[อัพเดท 2026] การแจ้งอายัดบัญชี / รูปแบบการอายัด / การปลดอายัด / แชร์ประสบการณ์ คอมเม้นได้ จะแก้ไขเพิ่มให้

กระทู้นี้จะรวบรวมรูปแบบของผู้แจ้งอายัดบัญชี และรูปแบบของการถูกอายัดจากประสบการณ์ของเจ้าของบัญชีโดยตรง หากใครมีประสบการณ์เคยเป็นผู้แจ้งอายัดบัญชีหรือว่าเป็นเจ้าของบัญชีที่โดนอายัด สามารถคอมเม้นเพื่อแชร์ประสบการณ์ได้ เจ้าของกระทู้จะอ่านและทำการแก้ไข เพิ่มเติมรายละเอียดเพื่อที่ว่าถ้าในอนาคตผู้อ่านบางท่านอาจได้เป็น "ผู้แจ้ง" หรือ "ผู้ถูกอายัด" กรณีที่จะเกิดขึ้นนั้นอาจเคยเกิดขึ้นมาแล้วในกระทู้นี้

กระทู้นี้จะตัดประเด็นในเรื่องของการแจ้งอายัดตามความจริงหรือแจ้งความเท็จ รวมทั้งบัญชีที่ถูกอายัดนั้นไม่ว่ากระทำผิดจริงหรือถูกกล่าวหาโดยไม่มีมูลก็ตาม ทั้งผู้แจ้งอายัดและเจ้าของบัญชีมีหน้าที่ต้องไปพิสูจน์กัน ไม่ว่าจะตั้งแต่ชั้นสอบสวนหรือแม้กระทั่งชั้นศาล เป็นต้น

กระทู้นี้จะค่อนข้างเทรายละเอียดไปยังฝั่งบัญชีที่ถูกอายัดมากกว่าการแจ้งอายัด เพราะการแจ้งอายัดนั้นไม่มีความซับซ้อน มีแค่แจ้งตำรวจ กับโทร 1441 แค่นั้น





รูปแบบการอายัดบัญชีในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบหลักๆ ดังนี้

1. อายัดแบบ "หมาย ตช."
ผู้แจ้ง เดินทางไปแจ้งความที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน > ตำรวจทำสำนวนส่งไปยังธนาคาร > ธนาคารอายัดบัญชี (รูปแบบนี้คือการอายัดแบบคลาสสิก ซึ่งอาจใช้เวลาที่เอกสารจะเดินทางไปยังธนาคาร และอาจติดวันหยุดราชการเข้าไปอีก ทำให้การอายัดล่าช้า และไม่ทันท่วงที)

ผลลัพธ์ = บัญชีปลายทางจะถูกอายัด ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับรายละเอียดในหมาย ว่าอายัดยอดเงิน หรืออายัดทั้งบัญชี  >> แต่ ! ส่วนมากธนาคารจะอายัดทั้งบัญชี แทบจะเป็นปกติของธนาคาร การอายัดแบบนี้คือการอายัดแบบ "หมาย ตช." เป็นกรณีพนักงานสอบสวนแจ้งธนาคารโดยตรงให้อายัด

2. อายัดผ่านการโทรแจ้ง 1441
ผู้แจ้ง โทรแจ้งสายด่วน 1441 > 1441 ทำการอายัดทันที ตามบัตรประชาชนเจ้าของบัญชี ตีเป็น "ม้าเทาอ่อน" แต่อายัดชั่วคราว 72 ชั่วโมงเท่านั้น ผู้แจ้งต้องไปสถานีตำรวจต่อเพื่อแจ้งความอัพเกรดให้กลายเป็น "ม้าเทาเข้ม" อายัดไม่มีกำหนด

