JJNY : หมอวาโยนำทีมฟ้อง 7กกต.พ่วงผู้บริหาร│ยื่นทบทวน ยุติรถเมล์สาย 20 │เทวฤทธิ์ลุกท้วงไม่ชะลอโหวตกกต.│‘มาม่า’ ยอดขายลด

เลือกตั้ง 2569 : หมอวาโย นำทีมพรรคประชาชน ฟ้องอาญา 7 กกต. พ่วงผู้บริหารรวม 9 ราย ผิด ม.157 ปมบัตรเลือกตั้งไม่ลับ ศาลนัดฟังคำสั่ง 24 มี.ค. นี้
.

.
วันนี้ (26 กุมภาพันธ์) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยทีมทนายความของพรรค เดินทางเข้ายื่นฟ้องดำเนินคดีอาญากับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน รวมถึงแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. และวรพงศ์ อนันต์เจริญกิจ ผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการเลือกตั้ง รวมผู้ถูกฟ้องทั้งสิ้น 9 ราย
 .
ในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง มาตรา 69 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. มาตรา 96 ประกอบมาตรา 164 จากกรณีที่ กกต. ออกมายอมรับว่าบัตรเลือกตั้งสามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนกลับไปถึงผู้ลงคะแนนได้ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความลับในการลงคะแนน
.
โดยความเสียหายได้เกิดขึ้นตั้งแต่วันเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ และเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้งในการลงคะแนนใหม่เขตคันนายาวเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ที่พบบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อไม่มีรหัสต้นขั้ว ทำให้ไม่มีสิ่งยืนยันความสุจริตและเที่ยงธรรม อีกทั้งยังเปิดช่องให้เจ้าหน้าที่สามารถฉีกบัตรเกินจำนวนได้
 .
นายแพทย์วาโย เปิดเผยว่า ในคำร้องได้มีการนำสำนวนคดีคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อปี 2558 กรณี พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธาน กกต. มาประกอบการพิจารณาด้วย เนื่องจากในครั้งนั้นมีข้อครหาว่า กกต. เอื้อประโยชน์ต่อพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล แม้ในอดีตศาลจะตีตกข้อหาตามมาตรา 157 แต่ในการยื่นฟ้องครั้งนี้ ทางพรรคได้ใช้ข้อกฎหมายอื่นร่วมด้วยเพื่อปิดช่องโหว่ มุ่งหวังให้ กกต. ต้องรับผิดทางอาญาอย่างแท้จริง และพร้อมยืนหยัดต่อสู้คดีแม้จะต้องใช้เวลายาวนานถึง 10 ปีก็ตาม โดยศาลได้นัดฟังคำสั่งว่าจะประทับรับฟ้องหรือไม่ในวันที่ 24 มีนาคมนี้
 .
เมื่อถามถึงความซ้ำซ้อนในการฟ้องร้องเนื่องจากมีหลายหน่วยงานดำเนินการอยู่ นายแพทย์วาโย ชี้แจงว่า โจทก์ในคดีนี้มีความชัดเจนและเป็นผู้เสียหายโดยตรงตามนิตินัย ประกอบด้วย พรรคประชาชน, ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค, ตนเอง และพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรค ในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
 .
นอกจากนี้ พฤติการณ์ของ กกต. ยังส่งผลเสียทางเศรษฐกิจต่อพรรคการเมืองที่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในการหาเสียง ส่วนกรณีที่มีข้อเสนอให้ไปร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น มองว่าเป็นคนละส่วนกัน เนื่องจากการร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินมุ่งเน้นไปที่กระบวนการเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ แต่การมายื่นฟ้องที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ เป็นการมุ่งเอาผิดทางอาญากับตัวบุคคล
 .
สำหรับกรณีที่ กกต. เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับกลุ่มภาคประชาชนที่ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งนั้น รองหัวหน้าพรรคประชาชนมองว่าเป็นการกระทำที่ไม่จำเป็น แทนที่จะเร่งชี้แจงแก้ไขปัญหา โดยทางพรรคเตรียมรวบรวมข้อมูลประเด็นนี้ยื่นเพิ่มเติมเข้าไปในสำนวนคดีภายใน 15 วัน หรือตามกรอบเวลาที่ศาลกำหนด
 .
