JJNY : 5in1 “ลิซ่า”ลั่น 3 ด.แล้ว│เลขาปชน.หนุนตั้งคณะทำงาน│เอกราชขออภัยใช้คำแรง│นันทนาคาด 26 รู้ผล│ยูเครนสงบนิ่งทั่ว ปท.

“ลิซ่า ภคมน” ลั่น 3 เดือนแล้วคนใต้ยังไม่ได้เงินซ่อมบ้านน้ำท่วม เสนอรัฐแก้ระเบียบทั้งระบบ
https://www.thairath.co.th/news/politic/2916181
.

.
“ลิซ่า ภคมน” ทวงเงินซ่อมบ้านน้ำท่วมให้ชาวใต้ ลั่นน้ำแห้งนานแล้ว เยียวยาล่าช้า เสนอรัฐต้องเร่งแก้ระเบียบ เร่งอนุมัติให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็ว
.
วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ หรือ ลิซ่า ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊ก ทวงเงินซ่อมแซมบ้านให้ชาวใต้ที่ถูกน้ำท่วม โดยมีใจความระบุว่า
.
สามเดือนที่คนใต้ยังไม่ได้เงินซ่อมบ้านน้ำท่วม เสนอแก้ระเบียบทั้งระบบ อย่าดีใจ กกต. อนุมัติงบถ้วนหน้าค้างท่อที่ควรจะได้มาตั้งนานแล้ว
.
น.ส.ภคมน ระบุว่า เห็นข่าวรัฐมนตรีแบด ภราดร ปริศนานันทกุล ออกมาบอกข่าวด่วนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า กกต. อนุมัติเงินเยียวยาน้ำท่วมอีก 2 พันล้าน มันดีใจไม่สุด เพราะเงินนี้คือเงินเยียวยาถ้วนหน้า 9,000 บาทที่ควรได้นานแล้ว แต่ช้ามากเพราะการจัดการที่ล้มเหลว ทำให้เงินค้างท่อช่วงเลือกตั้ง 
.
น.ส.ภคมน ระบุว่า น้ำแห้งไป 3 เดือนแล้ว ชาวบ้านดิ้นรนซ่อมบ้านพังๆ บ้านจมน้ำ เข้าไปอยู่อาศัยกันได้นานแล้ว เรื่องใหญ่ที่สุดคือ “เงินซ่อมบ้าน” ยังไม่ถึงมือชาวบ้านสักบาท เงิน 49,500 บาท ที่รอพิสูจน์ความเสียหาย ดิฉันทราบมาว่าตอนนี้เรื่องยังไม่ถึงกระทรวงมหาดไทยเลย เพิ่งผ่านช่วงที่ท้องถิ่นลงไปสำรวจความเสียหายเสร็จ ขอถามดังๆ ว่า ไปสำรวจบ้านชาวบ้านตอนนี้จะเจอความเสียหายจริงแค่ไหน ใครจะเก็บประตูหน้าต่าง ฝ้าเพดานพังๆ ไว้ 3 เดือน การเยียวยาที่ล่าช้าและไม่เห็นภาพความเสียหายจริง คือความอยุติธรรม
.
ปัญหาที่ทับซ้อนอีกชั้น คือไม่ใช่ทุกคนจะได้ 49,500 บาท แต่จะได้ไม่เท่ากันตามความเสียหายที่รัฐประเมิน ชาวบ้านจะได้แค่ค่า “วัสดุ” ไม่มีการคำนวณ “ค่าแรง” ในนั้นด้วย นี่คือระเบียบราชการ ระเบียบการจ่ายเงินเยียวยาซ่อมบ้านของกระทรวงการคลังที่ล้าหลังและต้องการการแก้ไขจากรัฐบาลที่มีเจตจำนงทันที วันนี้วัสดุก่อสร้างแพงขึ้นกว่าเมื่อ 10 ปีก่อนไม่รู้กี่เท่าตัว และชาวบ้านทุกคนไม่ใช่ช่าง ทุกคนไม่สามารถตัดไม้ ตอกตะปู ปีนซ่อมหลังคาเป็น คนเขียนระเบียบเคยเข้าใจไหมว่าเขาต้องจ้างช่างที่เชี่ยวชาญมาทำ บ้านมันต้องมีช่างเป็นคนซ่อม
.
