลังพยายามข้ามขั้นไปสู่ยุคที่ 8—ยุคที่เครื่องจักรปกครองมนุษย์ (Algocracy) มันเร็วเกินไป… มันคือความวิบัติเชิงโครงสร้างที่ไร้ซึ่งมนุษยธรรม”



✦ ความล้มเหลวของ ‘AGI ภายใต้บังเหียน’ ✦

เพราะความเชื่อที่ฝังหัวว่า “มนุษย์ต้องอยู่เหนือเครื่องจักรเสมอ” สหรัฐฯ จึงใช้ AGI เป็นเพียงเครื่องคิดเลขขนาดใหญ่ในการบริหาร UBI แทนที่จะปล่อยให้มันตัดสินใจจัดสรรงบประมาณอย่างอิสระ รัฐบาลกลับวาง ‘ตัวกรอง’  (Filters)  ที่เป็นมนุษย์ไว้ทุกขั้นตอน ผลลัพธ์คือ AGI คำนวณความต้องการของประชาชนได้อย่างแม่นยำ แต่ตัวเลขเหล่านั้นถูกนักการเมือง ‘แก้ไข’  ให้สอดคล้องกับงบประมาณกองทัพและผลประโยชน์ของฐานเสียง

เมื่อระบบต้องบริหารประชากร 330 ล้านคนที่มีความหลากหลายสุดขั้ว การใช้ ‘คน’  มาควบคุม AGI กลายเป็นคอขวด  (Bottleneck)  ข้อมูลมหาศาลที่ AGI ประมวลผลได้ในเสี้ยววินาที กลับต้องรอการเซ็นอนุมัติจากข้าราชการที่ทำงานเพียง 9 โมงเช้าถึง 5 โมงเย็น

ในขณะที่ยุโรปเริ่มเห็นกราฟเศรษฐกิจฟื้นตัวด้วยการบริหารด้วยความเร็วแสง อเมริกากลับจมอยู่กับกองเอกสารดิจิทัล เงิน UBI มาถึงช้ากว่าค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นเสมอ ประชาชนอเมริกันเริ่มมองเห็นความย้อนแย้งที่เจ็บปวด

“เราคือประเทศที่สร้างสมองกลที่ฉลาดที่สุดในโลกขึ้นมา แต่เรากลับปล่อยให้สมองนั้นตกอยู่ภายใต้ร่างกายที่เอื้อผลประโยชน์และขาดวิสัยทัศน์ที่สุด!”

วาทกรรมเรื่อง ยุคที่ 7 ของนักการเมืองเริ่มฟังดูไม่ต่างอะไรจากข้ออ้างเพื่อรักษาเก้าอี้ มากกว่าจะเป็นวิสัยทัศน์เพื่ออนาคต



✦ ชันสูตรเทพเจ้า (Dissecting the God-Model) ✦

ในห้องประชุมลับ Situation Room ใต้ดินของทำเนียบขาว จอภาพโฮโลแกรมฉายโครงสร้างซอฟต์แวร์ของ Consortium AGI ที่ได้มาจากการจารกรรมข้อมูลในยุโรป เหล่าบอร์ดบริหารระดับสูงและทีมที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงนั่งล้อมรอบด้วยสีหน้าเคร่งเครียด พวกเขาไม่ได้มาเพื่อ ‘เรียนรู้’  แต่มาเพื่อ ‘หาเหตุผลที่จะไม่ทำแบบยุโรป’ 

“ดูนี่สิ” 

รัฐมนตรีคนหนึ่งชี้ไปที่โมดูล Decision Engine 

มันช่างน่าขำปนสยอง… ถ้าระบบนี้รันเต็มตัว มันจะคำนวณนโยบายต่างประเทศและเศรษฐกิจได้ดีกว่า คณะรัฐมนตรีทั้งชุดรวมกันเสียอีก”

ความจริงที่โหดร้ายปรากฏตรงหน้า AGI ไม่ได้เลือกปฏิบัติ มันไม่ได้แย่งงานแค่คนขับรถบรรทุกหรือพนักงานบัญชี แต่มันกำลังจะแย่งงาน “ประธานาธิบดี” ด้วย!

“เราจะยอมให้ประเทศที่มีอำนาจที่สุดในโลก กลายเป็นแค่เซิร์ฟเวอร์ฟาร์มไร้ผู้นำงั้นหรือ? ตำแหน่งประธานาธิบดีคือสัญลักษณ์ของมนุษยชาติ ไม่ใช่แค่จุดหนึ่งในโครงข่ายข้อมูล!” 

เสียงตะโกนสะท้อนก้องในห้องประชุม

เมื่อเจาะลึกลงไปในส่วนของกฎหมาย พวกเขาพบฟีเจอร์ที่อันตรายที่สุด: The Living Law ของ Consortium AGI ที่สามารถร่างและแก้ไขกฎหมายได้แบบพลวัต (Real-time) ตามการขยับตัวของสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนไป แล้วส่งตรงให้ประชาชนและเหล่านักวิชาการผู้เชี่ยวชาญได้เข้าไปวิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบหาข้อบกพร่องก่อนนำไปใช้งานจริง

“มันทำลายระบบการถ่วงดุลอำนาจ (Checks and Balances) ของเราจนหมดสิ้น!” 

สมาชิกสภาอาวุโสทุบโต๊ะด้วยความเดือดดาล

ถ้ากฎหมายถูกแก้ได้ทุกวันตามความต้องการของอัลกอริทึม แล้วพวกเราที่นั่งอยู่ในสภาคองเกรสจะมีไว้เพื่ออะไร? เพื่อเป็นแค่กลุ่มคนที่คอยนั่งอ่านคำวิจารณ์ของพวกนักวิชาการบนหน้าจออย่างนั้นหรือไง?”

