สาวไส้ การตลาดจีน Chinese Marketing ที่ไม่เคยมีใครบอกคุณ! [ThaiFranchise Today]

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

คนจีนใช้เวลาเฉลี่ยบนแพลตฟอร์มเหล่านี้สูงถึง 6 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งการไลฟ์สดขายของ (Live Streaming) ยังคงเป็นเครื่องมือสร้างยอดขายอันดับหนึ่ง โดยมีแพลตฟอร์มอย่าง Douyin (TikTok จีน) และ Kuaishou เป็นผู้นำตลาด ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าคนจีนเองก็มีเทคนิคในการไลฟ์ขายของที่ไม่ธรรมดา มีการปรับกลยุทธ์ต่างๆ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมความต้องการลูกค้า

📌 เปรียบเทียบตลาดโซเชียลคอมเมิร์ซ (Social Commerce) ระหว่าง “ไทย” และ “จีน”

ในปี 2024-2025 แม้ว่าคนไทยจะครองแชมป์โลกในด้านการช้อปปิ้งออนไลน์บ่อยที่สุด แต่จีนยังคงเป็นต้นแบบที่ก้าวล้ำกว่าในด้านเทคโนโลยี ในแง่ของมูลค่าเราต่างจากจีนอยู่เยอะ หรือถ้าดูในเรื่องแพลตฟอร์ม จีนใช้ Super Apps ที่เบ็ดเสร็จในแอปเดียว เช่น Douyin (TikTok จีน) และ WeChat ซึ่งผู้ใช้สามารถดูรีวิว จ่ายเงิน และติดตามสถานะขนส่งได้โดยไม่ต้องออกจากแอป ขณะที่ในเมืองไทยยังมีลักษณะเป็น Hybrid คือใช้หลายแอปสลับกัน เช่น

✅ TikTok Shop มาแรงที่สุดในด้าน Video Commerce
✅ Facebook & LINE เป็นช่องทางหลักสำหรับ Chat Commerce (การทักแชทสอบถามก่อนซื้อ)
✅ Marketplace อย่าง Shopee/Lazada ก็เริ่มผันตัวมาทำ Live Commerce แข่งกับโซเชียลมีเดีย

ภาพรวมของทั้งตลาดไทย และจีน ก็มีข้อดีข้อเสียในตัว อย่างตลาดจีน มีเทคโนโลยีล้ำสมัย เน้นระบบอัตโนมัติและข้อได้เปรียบด้านการผลิต ในขณะที่ไทย เน้นการตลาดโซเชี่ยลแบบพูดคุยกันระหว่างคนซื้อกับคนขายชัดเจนกว่า และในปี 2026 ก็คาดว่าตลาดโซเชี่ยลคอมเมิร์ชของไทยเองก็จะมีการพัฒนาไปมากยิ่งขึ้นด้วย

ทั้งนี้กลยุทธ์ที่จีนนำมาใช้ก็ยังมีอีกหลายอย่างที่เราอาจต้องเรียนรู้เพิ่มเติมเช่น Group Buying หรือการทำให้การซื้อของกลายเป็นเกมที่สนุกเช่นยิ่งแชร์ยิ่งลด รวมถึงกลยุทธ์อย่าง Blind Stream ที่เป็นการไลฟ์แบบไม่เห็นหน้า/ไม่เห็นสินค้า เพื่อความสงสัยให้ลูกค้าจนคนดูครบตามกำหนดก็จะเปิดให้เห็นสินค้าที่อยู่ภายใน

ข้อดีของวิธีนี้คือทำให้คนดูอยู่ในไลฟ์ได้สูงส่วนใหญ่จะดูจนจบเพิ่มอัตราการซื้อและเพิ่มจำนวนการเข้าถึงให้สินค้าเป็นที่รู้จักได้มากขึ้นด้วย
.
.
ที่มา: ไทยแฟรนไชส์เซ็นเตอร์
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่