
ก่อนเกม อยู่ในฟอร์มที่ไม่ดีมากนัก ไม่ชนะมา 5 นัดติด เสมอ1 แพ้4 โอกาสเข้ารอบอยู่ที่แค่ประมาณ 10% หรือน้อยกว่า
แต่เผอิญคู่ก่อนหน้า เพื่อนร่วมลีกอย่างอตาลันต้าพลิกเข้ารอบมาได้ เลยยังพอมีความหวังหน่อย
โดยเริ่มเกมมา กาลาก็ไม่ได้ตั้งใจจะอุดซะทีเดียว แต่ยังเปิดเกมแลกหวังสวนกลับเป็นระยะๆ ทําให้เกมเล่นยากมาก ครึ่งชั่วโมงแรกยังเจาะหาประตูไม่ได้ จนกระทั่งตูรามเรียกฟาวล์ได้จากในกรอบเขตโทษ และแล้วในนาทีที่ 37 โลคาเตลลี่สังหารเข้าไปแบบไม่พลาด พาทีมขึ้นนําเรียกเสียงเฮจากแฟนๆในสนาม
จบครึ่งแรก ยังต้องการอีกอย่างน้อย 2 ประตู แต่เคราะห์ร้ายเมื่อโมเมนตัมต้องมาพัง เมื่อเริ่มครึ่งหลังมาได้ไม่นานมาเหลือ 10 คน จากจังหวะที่เคลลี่ไปเปิดปุ่มเสียบสนับแข้งกับยิลมาซของฝั่งกาลา โดนใบแดง (อีกแล้ว)

จังหวะเป็นที่ถกเถียงพอสมควร บ้างก็ว่าฝั่งเคลลี่ไม่ได้ตั้งใจ เป็นจังหวะของฟุตบอล แต่ก็เถียงไรได้ไม่มากเพราะหากมองว่าเป็นใบเหลือง ก็โดนไล่ออกอยู่ดี แต่อย่างไรก็ตามฝั่งม้าลายก็ยังสู้ให้สมศักดิ์ศรีเบียงโคเนรี่ เมื่อมาปลดล็อกประตูที่ 2 จุดประกายหวังในนาทีที่ 70 จากครอสซิ่งโอเวอร์อย่างสวยงามระหว่างยิลดิซและกัตติ ส่งบอลเข้าตาข่ายไป
และจุดพลิกผันครั้งสําคัญก็มาถึงในนาทีที่ 84 จากลูกโหม่งไฟของแม็คเคนนี่ ทําให้บรรยากาศในอัลลิอันซ์ทวีคูณคึกคักขึ้นเป็นโซน

แต่แล้วแต่ดี เนื่องจากตัวผู้เล่นที่น้อยกว่า ทําให้นักเตะต้องใช้พลังงานอย่างสูง โดยเฉพาะยิลดิซและดาวิดที่เกมนี้แทบไม่มีบทบาทอะไรเท่าไหร่ จนพอเข้าช่วง AET ก็โดนเปลี่ยนตัวไป และมาโดนตีไข่แตกในนาที 105 พอดีจากโอซิมเฮนคนดีคนเดิม ลอดผ่านเปรินเข้าไป
หลังจากนั้น โมเมนตัมก็กลางๆไม่ได้ไปทางไหน แต่ฝั่งกาลาหลังเปลี่ยนเกมเอากุนโดกัน อิคาร์ดี้ ซิงโก้ รูปเกมก็พอดีขึ้นมาได้และมาได้ประตูช่วงท้ายปิดเลก และก็เข้ารอบไปด้วยสกอร์รวม 7-5
จบเกม ถึงแม้ถึงจะมีอันต้องตกรอบ 24 ทีมสุดท้ายไปอีกปี แต่ก็เป็นการตกรอบที่ได้ใจแฟนบอล แม้จะเสียเปรียบด้านตัวผู้เล่นก็ยังสามารถยิง 3 ลูกได้เพื่อยื้อต่อไปยัง AET หลังจากนี้ก็ลุ้นในต่อลีกกันยาวๆ เพราะตกรอบแล้วทั้งโคปปาอิตาเลียและ UCL
