เราทำ DS-160 เอง submit วันที่ 28 ม.ค. แล้วก็จองคิวจ่ายเงินวันนั้นเลยค่ะ ได้คิวสัมภาษณ์วันที่ 23 ก.พ. รอบ 08.15
DS-160 เราใส่ข้อมูลตามจริง แพลนเที่ยวไม่มี ที่พัก ตั๋วก็ไม่มี ใส่แค่ว่าจะไปช่วงไหนลงที่แรกที่ SFO คืออยากจะมั่นใจว่าผ่านก่อนค่อยจองค่อยหาค่ะ แต่มีที่ที่จะไปอยู่แล้วเลยใส่ไปว่า ซานฟรานซิสโก โยซิมิต แล้วก็ LA ข้อมูลการทำงานก็กรอกไปทำงานอะไร เราเป็น HR ที่บริษัทแห่งหนึ่งเงินเดือน 3x,xxx ค่ะ แล้วก็อธิบายงานของตัวเองอย่างละเอียดเลย เขียนประมาณว่าเราทำงานอะไร ตำแหน่งอะไร ที่ไหนบริษัทแม่คือบริษัทอะไร บริษัทที่เราสังกัดเป็นบริษัทลูก ลักษณะงานเป็นยังไง อธิบายไปว่างานเราเป็นงานที่เป็น routine ทุกเดือนต้องทำประมาณนี้ และต้องมีการติดต่อกับฝ่าย payroll เพื่อคอนเฟิมข้อมูลการจ่าย และ operation มีโปรเจคเกี่ยวกับระบบงานอะไรที่ต้องทำต่อให้เสร็จและกำลังพัฒนาอยู่โดยเราเป็นคนดูแลโปรเจคนี้ แล้วก็งานเก่าก่อนหน้านี้เช่นกันค่ะอธิบายละเอียดมากๆ ใน contract person เราก็ใส่ชื่อแฟนและที่อยู่แฟนไป ไม่อยากโกหก เพราะรู้สึกว่าใส่ไปดีกว่ากลัวโกหกไม่เนียน เพราะจุดประสงค์คือไปเที่ยวและเยี่ยมครอบครัวแฟนด้วย แต่ใน DS-160 เขียนว่าไปเที่ยวอย่างเดียวกะว่าถ้าเค้าไม่ถามก็ไม่ตอบ และค่าใช้จ่ายในการเดินทางตลอดทั้งทริปเราเป็นคนออกเองค่ะ ตรงนี้แอบกังวลเนื่องจากได้ยินมาเยอะว่าถ้ามีแฟนเป็นคนอเมริกาจะผ่านยากแต่ก็มีคนที่ผ่านเลยคิดว่าเราก็ต้องเป็น 1 ในนั้นแหละที่ผ่าน เพราะข้อมูลเราก็ค่อนข้างแน่น ให้ Chat GPT ช่วยเกลาๆให้ภาษาเป็นทางการขึ้น
วันสัมภาษณ์ก็ไปก่อนเวลาประมาณ 30 นาทีก็พอค่ะเค้าเรียกคิวก่อน15 นาที เรียกตามเวลาที่เราจองไว้ พอเค้าไปก็ให้ฝากมือถือ หูฟัง สายชาร์จ จะมีสารัดข้อมือให้ แล้วก็สแกนสัมภาระ อาหาร น้ำดื่มเอาเข้าไปไม่ได้ต้องทิ้ง พอเข้าไปข้างในก็เดินตามเส้นสีแดงเข้าไปจะมีเจ้าหน้าที่คนไทยขอดูเอกสารและรูปถ่าย พอผ่านเข้าไปในห้องก็รอแถวตรวจเอกสารและสแกนลายนิ้วมือกับเจ้าหน้าที่คนไทย เค้าจะถามข้อมูลเบื้องต้นนะคะ
