กาน่าพึ่งพาตัวเองได้อีกขั้น หลังหยุดส่ง “ทองคำ” ดิบให้สวิตเซอร์แลนด์
ตอนนี้ถึงคิว “ทองคำสีน้ำตาล” (ช็อกโกแลต) ที่จะค่อย ๆ หยุดส่งดิบให้ยุโรปเช่นกัน
หลังจากที่กานาประกาศหยุดส่งออกทองคำดิบ และเริ่มกลั่นทองแท่งในประเทศเอง
(จนสวิตเซอร์แลนด์สูญเสียรายได้จากการกลั่นหลายพันล้านดอลลาร์ต่อปี)
ตอนนี้กานากำลังเดินหน้าทำแบบเดียวกันกับ “ทองคำสีน้ำตาล” หรือโกโก้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสินค้าสำคัญที่กานาเป็นผู้ผลิตอันดับต้น ๆ ของโลก
ประธานาธิบดีจอห์น ดรามานี มาฮามา ประกาศชัดเจนว่า กานาจะไม่ส่งออกเมล็ดโกโก้ดิบอีกต่อไป
แต่จะแปรรูปเป็นช็อกโกแลตสำเร็จรูปในประเทศ เพื่อเก็บมูลค่าเพิ่ม (value addition) ไว้กับคนกานาเอง
ตัวเลขที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำมานานหลายทศวรรษ
- สวิตเซอร์แลนด์ (ประเทศที่ไม่ได้ปลูกโกโก้เลยสักต้น) สร้างรายได้จากอุตสาหกรรมช็อกโกแลตมากกว่า **16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี** (ข้อมูลล่าสุด 2568)
- กานา (ผู้ผลิตโกโก้รายใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก) ได้รายได้จากการส่งออกเมล็ดโกโก้ดิบเพียง **ประมาณ 2,000–2,500 ล้านดอลลาร์** ในปีที่ดีที่สุด (ส่วนใหญ่ตกไปอยู่ในมือบริษัทข้ามชาติในยุโรป)
เหตุผลหลักคือ
- กานาขาย “วัตถุดิบดิบ” (raw cocoa beans) ในราคาต่ำมาก (ประมาณ 2,000–3,000 ดอลลาร์ต่อตัน)
- สวิตเซอร์แลนด์ (และยุโรป) ซื้อเมล็ดดิบราคาถูก นำไปแปรรูป ผสมส่วนผสม ผลิตเป็นช็อกโกแลตพรีเมียม แบรนด์ดัง (Lindt, Toblerone, Nestlé, etc.) แล้วขายในราคาสูงถึง **10,000–30,000 ดอลลาร์ต่อตัน** (ขึ้นกับเกรดและแบรนด์)
- ผลกำไรเกือบทั้งหมดตกอยู่ที่การแปรรูป การออกแบบแพ็กเกจ การตลาด และการกระจายสินค้า ซึ่งกานาแทบไม่ได้ส่วนแบ่ง
กานากำลัง “เลิกพึ่งพา” และ “ทยอยลด” การส่งโกโก้ดิบ
- รัฐบาลกานาประกาศแผนเพิ่มกำลังการแปรรูปในประเทศอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าผลิตช็อกโกแลตสำเร็จรูปภายใต้แบรนด์กานาเอง (Ghanaian chocolate) และส่งออกในรูปแบบผลิตภัณฑ์สำเร็จ
- เริ่มจำกัดโควตาการส่งออกเมล็ดโกโก้ดิบ และส่งเสริมให้เกษตรกรและบริษัทท้องถิ่นเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตช็อกโกแลต
- หากแผนนี้สำเร็จ ราคาที่กานาได้รับต่อตันอาจพุ่งจาก 2,000 ดอลลาร์ เป็นหลักหมื่นดอลลาร์ต่อตัน (เหมือนที่สวิตเซอร์แลนด์ทำ) และรายได้จะไหลกลับมาที่เกษตรกรและเศรษฐกิจในประเทศจริง ๆ
เปรียบเทียบกับทองคำ — ลำดับการ “เลิกพึ่งพา” ที่ชัดเจน
1. ทองคำดิบ → กานาเริ่มกลั่นทองแท่งเอง → สวิตเซอร์แลนด์สูญเสียรายได้จากการกลั่น
2. โกโก้ดิบ (ทองคำสีน้ำตาล) → กานาเริ่มแปรรูปเป็นช็อกโกแลตเอง → สวิตเซอร์แลนด์และยุโรปอาจสูญเสียรายได้จากการแปรรูปและแบรนด์ในอนาคต
นี่คือการ “เลิกพึ่งพา” (de-link) จากระบบการค้าที่ออกแบบมาให้แอฟริกาเป็นเพียง “ผู้ผลิตวัตถุดิบดิบ” และยุโรปเป็น “ผู้แปรรูปและเก็บกำไร”
หากกานาทำสำเร็จ จะเป็นต้นแบบให้ประเทศผู้ผลิตโกโก้อื่น ๆ (ไอวอรีโคสต์, กานา, แคเมอรูน, ไนจีเรีย) หยุดส่งออกดิบ
และเริ่มสร้างแบรนด์ช็อกโกแลตของแอฟริกาเอง ซึ่งอาจเปลี่ยนสมดุลเศรษฐกิจโลกในอุตสาหกรรมช็อกโกแลตครั้งใหญ่
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องช็อกโกแลต แต่เป็นการต่อสู้เพื่อ “สิทธิ์ในการเก็บมูลค่าเพิ่ม” จากทรัพยากรของตนเอง
24 กุมภาพันธ์ 2569 :
คัดข่าว / หาดใหญ่
ที่มา : Ghana Cocoa Board (COCOBOD),Ministry of Food and Agriculture,Bloomberg,Reuters,The Guardian,ICCO
......................
ประเทศไทยควรจะถอดบทเรียนเขามา และลองพัฒนาตัวเองดูบ้างเหมือนกันนะคะ
กาน่าพึ่งพาตัวเองได้อีกขั้น หลังหยุดส่ง “ทองคำ” ดิบให้สวิตเซอร์แลนด์ ตอนนี้ถึงคิว “ทองคำสีน้ำตาล” (ช็อกโกแลต)