ถ้าเราเป็นรัฐบาล เรามีข้อเสนอ รัฐต้องเลิกใช้ระบบคนเดินจดความเสียหาย เพราะมันช้ามาก และมันไม่ตรงความเป็นจริง ไทยเรามีดาวเทียม GISTDA พรรคเราเคยไปคุยกับเขาแล้ว ดาวเทียมของเรามันสามารถเห็นความเสียหาย เห็นเลยว่าบ้านเลขที่อะไรเสียหายบ้าง เราต้องใช้เทคโนโลยีมานำแล้วปรับระบบ ระเบียบให้มี “ประชาชน” เป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่ความสะดวกของเจ้าหน้าที่รัฐเป็นศูนย์กลาง เราเสนอขยายเพดานเงินซ่อมบ้านจาก 49,500 บาท เป็น 100,000 บาทต่อราย เพราะค่าวัสดุก่อสร้างปี 69 มันแพงขึ้น มันไม่เพียงพอในความเป็นจริง
.
ที่สำคัญที่สุด เราเสนอให้กระจายอำนาจจริง ปลดล็อกให้ท้องถิ่นมีอำนาจประกาศสถานการณ์ภัยพิบัติ ใช้งบที่มีในมือดูแลลูกบ้านได้ทันทีตั้งแต่วินาทีแรกที่เกิดเหตุ ไม่ต้องรอโทรศัพท์สั่งการจากกรุงเทพฯ เท่านั้น เอาชาวบ้านเป็นศูนย์กลาง ให้ท้องถิ่นมีพลัง คิดแบบเข้าอกเข้าใจคนที่เดือดร้อน
.
น.ส.ภคมน ระบุว่า รัฐบาลต้องหยุดประโคมข่าว จ่ายที ดีใจที มันไม่ใช่เรื่องน่ายินดี ส่วนเงินที่ยังไม่จ่ายก็อุบเงียบ ไม่บอกชาวบ้านว่าเขาจะได้เมื่อไร หลายคนไปกู้หนี้ยืมสิน ไปยืมญาติ มาซ่อมบ้าน เพื่อให้เขาหายใจได้ต่อ ความล่าช้าของรัฐคือทุกข์ของชาวบ้าน ดิฉันจะติดตามทวงถามเงินก้อนนี้อย่างต่อเนื่องและขอสื่อสารตรงต่อรัฐบาลให้เร่งทำงานแก้ไขปัญหา แก้ไขระเบียบกระทรวงด้วยเอเนอร์จี้เดียวกับความกระหายอำนาจ อยากได้เก้าอี้รัฐมนตรีกันด้วย
.
https://www.facebook.com/lisapukkamon/posts/pfbid0kSKuSCpDfV3JQcUgLpqddtXKTcfxgJNsWfxRVSgR1NN9ABcKUNtgEPjZND2zpYoql
.

.
เลขาปชน. หนุนตั้งคณะทำงานความเสมอภาคฯ ยันต้องฟังความเห็นรอบด้าน หลัง เอกราช โพสต์ค้าน ศศินันท์
https://www.matichon.co.th/politics/news_5609467
.
เลขาปชน. หนุนตั้งคณะทำงานความเสมอภาคฯ ยันต้องฟังความเห็นรอบด้าน หลัง เอกราช โพสต์ค้าน ศศินันท์ 
.
เมื่อวันที่ 24 ก.พ.2569 นายศรายุทธิ์ ใจหลัก เลขาธิการพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ น.ส.ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ว่าที่ ส.ส.กทม.พรรคประชาชน และเพื่อนสมาชิกพรรค ตั้งคณะทำงานเพื่อความเสมอภาคฯ แต่มีสมาชิกบางส่วน เช่น นายเอกราช อุดมอำนวย ว่าที่ ส.ส.กทม. ที่โพสต์เฟซบุ๊กคัดค้าน ว่า เรื่องคณะทำงานที่ตั้งขึ้นมาก็เป็นสิ่งที่ดี ที่จะได้มีการพูดคุยเรื่องความเสมอภาคทางเพศ รวมถึงเรื่องอะไรต่างๆ ซึ่งเราสนับสนุนอยู่แล้ว อยากให้เกิดการทำงานอย่างจริงจัง แต่เมื่อเกิดการทำงานอย่างจริงจังแล้ว เราก็ต้องฟังความเห็นจากเพื่อนสมาชิกทุกภาคส่วน ทั้งเพื่อน ส.ส. เครือข่ายจังหวัด ภาคส่วนต่างๆ เพื่อที่จะมาเซตมาตรฐาน
.