Q:หนูขอวีซ่าท่องเที่ยวใช่ไหมคะ
A:ใช่ค่ะท่องเที่ยวค่ะ
Q:หนูจะไปเที่ยวที่ไหน
A:ซานฟรานซิสโกกับLAค่ะ
Q:ไม่เคยขอวีซ่าท่องเที่ยวมาก่อนนะ
A:ใช่ค่ะนี่ครั้งแรก
Q:เคยเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลไหม ใช้ชื่อนี้ตั้งแต่เกิดนะคะ
A:ใช่ค่ะ ชื่อนี่ตั้งแต่เกิดค่ะ
Q:ระหว่าพี่ดูข้อมูลหนูดูวิธีการสแกนลายนิ้วมือทางด้านซ้ายนะคะ แล้วก็สแกนลายนิ้วมือ 10 นิ้ว
แล้วก็ออกไปต่อแถวที่ช่อง 10 เพื่อยืนยันลายนิ้วมืออีกครั้ง อันนี้จะเป็นเจ้าหน้าที่ต่างชาติ พอสแกนรอบ2เสร็จก็ต่อแถวรอสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ วันที่ไปมีเปิด 4 ช่อง 2 ช่องซ้ายมือ และ2 ช่องขวามือ 2ช่องซ้ายมือเจ้าหน้าที่สัมภาษณ์แต่ละคนนานมาก แล้วเราได้ยินทุกอย่างที่คุยกันทั้งคนที่ผ่านและคนที่ไม่ผ่าน จังหวะนั้นตื่นเต้นจนหายตื่นเต้นแล้วก็ตื่นเต้นใหม่วนไป จนเกือบถึงคิวเราแต่ละช่องสัมภาษณ์นานมากเป็น10 นาที ผญช่องที่2จากซ้ายมือสัมภาษณ์คุยนานมาก แล้วสุดท้ายก็ไม่ผ่าน ผชช่องขวาสุดก็ไม่ผ่านได้ยินท่างกงศุลบอกว่าครั้งหน้ามาใหม่แล้วอย่าลืมเปิดโซเชี่ยวด้วยนะเค้าเช็คอะไรไม่ได้เลยแล้วก็ยื่นกระดาษสีขาวให้ แล้วช่องที่เราได้เป็นท่านกงศุลผญผิวสีผมหยิกๆดูท่าทางใจดีคนก่อนหน้าเราที่สัมภาษณ์ช่องนี้ก็ผ่าน พอถึงเราได้ช่องนี้พอดี เค้าเรียกเป็นภาษาไทยว่าเชิญค่า เราก็เลยเดินไป แล้วก็ทักทายก่อนเลย Morning สวัสดีค่ะ
Q:You apply for tourist visa?
A:Yes, for short vacation
แล้วเจ้าหน้าที่ก็ดูที่จอเหมือนกำลังเช็คข้อมูลอยู่ มีหันไปคุยกับเจ้าหน้าที่ช่องข้างๆคิดว่าน่าจะเปิด DS-160 ของเราดูไปด้วย
Q: As your plan you will go to the U.S. in December?
A: Yes
Q: Do you have family in the U.S?
A: No, I don’t have family in the U.S.
