แบบนี้เรียกว่าแหย่ปกติไหมคะ

ทุกครั้งที่ลางาน เพื่อนร่วมงานคนนั้นจะมีคำพูดใส่เราตลอด ครั้งแรกคือการทักไลน์มา ครั้งที่2พูดต่อหน้าหัวหน้างาน ถามว่าเราไปไหนทำไมไม่มาทำงาน ทุกครั้งเราจะมีใบรับรองแพทย์ตลอดไม่ว่าจะลา 1 วันหรือ 2 วันก็ตาม แล้วเขาชอบพูดให้อีกคนนึงมาโมโหเรา คือเพื่อนเขาชวนเราไปบ้านแล้วเราปฏิเสธที่จะไป เขาก็คอยพูดตลอดว่าทำไมไม่ไปคนนี้ไม่ไปตามสิ แล้วคนนั้นเขาก็จะโมโหที่ชวนเราแล้วเราไม่ยอมไป ตั้งแต่ตอนนั้นเราเริ่มเว้นระยะห่างกับเขามาโดยตลอด พอหัวหน้างานให้เรางานซ้ำ เขาก็จะพูดว่าทำไมเราไม่ยอมบอกหัวหน้างานว่าเราได้งานซ้ำ ทั้งๆที่เขาสามารถพูดกับหัวหน้างานได้แต่เขาเลือกที่จะไม่พูดเขามาพูดกับเรา พอมีน้องใหม่มาน้องใหม่ทำงานช้าเราไม่ได้เป็นคนเปิดสอนตั้งแต่แรกแต่เขาก็จะมาพูดกับเราว่าทำไมเราไม่ช่วยน้องใหม่เก็บงาน ทั้งๆที่เราเพิ่งเก็บให้น้องใหม่เสร็จแต่ที่เหลือให้เขาพยายามเก็บเองเขาจะได้รู้ว่าจะต้องรีบเวลาที่งานใกล้เสร็จแล้ว ซึ่งเขาพูดน้ำเสียงที่ไม่พอใจใส่ แล้วทุกครั้งที่มีต่องานแต่ก่อนเราเป็นคนทำเอง แต่พอเราท้องเราก็จะจ้างคนมาต่องานซึ่งจ่ายเงินเอง บริษัทไม่เกี่ยว เขาก็จะมาพูดกับเราว่าจ้างทำไมทำไมต้องจ้างรวยหรอจะจ้างทุกรอบที่มีต่องานเลยหรอ ซึ่งตอนนั้นเราให้เหตุผลเขาไปแล้ว แต่เขาจะพูดประโยคแบบนี้ทุกครั้งที่มีต่องานแล้วเราจ้าง(อันนี้ต้องขอบอกก่อนนะคะว่าเราไม่เคยจ้างเขาเราจ้างคนอื่น) ตัวเรามีภาวะแท้งคุกคามซึ่งมันจะปวดท้องตลอดทุกครั้งที่เราเดินเพราะงานเรามันจะเดินไกล วันนั้นเราปวดท้องจนนั่งอยู่กับพื้น เขาเดินมาพูดกับเราว่าให้ต่อยช่วยไหมจะได้หายปวด ตอนนั้นเราเลือกที่จะเดินหนีไม่พูด แต่พอเดินกลับมาจุดงานต่อเขาก็มาพูดต่อว่าทำไมแฟนเขาไม่เห็นเป็นเลยทำไมเราเป็น ตอนนั้นเราโมโหเราเลยสวนกลับไปว่าแฟนเราก็ไม่ขี้ยิ้มขนาดนี้ทำไมพี่ถึงเป็น เขาก็ขำ แล้วอย่างล่าสุดเลย เราเห็นเขาแล้วเราเลยเลือกที่จะก้มหน้าให้เขาไม่มาสนใจเรา กลายเป็นว่าเขาก้มหน้ามาพูดใส่เราเรื่องที่เราลาเมื่อวันก่อนว่าจะต้องต่องานนะ ตอนนั้นเรารู้ว่ามันไม่มีงานให้ต่อแล้วเราเลยไม่ได้พูดอะไร จนเขาพูดย้ำไม่เลิกเราเลยพูดว่าลาออกแล้วเขียนใบลาออกเรียบร้อยแล้ว เขาก็ยืนตบมือแล้วบอกว่าดีมาก แล้วเขาก็เดินออกไป สักแป๊บนึงเดินกลับเข้ามาใหม่แล้วถามว่าไปกินเบียร์ไหมเดี๋ยวเลี้ยงก่อนออก เราเลยพูดแบบหยาบๆเพราะเราโมโหว่าเป็นอะไรนักหนา ต่างคนต่างอยู่ไม่ได้หรือไงมันยากขนาดนั้นเลยหรอ เรานั่งเช็ดน้ำตา แล้วเราเหลือบไปเห็นเขายืนหัวเราะเราอยู่ ซึ่งเขาไม่ได้เป็นกับคนอื่นเลย เขาเป็นแค่กับเราคนเดียว พนักงานร้อยกว่าคน ย้ำว่าเป็นแค่กับเราคนเดียว เราให้เหตุผลนี้กับธุรการว่าเราไม่ไหว เราพูดกับเขาตลอดว่าเราไม่สามารถรับแรงกระแทกกับการแหย่ของเขาได้ กลายเป็นธุรการพูดว่าเขาแหย่อยู่แล้วเขาเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เราเลยมองว่าทำไมถึงต้องมองว่าคนๆนี้คือปกติ เพราะคนเรามันไม่ได้รับได้กับทุกเรื่องขนาดนั้น แล้วซึ่งคำพูดแต่ละคำที่ออกมามันคือออกมาจากปากผู้ชายล้วนๆไม่ใช่ผู้หญิง หรือเป็นเราเองที่รับแรงกดดันจากเขาไม่ไหวหรอ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่