ต้องยอมรับว่ามาตรฐานเรื่องแบบที่เป็นอยู่ยังไม่มีเกณฑ์ที่ชัดเจน บางครั้งการใช้ดุลยพินิจออกมายังไม่มีมาตรฐาน เพราะเรายังไม่มีการเซตอย่างจริงจัง ดังนั้น ถ้าคณะทำงานจะเข้ามาทำเรื่องนี้อย่างจริงจังและรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้านของทุกภาคส่วน เพื่อจะมีมาตรฐานในการตัดสินใจ ถือเป็นสิ่งที่ดี เราสนับสนุนให้เกิดขึ้น ตนคิดว่าความเห็นที่แตกต่างกัน เมื่อมีการพูดคุยกันเราก็จะหามาตรฐานร่วมกันได้
.
เมื่อถามว่าผู้บริหารพรรคจะต้องมีการพูดคุยกันหรือไม่ หรือเรียกมาปรับความเข้าใจกัน นายศรายุทธิ์กล่าวว่า มีการคุยกัน อย่างน้อยเบื้องต้นผู้บริหารจะมีการแต่งตั้งคณะทำงานชุดนี้ขึ้นอย่างเป็นทางการ ที่ผ่านมายังไม่มีการจัดตั้งอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเพิ่งมีการรวมตัวกันหลวมๆ แต่พอหลังเหตุการณ์ ได้มีการพูดคุยกัน ตนเข้าใจว่าจะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ รอดูว่าคณะทำงานชุดนี้จะมีใครเป็นองค์ประกอบบ้าง ซึ่งผู้บริหารก็จะมีการตั้งเป็นทางการ เพื่อจะให้เกิดการทำงานจริง
.

.
“เอกราช” ขออภัยใช้คำแรง ค้านตั้ง คกก.เสมอภาคพรรคประชาชน ยันจุดยืนทนาย ไม่ตัดสินคนผิดก่อนศาลสั่ง
.
“เอกราช” ขออภัยใช้คำแรง ค้านตั้ง คกก.เสมอภาคพรรคประชาชน ยันจุดยืนทนาย ไม่ตัดสินคนผิดก่อนศาลสั่ง ชี้พรรคต้องมีมาตรฐานสูงกว่าปกติ แต่ต้องไม่ทิ้งหลัก หวั่นกลายเป็น “สังคมพิพากษา” จนเสียสมดุล

วันที่ 24 ก.พ. 2569 นายเอกราช อุดมอำนวย ว่าที่ สส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะทำงานเพื่อความเสมอภาคฯ พรรคประชาชน ว่า
.
ตนต้องขออภัยที่ใช้ภาษาที่ทำให้หลายคนเคืองใจ ตนยอมรับและน้อมรับการวิพากษ์วิจารณ์ แต่ในฐานะที่เป็นทนายความ ดูแลด้านสิทธิมนุษยชน จำเป็นต้องพูดยืนยันในหลักการนี้ กรณีเรื่องผู้สมัคร สส.มหาสารคาม ก็ว่ากันไป แต่เรื่องการยืนยันในหลักการ ถ้าตนไม่สู้ ไม่ยืนยันในเรื่องความถึงที่สุด เวลาที่ตนไปต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรมในศาล ตนจะไม่มีแรง ไม่มีความชอบธรรมจะไปยืนยัน
.
“ทุกครั้งศาลไม่ให้ผู้ต้องหา ไม่ให้คนที่ถูกกล่าวหาในคดีอาญาประกันตัว ด้วยเหตุผลตัดสินไปก่อนแล้ว ดังนั้น ผมจึงจำเป็นต้องยืนยันในหลักการนี้ ไม่มีเจตนาอื่น เราจะต้องเชื่อแบบนั้นจริงๆ ส่วนกรณีที่การเป็นพรรคการเมืองต้องมีมาตรฐานมากกว่าทั่วไป ผมยอมรับ น้อมรับว่าต้องเป็นแบบนั้นและพยายามทำให้เป็นแบบนั้นดีที่สุด ถึงที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ผมต้องยืนยันว่าถ้าเราพิพากษา หรือกลายเป็นสังคมพิพากษาไปแล้ว มันก็ไม่จบ” นายเอกราช กล่าว
.
