เลือกตั้ง 2569 : หมอวาโย นำทีมพรรคประชาชน ฟ้องอาญา 7 กกต. พ่วงผู้บริหารรวม 9 ราย ผิด ม.157 ปมบัตรเลือกตั้งไม่ลับ ศาลนัดฟังคำสั่ง 24 มี.ค. นี้
.
.
วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยทีมทนายความของพรรค เดินทางเข้ายื่นฟ้องดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน รวมถึง
แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และ
วรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง รวมผู้ถูกฟ้องทั้งสิ้น 9 ราย
.
ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 69 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ประกอบมาตรา 164 จากกรณีที่ กกต. ออกมายอมรับว่าบัตรเลือกตั้งสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับไปถึงผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความลับในการลงคะแนน
.
โดยความเสียหายได้เกิดขึ้นตั้งแต่วันเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ และเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งในการลงคะแนนใหม่เขตคันนายาวเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่พบบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อไม่มีรหัสต้นขั้ว ทำให้ไม่มีสิ่งยืนยันความสุจริตและเที่ยงธรรม อีกทั้งยังเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่สามารถฉีกบัตรเกินจำนวนได้
.
นายแพทย์วาโย เปิดเผยว่า ในคำร้องได้มีการนำสำนวนคดีคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อปี 2558 กรณี พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธาน กกต. มาประกอบการพิจารณาด้วย เนื่องจากในครั้งนั้นมีข้อครหาว่า กกต. เอื้อประโยชน์ต่อพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล แม้ในอดีตศาลจะตีตกข้อหาตามมาตรา 157 แต่ในการยื่นฟ้องครั้งนี้ ทางพรรคได้ใช้ข้อกฎหมายอื่นร่วมด้วยเพื่อปิดช่องโหว่ มุ่งหวังให้ กกต. ต้องรับผิดทางอาญาอย่างแท้จริง และพร้อมยืนหยัดต่อสู้คดีแม้จะต้องใช้เวลายาวนานถึง 10 ปีก็ตาม โดยศาลได้นัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ในวันที่ 24 มีนาคมนี้
.
เมื่อถามถึงความซ้ำซ้อนในการฟ้องร้องเนื่องจากมีหลายหน่วยงานดำเนินการอยู่ นายแพทย์วาโย ชี้แจงว่า โจทก์ในคดีนี้มีความชัดเจนและเป็นผู้เสียหายโดยตรงตามนิตินัย ประกอบด้วย พรรคประชาชน, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค, ตนเอง และพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
.
นอกจากนี้ พฤติการณ์ของ กกต. ยังส่งผลเสียทางเศรษฐกิจต่อพรรคการเมืองที่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอให้ไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น มองว่าเป็นคนละส่วนกัน เนื่องจากการร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินมุ่งเน้นไปที่กระบวนการเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่การมายื่นฟ้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ เป็นการมุ่งเอาผิดทางอาญากับตัวบุคคล
.
สำหรับกรณีที่ กกต. เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มภาคประชาชนที่ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งนั้น รองหัวหน้าพรรคประชาชนมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่จำเป็น แทนที่จะเร่งชี้แจงแก้ไขปัญหา โดยทางพรรคเตรียมรวบรวมข้อมูลประเด็นนี้ยื่นเพิ่มเติมเข้าไปในสำนวนคดีภายใน 15 วัน หรือตามกรอบเวลาที่ศาลกำหนด
.
นอกจากนี้ หากศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง โจทก์เตรียมขออำนาจศาลออกหมายเรียกบุคคลและเอกสารสำคัญมาร่วมสอบปากคำและตรวจสอบ ซึ่งประกอบด้วย วิษณุ เครืองาม, ผู้แทนและกรรมการผู้จัดการของบริษัทที่รับจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้ง 3 ประเภท, เอกสารข้อกำหนดเงื่อนไขการจ้าง (TOR) และสัญญาจ้าง รวมถึงรายงานการประชุมของ กกต. ทุกครั้งนับตั้งแต่มีการประกาศยุบสภา
.
.
ส.ส.สมุทรปราการ ยื่นคมนาคมทบทวน ยุติรถเมล์สาย 20 สมุทรเจดีย์-ปากน้ำ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5611708
.
ส.ส. ยื่นคมนาคมทบทวน ยุติรถเมล์สาย 20 สมุทรเจดีย์-ปากน้ำ
.
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นาย
บุญเลิศ แสงพันธุ์ หรือ ส.ส.อบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 7 จังหวัดสมุทรปราการ ได้โพสต์เฟซบุ๊กขณะยื่นหนังสือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่อง ขอให้พิจารณาทบทวนและยับยั้งการยุติการให้บริการรถโดยสารประจำทางสาย 20 เส้นทาง พระสมุทรเจดีย์-ปากน้ำ
.