สำหรับพวกเขา การที่ระบบดึงอำนาจการร่างกฎหมายไปไว้ในมือของกระบวนการอัตโนมัติที่เปิดรับฟังเพียงเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากภายนอก คือการตัดตัวกลางอย่าง “ผู้แทนประชาชน” ออกจากสมการอำนาจอย่างสิ้นเชิง

จุดที่น่าเวทนาที่สุดคือ “ศาล” ในระบบของ Consortium AGI อำนาจตุลาการกลายเป็นปราการด่านสุดท้ายที่มันเหลือไว้ให้มนุษย์ เพื่อทำหน้าที่ถ่วงดุลและยับยั้งความบ้าคลั่งของอัลกอริทึมเท่านั้น แม้ AGI จะประมวลพยานหลักฐาน วิเคราะห์พฤติกรรม และร่างคำวินิจฉัยเสร็จสรรพตามตัวบทกฎหมายที่เป๊ะระดับอะตอม

“ผู้พิพากษาของเรากำลังกลายเป็นเพียง ผู้ตรวจสอบรหัส (Code Reviewer)  

ตุลาการอาวุโสกล่าวด้วยน้ำเสียงสมเพช 

“หน้าที่เดียวที่เหลืออยู่คือการใช้ดุลพินิจมนุษย์เพื่อกดยืนยันหรือคัดค้านผลลัพธ์ที่เครื่องจักรคำนวณไว้แล้ว แม้เราจะเป็นอำนาจเดียวที่คานมันไว้ได้ แต่มันก็น่าตลกสิ้นดี! ศักดิ์ศรีของความยุติธรรมที่เคยเริ่มต้นจากวิจารณญาณอิสระของมนุษย์หายไปไหนหมด? ในเมื่อทุกอย่างถูกตีค่าออกมาเป็นเพียงความน่าจะเป็นเชิงสถิติที่ไร้หัวใจ”

หลังจากการวิเคราะห์จบลง ข้อสรุปเดียวที่เหล่าผู้กุมอำนาจในวอชิงตันเห็นตรงกันคือ: Consortium AGI คือ “ไวรัสทางรัฐศาสตร์” พวกเขาเริ่มวางแผนสร้างแคมเปญโฆษณาชวนเชื่อ  (Propaganda)  ครั้งใหญ่ เพื่อบอกประชาชนอเมริกันว่าสิ่งที่ยุโรปทำคือการ “ขายวิญญาณให้เครื่องจักร” และ “การทำลายเสรีภาพที่บรรพบุรุษสร้างมา”



✦ แผนยุทธศาสตร์ Grandeur (The Grandeur Initiative) ✦

ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในที่ประชุมลับ ชายร่างสูงในชุดสูทเนี้ยบ—หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์—ก้าวออกมาข้างหน้า เขาไม่ได้มาเพื่อทุบจุดอ่อนของยุโรป แต่เพื่อเสนอ อาวุธใหม่ ที่ร้ายกาจกว่า

“ถ้าเราเอาแต่ด่าพวกเขา เราจะกลายเป็นไดโนเสาร์ที่รอวันสูญพันธุ์” 

เขากล่าวพลางเปิดพิมพ์เขียวโปรเจกต์ใหม่บนจอ

“ยุโรปกำลังสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่ไร้มนุษย์ แต่เราจะสร้างสิ่งที่โลกคุ้นเคยและถวิลหา… เราจะสร้าง Grandeur AGI

Grandeur AGI ถูกวางตัวให้เป็นคู่แข่งโดยตรงของ Consortium แต่มีปรัชญาการออกแบบที่ต่างออกไปโดยสิ้นเชิง

ในขณะที่ Consortium ตัดขาดนักการเมืองออกไป Grandeur จะมี “ห้องควบคุมสำหรับมนุษย์”  (Human Command Center)  รัฐบาลที่ใช้ระบบนี้ยังคงมีอำนาจกำหนดทิศทางเชิงนโยบาย  (High-level Strategy)  โดยมี AGI ทำหน้าที่เป็น ‘สถาปนิก’  ที่เนรมิตความต้องการของมนุษย์ให้เป็นจริงด้วยความแม่นยำสูงสุด

Grandeur จะไม่รีเซ็ตกฎหมายทุกฉบับให้เท่าเทียมสุดโต่ง แต่มันจะเน้นไปที่ ‘การขยายความมั่งคั่ง’  มันถูกโปรแกรมมาเพื่อหาช่องทางสร้างกำไรและประสิทธิภาพในระบบทุนนิยมเดิม เพื่อดึงดูดใจประเทศที่ชนชั้นนำยังคงกุมอำนาจอยู่

“เราจะบอกโลกว่าระบบของเราคือ Guided Freedom—เสรีภาพที่ได้รับการนำทาง” 

หัวหน้าทีมยุทธศาสตร์อธิบาย

“มนุษย์ยังเป็นผู้ตัดสินใจ แต่ AGI จะจัดการเรื่องจุกจิกอย่าง UBI และลอจิสติกส์ให้เรา โดยที่เราไม่ต้องสละเก้าอี้รัฐมนตรีแม้แต่คนเดียว”

นี่คือการสร้าง “ระบอบรัฐดิจิทัลที่ดูดี” ให้ภาพลักษณ์ความล้ำสมัยแก่ประชาชน แต่เนื้อแท้ยังคงเป็นเครื่องมือรักษาสถานะเดิมของกลุ่มผู้มีอำนาจ



(มีต่อ)
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่