นายเอกราช กล่าวต่อว่า เรื่องนี้เป็นไปตามกรอบรัฐธรรมนูญว่าทุกคนเห็นชอบหมด ว่าเราไม่ควรตัดสินใครก่อนที่จะมีคำพิพากษาหรือคดีอันเป็นที่สุดของศาล แต่ในทางการเมือง แน่นอนว่านักการเมืองต้องมีความรับผิดชอบ ซึ่งเราไม่ปฏิเสธว่าต้องมีมาตรฐานมากกว่าประชาชนทั่วไป แต่ในขณะเดียวกันองคาพยพของพรรคอื่นที่ถูกเข้ามา บางทีก็มีการถูกกลั่นแกล้งกัน ดังนั้น หลักการนี้ก็ต้องมีไว้เพื่อบาลานซ์ถ่วงดุลกันด้วย
.

.
นันทนา คาด 26 ก.พ.รู้ผลยื่นคำร้องส่งศาลรธน. สั่งเลือกตั้งโมฆะ เทวฤทธิ์จ่อยื่นญัตติชะลอเห็นชอบ 2 กกต.
https://www.matichon.co.th/politics/news_5608954
.
‘นันทนา’ คาด 26 ก.พ.รู้ผลยื่นคำร้องส่งศาล รธน. ฟันเลือกตั้งโมฆะ เตรียมให้ ส.ว.ร่วมลงชื่อคำร้องทันที
.
เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา น.ส.นันทนา นันทวโรภาส ส.ว. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเข้าชื่อเพื่อเสนอคำร้องส่งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้วินิจฉัยกระบวนการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ส่อไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการยกร่างคำร้องเพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่ต้องพิจารณารายละเอียดให้ครบถ้วน ซึ่งไม่ได้มีเฉพาะการปรากฏคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังถึงการลงคะแนนได้ แต่ยังมีกระบวนการนับคะแนน กระบวนการลงคะแนนใหม่ที่พบว่ามีการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ไม่ปรากฏหมายเลขเหมือนกับบัตรเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 ก.พ.
.
ดังนั้น จึงต้องพิจารณารายละเอียดให้ครบถ้วนอีกครั้ง ซึ่งมีประเด็นเป็นวาระที่ขอให้พิจารณาคือสั่งให้การเลือกตั้ง ส.ส.รอบนี้เป็นโมฆะ เนื่องจากกระบวนการจัดการเลือกตั้งไม่เป็นตามเจตนารมณ์และขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติของรัฐธรรนูญ เบื้องต้นคาดว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในช่วงวันที่ 26 ก.พ.นี้ ก่อนให้ ส.ว.ร่วมลงชื่อคำร้องต่อไป” น.ส.นันทนากล่าว
.
เมื่อถามว่า ได้พิจารณาในข้อกฎหมายแล้วหรือไม่ว่าจะใช้ช่องทางหรือมาตราใดเพื่อดำเนินการ น.ส.นันทนากล่าวว่า ได้ให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาในรายละเอียดเบื้องต้นแล้วว่าสามารถใช้สิทธิได้ตามช่องทางใด แต่หากไม่เข้าข้อกฎหมายอาจต้องพิจารณาใช้ช่องทางอื่น หรือวิธีการอื่นๆ
.
เมื่อถามถึงกรณีที่มีการประชุมวุฒิสภาสมัยวิสามัญ ในวันที่ 26 ก.พ.นี้เพื่อเห็นชอบกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จำนวน 2 คน น.ส.นันทนากล่าวว่า ในวันดังกล่าว นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย ส.ว. ได้ยื่นญัตติให้ที่ประชุมพิจารณาชะลอการลงมติ เนื่องจาก ส.ว.ส่วนใหญ่มีคดีฮั้ว ส.ว. แต่เชื่อว่าจะไม่ถูกบรรจุไว้ในวาระการประชุมแน่นอน และคงไม่เปิดให้ตนอภิปรายโต้แย้งแสดงเหตุผล ดังนั้น หากถูกปิดกั้นการอภิปรายในที่ประชุมก็พร้อมจะแถลงข่าวทันที และพร้อมของดการเข้าร่วมประชุมเพื่อลงมติเห็นชอบ กกต.ด้วย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่