เรากับเขาใช้ชีวิตคู่มาหลายปี มีลูกเป็นโซ่ทองคล้องใจ บ้านหลังนี้ควรจะเต็มไปด้วยความไว้ใจ แต่วันหนึ่ง…ความเชื่อใจก็เริ่มแตกร้าวเพราะคำว่า “เพื่อน”
เพื่อนสาวคนที่หนึ่ง รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียน เธอมีครอบครัว มีสามี มีลูก ชีวิตภายนอกดูปกติ แต่วันหนึ่งเธอมาขอยืมเงินห้าแสนบาทเพื่อทำธุรกิจ
สามีของฉัน…ให้เธอยืม
ไม่ใช่เงินเก็บธรรมดา
แต่เป็นการใช้บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด
ไม่มีสัญญา
ไม่มีหลักประกัน
ไม่มีแม้แต่ลายเซ็น
ฉันมารู้ทีหลัง
ความโกรธแล่นขึ้นมาทันที ฉันด่าเขาอย่างรุนแรง เพราะมันไม่ใช่เงินเล็กน้อย มันคือภาระดอกเบี้ย คือความเสี่ยงของครอบครัวเรา
แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือ
“เงินของผม คุณไม่ต้องยุ่ง”
คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ กรีดลงกลางใจ
เราเป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกเขา
แต่กลับไม่มีสิทธิ์รับรู้หรือแสดงความคิดเห็นกับเงินจำนวนครึ่งล้านที่อาจกระทบทั้งบ้าน
หลังจากวันนั้น ฉันเตือนเขา
“อย่าทำอีกนะ ไม่อย่างนั้นเราจะหย่า”
เวลาผ่านไปเกือบปี
ฉันถามเสมอว่าเพื่อนสาวคืนเงินหรือยัง
เขาบอกว่าทยอยคืนแล้ว เหลือประมาณสองแสนห้าหมื่นบาท
ฉันพยายามเชื่อ
พยายามสบายใจ
จนกระทั่งวันนี้ ความจริงถูกเปิดออก
เพื่อนสาวไม่เคยคืนแม้แต่บาทเดียว
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาโกหกฉัน
เหตุผลของเขาคือ
“ผมไม่อยากเล่า เพราะคุณไม่ช่วยผมแน่นอน คุณด่าผมวันนั้น ผมเลยไม่เชื่อใจคุณ”
และเรื่องยังไม่จบ
เขายังให้เงินเพิ่มอีกหนึ่งแสนบาท
เพราะเพื่อนบอกว่ามีคดี กลัวติดคุก
เขากลัวว่า ถ้าเพื่อนเข้าคุก หนี้ของเขาจะสูญเปล่า
ฉันนั่งนิ่ง
ไม่รู้ว่าควรโกรธ เสียใจ หรือสมเพชตัวเองดี
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน
แต่มันคือการตัดสินใจแทนครอบครัว
คือการโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คือการเลือก “เพื่อน” มากกว่า “ภรรยา”
ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง
เพื่อนสาวคนที่สอง อยากได้ iPhone 17 Pro
สามีเสนอจะรูดบัตรให้ ผ่อน 0% 10 เดือน
สามีว่าฉันใจแคบ
เขามีสิทธิ์ใช้เงินของเขาแบบไหนและกับใครก็ได้
ฉันเริ่มถามตัวเองว่า
การเป็นภรรยาคืออะไร
การเป็นคู่ชีวิตคืออะไร
เราควรอดทนเพื่อลูก
หรือควรรักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง
เงินหกแสนบาทอาจหามาใหม่ได้
แต่ความเชื่อใจที่พังลง
จะต่อกลับเหมือนเดิมได้หรือไม่
ฉันไม่ได้กลัวจน
แต่ฉันกลัวชีวิตที่ต้องอยู่กับคนที่โกหก
และไม่เห็นเราเป็น “คู่คิด” ของชีวิต
สุดท้ายแล้ว คำถามจึงไม่ใช่แค่
“เลิกดีไหม”
แต่คือ
“ฉันยังเคารพเขาได้อยู่ไหม
และเขาเคารพฉันในฐานะภรรยาหรือเปล่า”
เพราะชีวิตคู่ ไม่ใช่แค่มีลูกด้วยกัน
แต่คือการเดินไปในทิศทางเดียวกัน
ด้วยความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบร่วมกัน
