คำถามเรื่อง "เจตจำนงเสรี" (Free Will) เป็นหนึ่งในปริศนาที่ใหญ่ที่สุดที่เหล่านักปรัชญาและนักวิทยาศาสตร์ยังคงถกเถียงกันมานับพันปีครับ โดยคำตอบมักจะถูกแบ่งออกเป็น 3 มุมมองหลักๆ ดังนี้
1. มุมมองทางวิทยาศาสตร์ (ระบบประสาทวิทยา)
การทดลองที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ การทดลองของ Benjamin Libet ในปี 1980 ซึ่งพบว่าสมองมีการเตรียมการส่งสัญญาณไฟฟ้า (Readiness Potential) ก่อนที่คุณจะ "รู้ตัว" ว่าตัดสินใจจะขยับนิ้วเสียอีก นักวิทยาศาสตร์สาย นิยัตินิยม (Determinism) จึงมองว่าการตัดสินใจของเราเป็นเพียงผลลัพธ์ของปฏิกิริยาเคมีและไฟฟ้าในสมองที่ถูกกำหนดไว้แล้วด้วยปัจจัยก่อนหน้า
2. มุมมองทางปรัชญา
สาย Determinism: เชื่อว่าทุกอย่างในจักรวาลมีเหตุและผลรองรับ ถ้าเรารู้ตำแหน่งของอะตอมทุกตัว เราจะทำนายอนาคตได้ทั้งหมด ดังนั้น "ทางเลือก" จึงเป็นเพียงภาพลวงตา
สาย Libertarianism: เชื่อว่ามนุษย์มีอำนาจพิเศษเหนือธรรมชาติของฟิสิกส์ เราสามารถเลือกทำสิ่งที่แตกต่างจากเดิมได้จริงๆ
สาย Compatibilism: มองว่าถึงแม้โลกจะเป็นไปตามเหตุและผล แต่เรายังมี "เจตจำนงเสรี" ตราบใดที่เราได้ทำตามความปรารถนาของตัวเองโดยไม่ถูกบังคับ
3. มุมมองเชิงปฏิบัติ
ไม่ว่าคำตอบที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร การ "เชื่อว่าเรามีเจตจำนงเสรี" ส่งผลดีต่อสังคม งานวิจัยพบว่าคนที่เชื่อว่าตนเองเลือกเองได้ มักจะมีพฤติกรรมทางจริยธรรมที่ดีกว่า และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่มากกว่าคนที่เชื่อว่าทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว
โดยสรุป: ถ้ามองในแง่ ฟิสิกส์และชีววิทยา เจตจำนงเสรีอาจเป็น "ภาพลวงตาที่สมจริงมาก" แต่ถ้ามองในแง่ จริยธรรมและการใช้ชีวิต มันคือ "ความจำเป็น" ที่ทำให้สังคมขับเคลื่อนไปได้
มีความคิดเห็นอย่างไรกันครับ
มนุษย์มีเจตจำนงเสรี ( Free will) หรือไม่ ?
1. มุมมองทางวิทยาศาสตร์ (ระบบประสาทวิทยา)
การทดลองที่มีชื่อเสียงที่สุดคือ การทดลองของ Benjamin Libet ในปี 1980 ซึ่งพบว่าสมองมีการเตรียมการส่งสัญญาณไฟฟ้า (Readiness Potential) ก่อนที่คุณจะ "รู้ตัว" ว่าตัดสินใจจะขยับนิ้วเสียอีก นักวิทยาศาสตร์สาย นิยัตินิยม (Determinism) จึงมองว่าการตัดสินใจของเราเป็นเพียงผลลัพธ์ของปฏิกิริยาเคมีและไฟฟ้าในสมองที่ถูกกำหนดไว้แล้วด้วยปัจจัยก่อนหน้า
2. มุมมองทางปรัชญา
สาย Determinism: เชื่อว่าทุกอย่างในจักรวาลมีเหตุและผลรองรับ ถ้าเรารู้ตำแหน่งของอะตอมทุกตัว เราจะทำนายอนาคตได้ทั้งหมด ดังนั้น "ทางเลือก" จึงเป็นเพียงภาพลวงตา
สาย Libertarianism: เชื่อว่ามนุษย์มีอำนาจพิเศษเหนือธรรมชาติของฟิสิกส์ เราสามารถเลือกทำสิ่งที่แตกต่างจากเดิมได้จริงๆ
สาย Compatibilism: มองว่าถึงแม้โลกจะเป็นไปตามเหตุและผล แต่เรายังมี "เจตจำนงเสรี" ตราบใดที่เราได้ทำตามความปรารถนาของตัวเองโดยไม่ถูกบังคับ
3. มุมมองเชิงปฏิบัติ
ไม่ว่าคำตอบที่แท้จริงจะเป็นอย่างไร การ "เชื่อว่าเรามีเจตจำนงเสรี" ส่งผลดีต่อสังคม งานวิจัยพบว่าคนที่เชื่อว่าตนเองเลือกเองได้ มักจะมีพฤติกรรมทางจริยธรรมที่ดีกว่า และมีความรับผิดชอบต่อหน้าที่มากกว่าคนที่เชื่อว่าทุกอย่างถูกกำหนดไว้แล้ว
โดยสรุป: ถ้ามองในแง่ ฟิสิกส์และชีววิทยา เจตจำนงเสรีอาจเป็น "ภาพลวงตาที่สมจริงมาก" แต่ถ้ามองในแง่ จริยธรรมและการใช้ชีวิต มันคือ "ความจำเป็น" ที่ทำให้สังคมขับเคลื่อนไปได้
มีความคิดเห็นอย่างไรกันครับ