นิยายประมาณนี้มีคนอ่านมั้ยครับ

ผมเขียนนิยายเรื่องหนึ่งเป็นแนวแฟนตาซีอบอุ่นหัวใจแบบสโลว์ไลฟ์ แต่ผมลงไปได้ 3 ตอนแล้วในรี้ดอะไร้แต่ยอดอ่านแทบไม่ขยับเลยชักกังวล อยากได้ความเห็นพี่ๆนักเขียนนักอ่านว่าแนวนี้พอมีคนอ่านอยู่บ้างมั้ยครับ

ตัวอย่างจากตอนที่ 1:


ณ ถนนใจกลางเมือง

"นี่ราเนีย ทำไมมนุษย์ถึงต้องทำเรื่องแบบนี้ด้วยละ" เจ้าเด็กน้อยภายใต้ชุดคลุมสีดำนิล ดวงตาสีดำสนิทของเขามองไปที่ร่างเย็นที่นอนแน่นิ่งบนพื้นถนนในฤดูหนาวท่ามกลางหิมะที่โปรยปรายขาวสง่างาม ใช้นิ้วกลมๆเล็กๆจิ้มลงไปที่ร่างนั้น จ้องมองไปที่ร่องรอยสีแดงที่เปรอะเปื้อนไปทั่วพื้นหิมะ

"มนุษย์ผมแดงคนนี้ยังเด็กอยู่เลย ทำไมเขาต้องทำแบบนี้ด้วย" ฟิลิปกล่าวถามราเนียออกไป ดวงตาอ่อนลงพร้อมกับรอยยิ้มที่เจือจางบนใบหน้า หางตาตกอย่างเห็นได้ชัดเพราะแม้แต่หางแมวน่ารักๆของเขาก็แนบลงกับพื้นหิมะไปเสียแล้ว

"ฉันก็สงสัยเหมือนกัน ทั้งที่ชีวิตออกจะน่าสนุกแท้ๆ" เด็กสาวสยายปีกสีขาวร่อนลงมาผ่านอากาศที่หนาวเหน็บ ก่อนจะก้มลงหยิบก้อนจิตวิญญาณสีดำที่ภายในมีเพลิงสีฟ้าอ่อนปะทุอยู่ ความเย็นยะเยือกเดียวที่เธอสัมผัสได้มาจากก้อนจิตวิญญาณที่เต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความเจ็บปวด ราเนียไม่เข้าใจว่านี่คือสัมผัสแบบไหน เธอรู้เพียงว่าเธอไม่ชอบเลยเมื่อได้เจอกับดวงวิญญาณที่หม่นหมองเช่นนี้

"งืมๆ~" ฟิลิปที่หม่นหมองมองไปที่ราเนียที่กำลังโอบอุ้มดวงวิญญาณดวงนั้นอย่างเงียบๆ มองไปที่สีหน้าที่แปลกไปของเธอก่อนจะฮึบๆตัวเอง ตีหน้าอกตัวเองเพื่อรวบรวมแรงใจแล้ววิ่งตรงไปทางราเนีย

"เอาไปหาท่านพ่อแล้วลองถามดูก็ได้ ราเนียเป็นลูกรักท่านพ่อนี่นา" ฟิลิปตัวน้อยวิ่งผ่านตัวราเนียไปอย่างรีบๆ ฉกเอาก้อนจิตวิญญาณในมือของราเนียมาแล้ววิ่งวนบนพื้นหิมะอย่างซุกซน เพียงแค่ไม่กี่นาทีเขาก็กลับมาร่าเริงสดใสได้อีกครั้ง รอยยิ้มที่สดใสเหนือดวงตะวันของเขาทำให้ราเนียที่เป็นนางฟ้าตัวน้อยสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากตัวเขาทั้งที่ทั้งคู่ไร้ซึ่งกายเนื้อ ผมสีดำยาวของฟิลิปปลิวไสวไปกับลมยามที่เขาวิ่งเล่น