ผลลัพธ์ =  ถ้าครบ 72 ชั่วโมง ผู้แจ้งไม่ไปแจ้งความต่อ เจ้าของบัญชีอาจแค่ยืนยันตัวตนกับธนาคารหรือ 1441 แล้วปลดล็อคได้เลย ในขณะที่เจ้าของบัญชีตกอยู่ในสถานะ "ม้าเทา" นั้น เจ้าของบัญชีจะถูกล็อคทุกบัญชีธนาคารตามเลขบัตรประชาชน รวมถึงบริการ non-bank ต่างๆ เช่น e-wallet / เป๋าตัง และเว็บเทรดคริปโตที่รับรองโดย กลต. เช่น bitkub , binance TH , orbix เป็นต้น การถูกระงับทุกอย่างตามบัตรประชาชนนี้ เรียกกันติดปากว่า "ม้าเทาเข้ม"

3. เจ้าของบัญชีโดนธนาคารเพ่งเล็ง
ผู้แจ้ง คือธนาคารเอง โดยเคสนี้เจ้าของบัญชีมีพฤติกรรมเข้าข่ายตามเกณฑ์ของธนาคารเอง แล้วจะถูกตีเป็น "ม้าน้ำตาล" แต่ จขกท. เองก็ยังไม่ทราบว่าธนาคารใช้เกณฑ์อะไรในการตัดสิน จขกท. ขอคาดเดาพฤติกรรมเสี่ยงที่อาจเข้าข่ายดังนี้
- มีการทำรายการโอนเข้าออกถี่เกิน (ผิดธรรมชาติของการใช้งานโดยประชาชนปกติทั่วไป)
- มีรายการโอนเข้าแล้วโอนออกทันที (สุ่มเสี่ยงคล้ายการใช้บัญชีเพื่อ forward money ไปยังบัญชีอื่น)
- มีการเคลียยอดบัญชีให้เป็น 0 อยู่บ่อยครั้ง (มีโอนเข้ามาเท่าไหร่ โอนไปที่อื่นจนบัญชีเหลือ 0 เป็นประจำ)
- มีความเชื่อมโยงโอนเข้าออกไปยังหลายบัญชี (อันนี้ร้านค้าออนไลน์ก็มีความเสี่ยง)
- บัญชีมี volume สูง เช่นโอนเข้าออกวันนึงหลายล้าน หรือชนลิมิตวงเงินแทบทุกวัน
*หมายเหตุ : พฤติกรรมดังกล่าวเป็นเพียงการคาดเดาของ จขกท. หากใครมีประสบการณ์เป็นม้าน้ำตาล คอมเม้นสาเหตุ + รายละเอียดได้เลย จขกท. จะแก้ไขให้

ผลลัพธ์ = เจ้าของบัญชีจะถูกระงับทุกอย่างเฉกเช่น "ม้าเทาเข้ม" แต่การแก้ไขแตกต่างกันตรงที่ให้แก้ผ่านการโทร 1441 หรือ ติดต่อธนาคารที่โดนระงับ (ขึ้นอยู่ที่ว่าใครจะโยนให้ไปติดต่อใคร) ทั้ง "ม้าเทา" และ "ม้าน้ำตาล" เมื่อมีการตรวจสอบแล้วอาจกลายสถานะเป็น "ม้าดำ" ต่อได้หากบัญชีดังกล่าวอยู่ในบัญชีรายชื่อเฝ้าระวังของ ปปง.



รายละเอียดการปลดอายัดบัญชีตามรูปแบบต่างๆ

1. โดนอายัดแบบ "หมาย ตช."
วิธีแก้
เจ้าของบัญชีติดต่อธนาคาร > ธนาคารจะให้ contact พนักงานสอบสวนที่อายัดบัญชี > ติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อนัดหมายเข้าพบ
- หากคุณกระทำความผิดจริง ก็ยอมรับผิดและชดใช้ค่าเสียหายให้แก้ผู้แจ้งอายัดบัญชี > เรื่องจบ ชดใช้ + ปลดอายัด
- หากคุณไม่ได้กระทำความตามที่เขาอายัด ให้ชี้แจ้งพร้อมหลักฐานเพื่อโต้แย้ง