นอกจากนี้ หากศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้อง โจทก์เตรียมขออำนาจศาลออกหมายเรียกบุคคลและเอกสารสำคัญมาร่วมสอบปากคำและตรวจสอบ ซึ่งประกอบด้วย วิษณุ เครืองาม, ผู้แทนและกรรมการผู้จัดการของบริษัทที่รับจ้างพิมพ์บัตรเลือกตั้งทั้ง 3 ประเภท, เอกสารข้อกำหนดเงื่อนไขการจ้าง (TOR) และสัญญาจ้าง รวมถึงรายงานการประชุมของ กกต. ทุกครั้งนับตั้งแต่มีการประกาศยุบสภา
.

.
ส.ส.สมุทรปราการ ยื่นคมนาคมทบทวน ยุติรถเมล์สาย 20 สมุทรเจดีย์-ปากน้ำ
https://www.matichon.co.th/politics/news_5611708
.
ส.ส. ยื่นคมนาคมทบทวน ยุติรถเมล์สาย 20 สมุทรเจดีย์-ปากน้ำ
.
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ นายบุญเลิศ แสงพันธุ์ หรือ ส.ส.อบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต 7 จังหวัดสมุทรปราการ ได้โพสต์เฟซบุ๊กขณะยื่นหนังสือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่อง ขอให้พิจารณาทบทวนและยับยั้งการยุติการให้บริการรถโดยสารประจำทางสาย 20 เส้นทาง พระสมุทรเจดีย์-ปากน้ำ
.
โดยระบุว่า ตามที่ได้มีประกาศแจ้งยุติการให้บริการรถโดยสารประจำทางสาย 20 เส้นทางพระสมุทรเจดีย์ – ปากน้ำ โดยจะให้บริการถึงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นวันสุดท้ายนั้น
.
ผมขอเรียนว่า รถโดยสารประจำทางสายดังกล่าวมีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอพระประแดงและอำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากเป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อการเดินทางระหว่างสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และเป็นเส้นทางเข้าสู่ตัวเมือง ถนนสุขุมวิท ซึ่งสามารถเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าสายสุขุมวิทได้โดยสะดวก
.
ทั้งนี้ แม้โครงการขุดลอกร่องน้ำบริเวณท่าเรือพระสมุทรเจดีย์จะแล้วเสร็จและสามารถอำนวยความสะดวกด้านการสัญจรทางน้ำได้ดีขึ้นก็ตาม แต่เส้นทางรถโดยสารประจำทางสาย 20 ยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากเป็นทางเลือกการเดินทางที่สะดวก ปลอดภัย และลดขั้นตอนการเปลี่ยนรูปแบบการเดินทาง โดยเฉพาะสำหรับผู้สูงอายุ ผู้ป่วย เด็กนักเรียน และประชาชนที่ต้องเดินทางในชีวิตประจำวัน การคงไว้ซึ่งเส้นทางดังกล่าวจึงเป็นการเสริมประสิทธิภาพของระบบคมนาคมโดยรวม มิใช่เป็นทางเลือกที่ซ้ำซ้อนแต่อย่างใด
.
นอกจากนี้ รถโดยสารสาย 20 ยังผ่านโรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ อันเป็นสถานพยาบาลสำคัญที่ประชาชนจำนวนมากต้องใช้บริการ ทั้งผู้ป่วย เด็ก และผู้สูงอายุ การยุติการเดินรถจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน ทำให้ต้องเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางหลายต่อ และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
.
เส้นทางดังกล่าวสอดคล้องกับแนวนโยบายการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของกระทรวงคมนาคม ที่มุ่งเน้นการเชื่อมโยงการเดินทางแบบบูรณาการ “ล้อ–ราง–เรือ” เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างไร้รอยต่อ ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ลดปัญหาการจราจร และลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในระยะยาว การยุติการให้บริการโดยไม่มีระบบรองรับที่เหมาะสม อาจเป็นการสวนทางกับทิศทางการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของประเทศ
.
ด้วยเหตุผลดังกล่าว ผมจึงใคร่ขอให้ท่านรัฐมนตรีฯได้โปรดพิจารณาทบทวน และยับยั้งการยุติการให้บริการรถโดยสารประจำทางสาย 20 (พระสมุทรเจดีย์-ปากน้ำ) ไว้ก่อน พร้อมทั้งสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาแนวทางปรับปรุงหรือสนับสนุนการเดินรถให้สามารถดำเนินการต่อไปได้ เพื่อประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
.