ยูเวนตุส 3 กาลาตาซาราย 2 แพ้สกอร์รวมแต่ชนะใจคนดู
แต่เผอิญคู่ก่อนหน้า เพื่อนร่วมลีกอย่างอตาลันต้าพลิกเข้ารอบมาได้ เลยยังพอมีความหวังหน่อย
โดยเริ่มเกมมา กาลาก็ไม่ได้ตั้งใจจะอุดซะทีเดียว แต่ยังเปิดเกมแลกหวังสวนกลับเป็นระยะๆ ทําให้เกมเล่นยากมาก ครึ่งชั่วโมงแรกยังเจาะหาประตูไม่ได้ จนกระทั่งตูรามเรียกฟาวล์ได้จากในกรอบเขตโทษ และแล้วในนาทีที่ 37 โลคาเตลลี่สังหารเข้าไปแบบไม่พลาด พาทีมขึ้นนําเรียกเสียงเฮจากแฟนๆในสนาม
จบครึ่งแรก ยังต้องการอีกอย่างน้อย 2 ประตู แต่เคราะห์ร้ายเมื่อโมเมนตัมต้องมาพัง เมื่อเริ่มครึ่งหลังมาได้ไม่นานมาเหลือ 10 คน จากจังหวะที่เคลลี่ไปเปิดปุ่มเสียบสนับแข้งกับยิลมาซของฝั่งกาลา โดนใบแดง (อีกแล้ว)
จังหวะเป็นที่ถกเถียงพอสมควร บ้างก็ว่าฝั่งเคลลี่ไม่ได้ตั้งใจ เป็นจังหวะของฟุตบอล แต่ก็เถียงไรได้ไม่มากเพราะหากมองว่าเป็นใบเหลือง ก็โดนไล่ออกอยู่ดี แต่อย่างไรก็ตามฝั่งม้าลายก็ยังสู้ให้สมศักดิ์ศรีเบียงโคเนรี่ เมื่อมาปลดล็อกประตูที่ 2 จุดประกายหวังในนาทีที่ 70 จากครอสซิ่งโอเวอร์อย่างสวยงามระหว่างยิลดิซและกัตติ ส่งบอลเข้าตาข่ายไป
และจุดพลิกผันครั้งสําคัญก็มาถึงในนาทีที่ 84 จากลูกโหม่งไฟของแม็คเคนนี่ ทําให้บรรยากาศในอัลลิอันซ์ทวีคูณคึกคักขึ้นเป็นโซน
แต่แล้วแต่ดี เนื่องจากตัวผู้เล่นที่น้อยกว่า ทําให้นักเตะต้องใช้พลังงานอย่างสูง โดยเฉพาะยิลดิซและดาวิดที่เกมนี้แทบไม่มีบทบาทอะไรเท่าไหร่ จนพอเข้าช่วง AET ก็โดนเปลี่ยนตัวไป และมาโดนตีไข่แตกในนาที 105 พอดีจากโอซิมเฮนคนดีคนเดิม ลอดผ่านเปรินเข้าไป
หลังจากนั้น โมเมนตัมก็กลางๆไม่ได้ไปทางไหน แต่ฝั่งกาลาหลังเปลี่ยนเกมเอากุนโดกัน อิคาร์ดี้ ซิงโก้ รูปเกมก็พอดีขึ้นมาได้และมาได้ประตูช่วงท้ายปิดเลก และก็เข้ารอบไปด้วยสกอร์รวม 7-5
จบเกม ถึงแม้ถึงจะมีอันต้องตกรอบ 24 ทีมสุดท้ายไปอีกปี แต่ก็เป็นการตกรอบที่ได้ใจแฟนบอล แม้จะเสียเปรียบด้านตัวผู้เล่นก็ยังสามารถยิง 3 ลูกได้เพื่อยื้อต่อไปยัง AET หลังจากนี้ก็ลุ้นในต่อลีกกันยาวๆ เพราะตกรอบแล้วทั้งโคปปาอิตาเลียและ UCL