ปัญหา
อุปสรรคที่เจ้าของบัญชีจะเจอในกรณีที่ไม่ได้ทำความผิดและต้องการโต้แย้งเพื่อปลดอายัดบัญชี มีดังนี้
- พนักงานสอบสวนไม่สนใจ ไม่ยอมให้เข้าพบ บ่ายเบี่ยงถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ
- พนักงานสอบสวนเข้าข้างผู้เสียหาย และบังคับให้เจ้าของบัญชีชดใช้อย่างเดียว
- พนักงานสอบสวนไม่เข้าใจเหตุการณ์ กลายเป็นไม่ทำคดีต่อ ปล่อยบัญชีอายัดตาย
- ผู้เสียหายไม่ยอมคุย ไม่รับฟัง จะเอาคืนอย่างเดียว
- การเดินทาง (ถ้าทำผิดจริง อาจจะใกลอยู่แล้ว ถ้าไม่ได้ทำผิด ยิ่งรู้สึกว่าโครตใกล เหนื่อย เวลา ค่าใช้จ่าย)

2. โดนอาย้ดผ่าน 1441 + แจ้งความ กลายเป็น "ม้าเทาเข้ม"
วิธีแก้
ในขั้นตอนแรก การแก้ไขจะเหมือนข้อแรก โดยเจ้าของบัญชีทำยังไงก็ได้เพื่อให้ได้ contact พนักงานสอบสวน ไม่ว่าจะโทรถาม 1441 หรือ โทรถามธนาคาร  จะได้หมายเลขเคสมา แล้วนำเลขเคสกลับไปถาม 1441 ว่าเคสนี้พนักงานสอบสวนคนไหน โทรเบอร์อะไร และอยู่ สน. ไหน
- หากคุณกระทำความผิดจริง ก็ยอมรับผิดและชดใช้ค่าเสียหายให้แก้ผู้แจ้งอายัดบัญชี > จากนั้นพนักงานสอบสวนจะยื่นเรื่องปลดรายชื่อม้าให้ที่ prasan (prasan คือระบบหลังบ้านของตำรวจ ที่จะพิจารณาปลดชื่อเจ้าของบัญชีออกจากม้า เพื่อที่จะได้ปลดล็อคทุกบัญชีธนาคาร รวมถึงบริการ non-bank ต่างๆ)
- หากคุณไม่ได้กระทำความตามที่เขาอายัด ให้ชี้แจ้งพร้อมหลักฐานเพื่อโต้แย้ง

ปัญหา
อุปสรรคที่เจ้าของบัญชีจะเจอ ไม่ว่าจะ "กระทำความผิดจริงและชดใช้แล้ว" หรือ "ไม่ได้ทำความผิดและต้องการโต้แย้งเพื่อปลดชื่อออกจากม้า"
- 1441 เป็นผู้อายัด และส่งเรื่องมาให้พนักงานสอบสวนใกล้บ้านผู้แจ้ง เพื่อรอให้ผู้แจ้งมาแจ้งความต่อ จุดนี้มีรอยต่อที่ไม่แนบสนิท เพราะพนักงานสอบสวนหลายคนยังไม่เข้าใจหลักการทำงานแบบใหม่นี้ บางคนไม่ทำต่อ เพราะไม่ได้เป็นคนอายัด
- พนักงานสอบสวนยังไม่รู้จักระบบ prasan บางคนยังเข้าใจผิด ทำแค่หมายปลด ตช. ไป สุดท้ายก็ไม่ได้แก้ไข
- เหตุผลต่างๆเหมือนข้อแรก เช่น ไม่ยอมคุย ไม่รับฟัง เข้าข้างผู้เสียหาย
- รอ.. (คำสั้นๆ แต่นาน) ต่อให้พนักงานสอบสวนเข้าใจระบบ prasan แล้ว เจ้าของบัญชีได้เคลียร์ผู้เสียหายแล้ว (ไม่ว่าจะยอมรับผิด ชดใช้ หรือชี้แจงความบริสุทธ์)  การยื่นปลดชื่อออกจากม้ามีการตรวจสอบที่มีหลายขั้นตอน ตั้งแต่  บก > บช > ตร. > ปปง ส่งผลให้แต่ละขั้นตอนต้องรอกันไปกันมา
- ถึงจะผ่านขั้นตอนไปจนถึงปลดชื่อออกจากม้าแล้ว เจ้าของบัญชียังต้องตามจี้กับธนาคารด้วยตัวเอง เพราะการสื่อสารหรือส่งต่อระหว่างหน่วยงานมักจะขาดๆหายๆ เดี๋ยวก็ยังไม่ได้เมล์ เดี๋ยวก็ยังไม่อัพเดท เดี๋ยวก็เอกสารไม่ครบ บลาๆๅ
- ถ้าหากตรวจโดยหน่วยงานแล้วไม่ผ่านการพิจารณา จะปลดได้แต่บัญชีดำรงชีพบัญชีเดียว และต้องตามแก้ไขเพื่อปลดรายชื่อม้ากันต่อไป