โดยระบุว่า ตามที่ได้มีประกาศแจ้งยุติการให้บริการรถโดยสารประจำทางสาย 20 เส้นทางพระสมุทรเจดีย์ – ปากน้ำ โดยจะให้บริการถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันสุดท้ายนั้น
.
ผมขอเรียนว่า รถโดยสารประจำทางสายดังกล่าวมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอพระประแดงและอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นเส้นทางเข้าสู่ตัวเมือง ถนนสุขุมวิท ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทได้โดยสะดวก
.
ทั้งนี้ แม้โครงการขุดลอกร่องน้ำบริเวณท่าเรือพระสมุทรเจดีย์จะแล้วเสร็จและสามารถอำนวยความสะดวกด้านการสัญจรทางน้ำได้ดีขึ้นก็ตาม แต่เส้นทางรถโดยสารประจำทางสาย 20 ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากเป็นทางเลือกการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และลดขั้นตอนการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็กนักเรียน และประชาชนที่ต้องเดินทางในชีวิตประจำวัน การคงไว้ซึ่งเส้นทางดังกล่าวจึงเป็นการเสริมประสิทธิภาพของระบบคมนาคมโดยรวม มิใช่เป็นทางเลือกที่ซ้ำซ้อนแต่อย่างใด
.
นอกจากนี้ รถโดยสารสาย 20 ยังผ่านโรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ อันเป็นสถานพยาบาลสำคัญที่ประชาชนจำนวนมากต้องใช้บริการ ทั้งผู้ป่วย เด็ก และผู้สูงอายุ การยุติการเดินรถจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน ทำให้ต้องเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางหลายต่อ และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
เส้นทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวนโยบายการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงการเดินทางแบบบูรณาการ “ล้อ–ราง–เรือ” เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างไร้รอยต่อ ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ลดปัญหาการจราจร และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในระยะยาว การยุติการให้บริการโดยไม่มีระบบรองรับที่เหมาะสม อาจเป็นการสวนทางกับทิศทางการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของประเทศ
.
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมจึงใคร่ขอให้ท่านรัฐมนตรีฯได้โปรดพิจารณาทบทวน และยับยั้งการยุติการให้บริการรถโดยสารประจำทางสาย 20 (พระสมุทรเจดีย์-ปากน้ำ) ไว้ก่อน พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาแนวทางปรับปรุงหรือสนับสนุนการเดินรถให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
.
ปล. เบื้องต้นท่านรัฐมนตรีติดภารกิจการประชุม คณะทำงานจึงรับหนังสือไว้ เพื่อนำเสนอต่อท่านรัฐมนตรีฯ และ แจ้งผลให้ทราบอย่างเร่งด่วน และผมจะชี้แจงให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทราบทันทีหลังจากทราบคำตอบที่ชัดเจน
.
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า หลังจากวานนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ให้บริการรถโดยสารประจำทางสาย 20 เส้นทาง พระสมุทรเจดีย์-ปากน้ำ ปรากฎว่ามีผู้โดยสารตกค้างเป็นจำนวนมาก
.
.
วุฒิสภาตั้ง 2 กมธ.สอบประวัติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน-คตง. ด้าน เทวฤทธิ์ ลุกท้วงไม่ชะลอโหวตกกต.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5611642
.
วุฒิสภา ตั้ง 2 กมธ.สอบประวัติ คตง. – ผู้ตรวจการแผ่นดิน “เทวฤทธิ์” ท้วงไม่บรรจุญัตติชะลอโหวตเห็นชอบ “กกต.” ด้าน “มงคล” ยันการประชุมวิสามัญ ทำได้เฉพาะเรื่องแต่งตั้ง-เห็นชอบเท่านั้น
.
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ โดยมี นาย
มงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน คือตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน
.
โดย นาย
มงคล ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ในการประชุมสมัยวิสามัญจะเป็นการพิจารณาเฉพาะเรื่องตามระเบียบวาระการประชุมเท่านั้น จะไม่มีการพิจารณาระเบียบวาระอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องการพิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดตามรัฐธรรมนูญ และตนไม่อนุญาตให้หยิบยกเรื่องอื่นขึ้นมาหรือในการประชุม ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับกาประชุม
.
ทำให้ นาย
เทวฤทธิ์ มณีฉาย ส.ว. หารือต่อประเด็นที่เสนอญัตติให้ชะลอการลงมติเลือกกรรมการองค์กรอิสระที่ไม่พบการบรรจุไว้ในระเบียบวาระ พร้อมแจ้งเหตุผลที่เสนอญัตติดังกล่าวว่า เพื่อไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนต่อการทำหน้าที่ของ กกต.เวลานี้
.