Q: Ok, your visa is approved
A: Oh ok thank you have a good day
จังหวะได้ยิน your visa is approved ก็คือหูดับเลยค่ะทำตัวไม่ถูกรีบเดินออกมาเลย โลงใจสุดๆเพราะค่าวีซ่าแพงก็อยากขอทีเดียวแล้วผ่าน
เจ้าหน้าที่ไม่ได้ขอดูเอกสารอะไรเพิ่มเติมเลยค่ะแต่ก็เตรียมพวกหนังสือรับรองการทำงานไป วันนั้นใส่เสื้อบริษัทไปสัมภาษณ์ด้วยเพราะลาแค่ตอนเช้า กะว่าสัมภาษณ์เสร็จถ้าผ่านก็ไปทำงานต่อได้เลย ถ้าไม่ผ่านก็ขอลาเต็มวันทำใจค่ะ 5555 ซองใส่เอกสารเรายังเอาซองรียูสของบริษัทไปเพราะว่าแอบปริ้นเอกสารที่บริษัทค่ะ 55555
หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ ขอให้ทุกคนที่จะไปขอวีซ่าโชคดีค่ะ
ประสบการณ์การสัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา Feb 2026 (มีแฟนเป็นคนอเมริกา)
DS-160 เราใส่ข้อมูลตามจริง แพลนเที่ยวไม่มี ที่พัก ตั๋วก็ไม่มี ใส่แค่ว่าจะไปช่วงไหนลงที่แรกที่ SFO คืออยากจะมั่นใจว่าผ่านก่อนค่อยจองค่อยหาค่ะ แต่มีที่ที่จะไปอยู่แล้วเลยใส่ไปว่า ซานฟรานซิสโก โยซิมิต แล้วก็ LA ข้อมูลการทำงานก็กรอกไปทำงานอะไร เราเป็น HR ที่บริษัทแห่งหนึ่งเงินเดือน 3x,xxx ค่ะ แล้วก็อธิบายงานของตัวเองอย่างละเอียดเลย เขียนประมาณว่าเราทำงานอะไร ตำแหน่งอะไร ที่ไหนบริษัทแม่คือบริษัทอะไร บริษัทที่เราสังกัดเป็นบริษัทลูก ลักษณะงานเป็นยังไง อธิบายไปว่างานเราเป็นงานที่เป็น routine ทุกเดือนต้องทำประมาณนี้ และต้องมีการติดต่อกับฝ่าย payroll เพื่อคอนเฟิมข้อมูลการจ่าย และ operation มีโปรเจคเกี่ยวกับระบบงานอะไรที่ต้องทำต่อให้เสร็จและกำลังพัฒนาอยู่โดยเราเป็นคนดูแลโปรเจคนี้ แล้วก็งานเก่าก่อนหน้านี้เช่นกันค่ะอธิบายละเอียดมากๆ ใน contract person เราก็ใส่ชื่อแฟนและที่อยู่แฟนไป ไม่อยากโกหก เพราะรู้สึกว่าใส่ไปดีกว่ากลัวโกหกไม่เนียน เพราะจุดประสงค์คือไปเที่ยวและเยี่ยมครอบครัวแฟนด้วย แต่ใน DS-160 เขียนว่าไปเที่ยวอย่างเดียวกะว่าถ้าเค้าไม่ถามก็ไม่ตอบ และค่าใช้จ่ายในการเดินทางตลอดทั้งทริปเราเป็นคนออกเองค่ะ ตรงนี้แอบกังวลเนื่องจากได้ยินมาเยอะว่าถ้ามีแฟนเป็นคนอเมริกาจะผ่านยากแต่ก็มีคนที่ผ่านเลยคิดว่าเราก็ต้องเป็น 1 ในนั้นแหละที่ผ่าน เพราะข้อมูลเราก็ค่อนข้างแน่น ให้ Chat GPT ช่วยเกลาๆให้ภาษาเป็นทางการขึ้น
วันสัมภาษณ์ก็ไปก่อนเวลาประมาณ 30 นาทีก็พอค่ะเค้าเรียกคิวก่อน15 นาที เรียกตามเวลาที่เราจองไว้ พอเค้าไปก็ให้ฝากมือถือ หูฟัง สายชาร์จ จะมีสารัดข้อมือให้ แล้วก็สแกนสัมภาระ อาหาร น้ำดื่มเอาเข้าไปไม่ได้ต้องทิ้ง พอเข้าไปข้างในก็เดินตามเส้นสีแดงเข้าไปจะมีเจ้าหน้าที่คนไทยขอดูเอกสารและรูปถ่าย พอผ่านเข้าไปในห้องก็รอแถวตรวจเอกสารและสแกนลายนิ้วมือกับเจ้าหน้าที่คนไทย เค้าจะถามข้อมูลเบื้องต้นนะคะ