"ฉันไม่ใช่ลูกรักสักหน่อย ฟิลิปคิดเองคนเดียว" ราเนียตอบฟิลิปที่วิ่งไปมาอย่างซุกซน เธออมยิ้มด้วยแก้มเล็กๆกลมๆ เปรียบได้เหมือนดอกทานตะวันที่ชูหน้าขึ้นเมื่อดวงตะวันมาปรากฏเหนือฟากฟ้า นึกคิดเพียงว่าเหตุใดทั้งที่ฟิลิปก็เป็นแค่ยมทูตตัวน้อยคนนึงถึงทำให้เธอรู้สึกสนุกแบบนี้ ทั้งที่ชุดของเขาออกจะน่าเบื่อไร้สีสันแท้ๆ

"ดูเหมือนพวกกู้ภัยมากันแล้วละราเนีย ฉันยังอยากวิ่งเล่นอยู่เลย" ฟิลิปชี้ให้ราเนียเห็นแสงสีฟ้าสลับแดงที่กะพริบอยู่จากไกลๆ แอบน้อยใจที่ครั้งนี้ตัวเขาก็ยังอดได้เห็นปาฏิหาริย์อย่างการรอดชีวิตของร่างเย็นตรงหน้า แม้จะเป็นยมทูตแต่เขาก็ยังคงแอบคาดหวัง อยากจะเห็นร่างมนุษย์ที่สามารถเติบโตต่อไปได้นี้ได้มีชีวิตจนถึงวันที่คู่ควร เขาอยากเห็นชุดสีขาวงดงามที่มีตัวอักษรที่อ่านไม่ออกแปะอยู่บนอกนั้นได้อยู่ในกลุ่มคนในชุดเดียวกันมากกว่าการที่มันถูกย้อมด้วยสีแดง

"งั้นเราก็ต้องไปแล้ว"

"อือ~" ฟิลิปงอตัวเล็กน้อย

"ไว้หลังเสร็จตรงนี้แล้วราเนียจะพาฟิลิปไปเที่ยวที่สวรรค์ เราจะไปเจอคุณลุงใจดีคราวก่อนกัน!"

" โอ้!! สัญญานะ"

"สัญญาสิ ราเนียคนนี้ไม่เคยโกหกสักหน่อย"

"อย่าทำตัวเป็นพี่สาวสิ เธอก็อายุเท่าฉันนี่นา" ฟิลิปพูดขัดขึ้นมาก่อนจะยกเคียวเล็กๆขนาดประมาณ 120 เซนติเมตรซึ่งก็สูงเทียบกับตัวของเขาขึ้นมา อากาศโดยรอบสั่นไหวพร้อมเมฆหมอกที่ค่อยๆปกคลุม กาลเวลานิ่งสนิทก่อนที่สายลมจะพวยพัดไปพร้อมกันเปิดออกเป็นรอยแยกสีฟ้าครามงามสง่าที่ภายในมีแสงเจิดจ้าอยู่ที่ปลายทาง

"ไปหาคุณลุงกัน~" ฟิลิปวิ่งกระโดดเข้าไปในรอยแยกด้วยรอยยิ้มอันสดใสของเขา

"อย่ากระโดดเข้าไปแบบนั้นสิฟิลิป เดี๋ยวก็หกล้มเอาหรอก" ราเนียไม่รอช้าวิ่งตามเข้าไป ก่อนที่หลังจากนั้นไม่นานกาลเวลาและสรรพสิ่งได้กลับมาดำเนินต่อเสมือนไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น รอยแยกได้สมานตัวแล้วหายไปอีกครา

ภายในเส้นทางต่างมิตินั้นช่างอบอุ่นเหมือนแสงตะวันในฤดูใบไม้ร่วง สัมผัสที่เหมือนกับหลุดไปในพื้นที่ต่างมิติที่งดงามเหมือนแสงไฟที่สาดส่องลงมาทำให้เหล่าเจ้าตัวน้อยยิ้มอย่างพอใจ เป็นเพียงชั่วเวลานี้เท่านั้นที่ทั้ง 2 จะได้สัมผัสถึงไออุ่นแสนสงบราวกับกลายเป็นเพียงมนุษย์คนนึง


เผื่อสนใจอ่านต่อ อันนี้ลิงค์ตอนที่ 1 ครับ


https://www.readawrite.com/c/d3aafc4cbe5f76d6cdc800f01b0a0513
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่