3. โดนธนาคารเพ่งเล็งเป็น "ม้าน้ำตาล"
วิธีแก้
หลักการจะคล้ายกับการกรณี "ม้าเทาเข้ม" แต่คู่กรณีคือตัวธนาคารสงสัยในตัวเจ้าของบัญชี ขั้นตอนก็เหมือนกับ "ม้าเทาเข้ม" คือติดต่อทุกช่องทางต้นเรื่อง 1441 หรือ ธนาคาร เพื่อหา contact พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการต่อไป

ปัญหา
- (หากคุณไม่ได้ทำอะไรผิด) แล้วแต่บุญแต่กรรมว่าธนาคารจะอายัดแบบชั่วคราว หรือส่งเรื่องต่อให้พนักงานสอบสวน
- ปัญหาเรื่องความเข้าใจของพนักงานสอบสวนต่อระบบ prasan
- การรอ เช่นเคย
- บางเคสอาจจบลงตรงที่ธนาคารยุติการให้บริการเจ้าของบัญชี ให้ปิดบัญชี และคืนเงิน เทียบเท่ากับติด blacklist




การทับซ้อนการอายัดแบบต่างๆ

ปัจจุบันมีการอายัด 2 แบบ คือ "หมาย ตช" และ "บัญชีม้า" (ทุกบัญชีตามบัตร ปชช) โดย 1441

การอายัดทั้งสองแบบนี้ ยังไม่มีความเกี่ยวข้องกัน กล่าวคือ เมื่อเจ้าของบัญชีถูกอายัดแบบ "หมาย ตช" เพียง 1 บัญชี เจ้าของบัญชียังสามารถใช้งานบัญชีอื่นได้ตามปกติ (เว้นแต่ธนาคารจะกระทำการแบบก้าวหน้า แปะม้าน้ำตาลให้ด้วย) และเมื่อเจ้าของบัญชีโดนอายัดทั้ง 2 แบบ (ตช และ ม้า) หากเจ้าของบัญชีแก้ปลดรายชื่อม้าสำเร็จแล้ว แต่ยังไม่ได้ทำการปลดอายัดจากหมาย ตช  // บัญชีดังกล่าว ก็ยังไม่สามารถใช้งานได้ (ปลดม้า ไม่ได้หมายถึงปลดทุกอย่างที่เคยค้างไว้ ทุกหมายยังคงมีอำนาจในตัวเอง และต้องตามปลดตามหลักวิธีนั้นๆ เหมือนต่างกรรม ต่างวาระ)

ปัจจุบันทางรัฐและหน่วยงานผลักดันให้ประชาชนนิยมแจ้งอายัดผ่าน 1441 แทนการไปแจ้งความที่สถานีตำรวจแล้ว ผ่านการโฆษณาขึ้นป้ายต่างๆตามสถานีตำรวจและธนาคาร ปัญหาอยู่ที่การปลดอายัดนั้นยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้นเพราะต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มข้น หวังว่าหน่วยงานที่ทำหน้าที่ปลดอายัดจะพัฒนาและดำเนินการได้เร็วพอๆกับการอายัด ไม่ว่าบัญชีนั้นจะมีส่วนกระทำความผิด หรือมีการชดใช้แล้ว หรือรวมไปถึงได้รับผลกระทบทั้งๆที่ไม่เกี่ยวข้องก็ตาม

การอายัด 3 แบบหลักๆที่กล่าวมานี้ เป็นกรณีเกี่ยวกับการฉ้อโกงเท่านั้น ไม่รวมเคสอื่นเช่น สรรพากร หรือแจ้งอายัดบัญชีตัวเองกรณีโทรศัพท์หาย

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่