Q:หนูขอวีซ่าท่องเที่ยวใช่ไหมคะ
A:ใช่ค่ะท่องเที่ยวค่ะ
Q:หนูจะไปเที่ยวที่ไหน
A:ซานฟรานซิสโกกับLAค่ะ
Q:ไม่เคยขอวีซ่าท่องเที่ยวมาก่อนนะ
A:ใช่ค่ะนี่ครั้งแรก
Q:เคยเปลี่ยนชื่อ-นามสกุลไหม ใช้ชื่อนี้ตั้งแต่เกิดนะคะ
A:ใช่ค่ะ ชื่อนี่ตั้งแต่เกิดค่ะ
Q:ระหว่าพี่ดูข้อมูลหนูดูวิธีการสแกนลายนิ้วมือทางด้านซ้ายนะคะ แล้วก็สแกนลายนิ้วมือ 10 นิ้ว
แล้วก็ออกไปต่อแถวที่ช่อง 10 เพื่อยืนยันลายนิ้วมืออีกครั้ง อันนี้จะเป็นเจ้าหน้าที่ต่างชาติ พอสแกนรอบ2เสร็จก็ต่อแถวรอสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่ วันที่ไปมีเปิด 4 ช่อง 2 ช่องซ้ายมือ และ2 ช่องขวามือ 2ช่องซ้ายมือเจ้าหน้าที่สัมภาษณ์แต่ละคนนานมาก แล้วเราได้ยินทุกอย่างที่คุยกันทั้งคนที่ผ่านและคนที่ไม่ผ่าน จังหวะนั้นตื่นเต้นจนหายตื่นเต้นแล้วก็ตื่นเต้นใหม่วนไป จนเกือบถึงคิวเราแต่ละช่องสัมภาษณ์นานมากเป็น10 นาที ผญช่องที่2จากซ้ายมือสัมภาษณ์คุยนานมาก แล้วสุดท้ายก็ไม่ผ่าน ผชช่องขวาสุดก็ไม่ผ่านได้ยินท่างกงศุลบอกว่าครั้งหน้ามาใหม่แล้วอย่าลืมเปิดโซเชี่ยวด้วยนะเค้าเช็คอะไรไม่ได้เลยแล้วก็ยื่นกระดาษสีขาวให้ แล้วช่องที่เราได้เป็นท่านกงศุลผญผิวสีผมหยิกๆดูท่าทางใจดีคนก่อนหน้าเราที่สัมภาษณ์ช่องนี้ก็ผ่าน พอถึงเราได้ช่องนี้พอดี เค้าเรียกเป็นภาษาไทยว่าเชิญค่า เราก็เลยเดินไป แล้วก็ทักทายก่อนเลย Morning สวัสดีค่ะ
Q:You apply for tourist visa?
A:Yes, for short vacation
แล้วเจ้าหน้าที่ก็ดูที่จอเหมือนกำลังเช็คข้อมูลอยู่ มีหันไปคุยกับเจ้าหน้าที่ช่องข้างๆคิดว่าน่าจะเปิด DS-160 ของเราดูไปด้วย
Q: As your plan you will go to the U.S. in December?
A: Yes
Q: Do you have family in the U.S?
A: No, I don’t have family in the U.S.
Q: Ok, your visa is approved
A: Oh ok thank you have a good day
จังหวะได้ยิน your visa is approved ก็คือหูดับเลยค่ะทำตัวไม่ถูกรีบเดินออกมาเลย โลงใจสุดๆเพราะค่าวีซ่าแพงก็อยากขอทีเดียวแล้วผ่าน
เจ้าหน้าที่ไม่ได้ขอดูเอกสารอะไรเพิ่มเติมเลยค่ะแต่ก็เตรียมพวกหนังสือรับรองการทำงานไป วันนั้นใส่เสื้อบริษัทไปสัมภาษณ์ด้วยเพราะลาแค่ตอนเช้า กะว่าสัมภาษณ์เสร็จถ้าผ่านก็ไปทำงานต่อได้เลย ถ้าไม่ผ่านก็ขอลาเต็มวันทำใจค่ะ 5555 ซองใส่เอกสารเรายังเอาซองรียูสของบริษัทไปเพราะว่าแอบปริ้นเอกสารที่บริษัทค่ะ 55555
หวังว่ารีวิวนี้จะเป็นประโยชน์นะคะ ขอให้ทุกคนที่จะไปขอวีซ่าโชคดีค่ะ