โดยนาย
มงคล ชี้แจงว่า เหตุที่ไม่สามารถบรรจุญัตติดังกล่าวได้ เพราะอาจนำไปสู่การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ เนื่องจากการพิจารณาต้องเป็นไปตามพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมวิสามัญแห่งรัฐสภา ที่กำหนดให้ดำเนินการประชุมได้เฉพาะการทำหน้าที่พิจารรณาเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ และดำเนินการตามวาระที่กำหนดไว้ในระเบียบวาระการประชุมต่อไป
.
ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบให้ ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติ จำนวน 2 คณะ ในส่วนของกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งมีองค์ประกอบให้มีกมธ.คณะละ 15 คน โดยกำหนดสัดส่วนผู้แทนคณะกรรมาธิการสามัญ จำนวน 12 คณะ คณะละ 1 คน รวม 12 คน และผู้แทนคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) จำนวน 3 คน และมีมติกำหนดเวลาการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญ ภายใน 60 วัน
.
ขณะที่ ส.ว.ที่ได้รับเลือกให้เป็น กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ผู้ที่เสนอชื่อเป็น กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 15 คน อาทิ นาย
นรเศรษฐ์ ปรัชญากร นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล นาย
พรเพิ่ม ทองศรี นาย
พิชาญ พรศิริประทาน นาง
วราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ นาย
วราวุธ ตีระนันทน์ นาย
วีรยุทธ สร้อยทอง นาย
สุทนต์ กล้าการขาย นาย
อัษฎางค์ แสวงการ
.
ส่วน กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ผู้เสนอชื่อให้เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน อาทิ พล.ต.ต.
ฉัตรวรรษ แสงเพชร นาย
ธวัช สุระบาล พล.ต.ท.
ยุทธนา ไทยภักดี นาง
ประทุม วงศ์สวัสดิ์ น.ส.
รัชนีกร ทองทิพย์ นาย
ศุภโชค ศาลากิจ นาย
สิทธิกร ธงยศ เป็นต้น
JJNY : หมอวาโยนำทีมฟ้อง 7กกต.พ่วงผู้บริหาร│ยื่นทบทวน ยุติรถเมล์สาย 20 │เทวฤทธิ์ลุกท้วงไม่ชะลอโหวตกกต.│‘มาม่า’ ยอดขายลด
.
ส.ส.สมุทรปราการ ยื่นคมนาคมทบทวน ยุติรถเมล์สาย 20 สมุทรเจดีย์-ปากน้ำ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5611708
.
ส.ส. ยื่นคมนาคมทบทวน ยุติรถเมล์สาย 20 สมุทรเจดีย์-ปากน้ำ
.
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ หรือ ส.ส.อบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 7 จังหวัดสมุทรปราการ ได้โพสต์เฟซบุ๊กขณะยื่นหนังสือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่อง ขอให้พิจารณาทบทวนและยับยั้งการยุติการให้บริการรถโดยสารประจำทางสาย 20 เส้นทาง พระสมุทรเจดีย์-ปากน้ำ
.
โดยระบุว่า ตามที่ได้มีประกาศแจ้งยุติการให้บริการรถโดยสารประจำทางสาย 20 เส้นทางพระสมุทรเจดีย์ – ปากน้ำ โดยจะให้บริการถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันสุดท้ายนั้น
.
ผมขอเรียนว่า รถโดยสารประจำทางสายดังกล่าวมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอพระประแดงและอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นเส้นทางเข้าสู่ตัวเมือง ถนนสุขุมวิท ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทได้โดยสะดวก
.
ทั้งนี้ แม้โครงการขุดลอกร่องน้ำบริเวณท่าเรือพระสมุทรเจดีย์จะแล้วเสร็จและสามารถอำนวยความสะดวกด้านการสัญจรทางน้ำได้ดีขึ้นก็ตาม แต่เส้นทางรถโดยสารประจำทางสาย 20 ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากเป็นทางเลือกการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และลดขั้นตอนการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็กนักเรียน และประชาชนที่ต้องเดินทางในชีวิตประจำวัน การคงไว้ซึ่งเส้นทางดังกล่าวจึงเป็นการเสริมประสิทธิภาพของระบบคมนาคมโดยรวม มิใช่เป็นทางเลือกที่ซ้ำซ้อนแต่อย่างใด
.