ปล. เบื้องต้นท่านรัฐมนตรีติดภารกิจการประชุม คณะทำงานจึงรับหนังสือไว้ เพื่อนำเสนอต่อท่านรัฐมนตรีฯ และ แจ้งผลให้ทราบอย่างเร่งด่วน และผมจะชี้แจงให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนทราบทันทีหลังจากทราบคำตอบที่ชัดเจน
.
อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า หลังจากวานนี้ซึ่งเป็นวันสุดท้ายที่ให้บริการรถโดยสารประจำทางสาย 20 เส้นทาง พระสมุทรเจดีย์-ปากน้ำ ปรากฎว่ามีผู้โดยสารตกค้างเป็นจำนวนมาก
.

.
วุฒิสภาตั้ง 2 กมธ.สอบประวัติ ผู้ตรวจการแผ่นดิน-คตง. ด้าน เทวฤทธิ์ ลุกท้วงไม่ชะลอโหวตกกต.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5611642
.
วุฒิสภา ตั้ง 2 กมธ.สอบประวัติ คตง. – ผู้ตรวจการแผ่นดิน “เทวฤทธิ์” ท้วงไม่บรรจุญัตติชะลอโหวตเห็นชอบ “กกต.” ด้าน “มงคล” ยันการประชุมวิสามัญ ทำได้เฉพาะเรื่องแต่งตั้ง-เห็นชอบเท่านั้น
.
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ โดยมี นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน คือตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) และตั้งคณะกรรมาธิการสามัญเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติ ความประพฤติ และพฤติกรรมทางจริยธรรมของบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน
.
โดย นายมงคล ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ในการประชุมสมัยวิสามัญจะเป็นการพิจารณาเฉพาะเรื่องตามระเบียบวาระการประชุมเท่านั้น จะไม่มีการพิจารณาระเบียบวาระอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องการพิจารณาให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดตามรัฐธรรมนูญ และตนไม่อนุญาตให้หยิบยกเรื่องอื่นขึ้นมาหรือในการประชุม ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับกาประชุม
.
ทำให้ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย ส.ว. หารือต่อประเด็นที่เสนอญัตติให้ชะลอการลงมติเลือกกรรมการองค์กรอิสระที่ไม่พบการบรรจุไว้ในระเบียบวาระ พร้อมแจ้งเหตุผลที่เสนอญัตติดังกล่าวว่า เพื่อไม่ให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนต่อการทำหน้าที่ของ กกต.เวลานี้
.
โดยนายมงคล ชี้แจงว่า เหตุที่ไม่สามารถบรรจุญัตติดังกล่าวได้ เพราะอาจนำไปสู่การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ เนื่องจากการพิจารณาต้องเป็นไปตามพระบรมราชโองการประกาศเรียกประชุมวิสามัญแห่งรัฐสภา ที่กำหนดให้ดำเนินการประชุมได้เฉพาะการทำหน้าที่พิจารรณาเห็นชอบบุคคลให้ดำรงตำแหน่งตามรัฐธรรมนูญ และดำเนินการตามวาระที่กำหนดไว้ในระเบียบวาระการประชุมต่อไป
.
ทั้งนี้ที่ประชุมได้พิจารณาและเห็นชอบให้ ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญตรวจสอบประวัติ จำนวน 2 คณะ ในส่วนของกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งมีองค์ประกอบให้มีกมธ.คณะละ 15 คน โดยกำหนดสัดส่วนผู้แทนคณะกรรมาธิการสามัญ จำนวน 12 คณะ คณะละ 1 คน รวม 12 คน และผู้แทนคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) จำนวน 3 คน และมีมติกำหนดเวลาการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสามัญ ภายใน 60 วัน
.
ขณะที่ ส.ว.ที่ได้รับเลือกให้เป็น กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ผู้ที่เสนอชื่อเป็น กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน 15 คน อาทิ นายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร นายประพนธ์ ตั้งศรีเกียรติกุล นายพรเพิ่ม ทองศรี นายพิชาญ พรศิริประทาน นางวราภัสร์ ไพพรรณรัตน์ นายวราวุธ ตีระนันทน์ นายวีรยุทธ สร้อยทอง นายสุทนต์ กล้าการขาย นายอัษฎางค์ แสวงการ
.
ส่วน กมธ.ตรวจสอบประวัติฯ ผู้เสนอชื่อให้เป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน อาทิ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร นายธวัช สุระบาล พล.ต.ท.ยุทธนา ไทยภักดี นางประทุม วงศ์สวัสดิ์ น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ นายศุภโชค ศาลากิจ นายสิทธิกร ธงยศ เป็นต้น
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่