ถ้าวันหนึ่ง เหลือเพียงคำว่า
“เงินของผม คุณไม่ต้องยุ่ง”
บางที…สิ่งที่เราต้องทบทวน
อาจไม่ใช่แค่เรื่องเงิน
แต่คือคุณค่าของตัวเราเองในชีวิตเขา
ฉันควรทำอย่างไรดี
เงินของเขา…หัวใจของเรา
เพื่อนสาวคนที่หนึ่ง รู้จักกันตั้งแต่สมัยเรียน เธอมีครอบครัว มีสามี มีลูก ชีวิตภายนอกดูปกติ แต่วันหนึ่งเธอมาขอยืมเงินห้าแสนบาทเพื่อทำธุรกิจ
สามีของฉัน…ให้เธอยืม
ไม่ใช่เงินเก็บธรรมดา
แต่เป็นการใช้บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด
ไม่มีสัญญา
ไม่มีหลักประกัน
ไม่มีแม้แต่ลายเซ็น
ฉันมารู้ทีหลัง
ความโกรธแล่นขึ้นมาทันที ฉันด่าเขาอย่างรุนแรง เพราะมันไม่ใช่เงินเล็กน้อย มันคือภาระดอกเบี้ย คือความเสี่ยงของครอบครัวเรา
แต่คำตอบที่ได้กลับมาคือ
“เงินของผม คุณไม่ต้องยุ่ง”
คำพูดนั้นเหมือนมีดบาง ๆ กรีดลงกลางใจ
เราเป็นภรรยา เป็นแม่ของลูกเขา
แต่กลับไม่มีสิทธิ์รับรู้หรือแสดงความคิดเห็นกับเงินจำนวนครึ่งล้านที่อาจกระทบทั้งบ้าน
หลังจากวันนั้น ฉันเตือนเขา
“อย่าทำอีกนะ ไม่อย่างนั้นเราจะหย่า”
เวลาผ่านไปเกือบปี
ฉันถามเสมอว่าเพื่อนสาวคืนเงินหรือยัง
เขาบอกว่าทยอยคืนแล้ว เหลือประมาณสองแสนห้าหมื่นบาท
ฉันพยายามเชื่อ
พยายามสบายใจ
จนกระทั่งวันนี้ ความจริงถูกเปิดออก
เพื่อนสาวไม่เคยคืนแม้แต่บาทเดียว
ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาโกหกฉัน
เหตุผลของเขาคือ
“ผมไม่อยากเล่า เพราะคุณไม่ช่วยผมแน่นอน คุณด่าผมวันนั้น ผมเลยไม่เชื่อใจคุณ”
และเรื่องยังไม่จบ
เขายังให้เงินเพิ่มอีกหนึ่งแสนบาท
เพราะเพื่อนบอกว่ามีคดี กลัวติดคุก
เขากลัวว่า ถ้าเพื่อนเข้าคุก หนี้ของเขาจะสูญเปล่า
ฉันนั่งนิ่ง
ไม่รู้ว่าควรโกรธ เสียใจ หรือสมเพชตัวเองดี
นี่ไม่ใช่แค่เรื่องเงิน
แต่มันคือการตัดสินใจแทนครอบครัว
คือการโกหกซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คือการเลือก “เพื่อน” มากกว่า “ภรรยา”
ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง
เพื่อนสาวคนที่สอง อยากได้ iPhone 17 Pro
สามีเสนอจะรูดบัตรให้ ผ่อน 0% 10 เดือน
สามีว่าฉันใจแคบ
เขามีสิทธิ์ใช้เงินของเขาแบบไหนและกับใครก็ได้
ฉันเริ่มถามตัวเองว่า
การเป็นภรรยาคืออะไร
การเป็นคู่ชีวิตคืออะไร
เราควรอดทนเพื่อลูก
หรือควรรักษาศักดิ์ศรีของตัวเอง
เงินหกแสนบาทอาจหามาใหม่ได้
แต่ความเชื่อใจที่พังลง
จะต่อกลับเหมือนเดิมได้หรือไม่
ฉันไม่ได้กลัวจน
แต่ฉันกลัวชีวิตที่ต้องอยู่กับคนที่โกหก
และไม่เห็นเราเป็น “คู่คิด” ของชีวิต
สุดท้ายแล้ว คำถามจึงไม่ใช่แค่
“เลิกดีไหม”
แต่คือ
“ฉันยังเคารพเขาได้อยู่ไหม
และเขาเคารพฉันในฐานะภรรยาหรือเปล่า”
เพราะชีวิตคู่ ไม่ใช่แค่มีลูกด้วยกัน
แต่คือการเดินไปในทิศทางเดียวกัน
ด้วยความซื่อสัตย์ และความรับผิดชอบร่วมกัน
ถ้าวันหนึ่ง เหลือเพียงคำว่า
“เงินของผม คุณไม่ต้องยุ่ง”
บางที…สิ่งที่เราต้องทบทวน
อาจไม่ใช่แค่เรื่องเงิน
แต่คือคุณค่าของตัวเราเองในชีวิตเขา
ฉันควรทำอย่างไรดี