นอกจากนี้ รถโดยสารสาย 20 ยังผ่านโรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ อันเป็นสถานพยาบาลสำคัญที่ประชาชนจำนวนมากต้องใช้บริการ ทั้งผู้ป่วย เด็ก และผู้สูงอายุ การยุติการเดินรถจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน ทำให้ต้องเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางหลายต่อ และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
เส้นทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวนโยบายการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงการเดินทางแบบบูรณาการ “ล้อ–ราง–เรือ” เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างไร้รอยต่อ ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ลดปัญหาการจราจร และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในระยะยาว การยุติการให้บริการโดยไม่มีระบบรองรับที่เหมาะสม อาจเป็นการสวนทางกับทิศทางการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของประเทศ
.
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมจึงใคร่ขอให้ท่านรัฐมนตรีฯได้โปรดพิจารณาทบทวน และยับยั้งการยุติการให้บริการรถโดยสารประจำทางสาย 20 (พระสมุทรเจดีย์-ปากน้ำ) ไว้ก่อน พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาแนวทางปรับปรุงหรือสนับสนุนการเดินรถให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
.
ปล. เบื้องต้นท่านรัฐมนตรีติดภารกิจการประชุม คณะทำงานจึงรับหนังสือไว้ เพื่อนำเสนอต่อท่านรัฐมนตรีฯ และ แจ้งผลให้ทราบอย่างเร่งด่วน และผมจะชี้แจงให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทราบทันทีหลังจากทราบคำตอบที่ชัดเจน
.
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า หลังจากวานนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ให้บริการรถโดยสารประจำทางสาย 20 เส้นทาง พระสมุทรเจดีย์-ปากน้ำ ปรากฎว่ามีผู้โดยสารตกค้างเป็นจำนวนมาก
.
.
วุฒิสภาตั้ง 2 กมธ.สอบประวัติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน-คตง. ด้าน เทวฤทธิ์ ลุกท้วงไม่ชะลอโหวตกกต.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5611642
.
วุฒิสภา ตั้ง 2 กมธ.สอบประวัติ คตง. – ผู้ตรวจการแผ่นดิน “เทวฤทธิ์” ท้วงไม่บรรจุญัตติชะลอโหวตเห็นชอบ “กกต.” ด้าน “มงคล” ยันการประชุมวิสามัญ ทำได้เฉพาะเรื่องแต่งตั้ง-เห็นชอบเท่านั้น
.
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ โดยมี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน คือตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน
.
โดย นายมงคล ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ในการประชุมสมัยวิสามัญจะเป็นการพิจารณาเฉพาะเรื่องตามระเบียบวาระการประชุมเท่านั้น จะไม่มีการพิจารณาระเบียบวาระอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องการพิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดตามรัฐธรรมนูญ และตนไม่อนุญาตให้หยิบยกเรื่องอื่นขึ้นมาหรือในการประชุม ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับกาประชุม
.
ทำให้ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย ส.ว. หารือต่อประเด็นที่เสนอญัตติให้ชะลอการลงมติเลือกกรรมการองค์กรอิสระที่ไม่พบการบรรจุไว้ในระเบียบวาระ พร้อมแจ้งเหตุผลที่เสนอญัตติดังกล่าวว่า เพื่อไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนต่อการทำหน้าที่ของ กกต.เวลานี้
.
โดยนายมงคล ชี้แจงว่า เหตุที่ไม่สามารถบรรจุญัตติดังกล่าวได้ เพราะอาจนำไปสู่การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ เนื่องจากการพิจารณาต้องเป็นไปตามพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมวิสามัญแห่งรัฐสภา ที่กำหนดให้ดำเนินการประชุมได้เฉพาะการทำหน้าที่พิจารรณาเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ และดำเนินการตามวาระที่กำหนดไว้ในระเบียบวาระการประชุมต่อไป
.
ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบให้ ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติ จำนวน 2 คณะ ในส่วนของกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งมีองค์ประกอบให้มีกมธ.คณะละ 15 คน โดยกำหนดสัดส่วนผู้แทนคณะกรรมาธิการสามัญ จำนวน 12 คณะ คณะละ 1 คน รวม 12 คน และผู้แทนคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) จำนวน 3 คน และมีมติกำหนดเวลาการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญ ภายใน 60 วัน
.
ขณะที่ ส.ว.ที่ได้รับเลือกให้เป็น กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ผู้ที่เสนอชื่อเป็น กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 15 คน อาทิ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล นายพรเพิ่ม ทองศรี นายพิชาญ พรศิริประทาน นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ นายวราวุธ ตีระนันทน์ นายวีรยุทธ สร้อยทอง นายสุทนต์ กล้าการขาย นายอัษฎางค์ แสวงการ
.
ส่วน กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ผู้เสนอชื่อให้เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน อาทิ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร นายธวัช สุระบาล พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี นางประทุม วงศ์สวัสดิ์ น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ นายศุภโชค ศาลากิจ นายสิทธิกร ธงยศ เป็นต้น