สมชีวิสูตรที่ 1 พระไตรปิฎกเล่มที่ 21 พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ข้อ 55
ดูกรคฤหบดีและคฤหปตานี ถ้าภรรยาและสามีทั้งสอง หวังจะพบกันและกัน ทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพไซร้ ทั้งสองเที่ยว พึงเป็นผู้
มีศรัทธา เสมอกัน
มีศีล เสมอกัน
มีจาคะ เสมอกัน
มีปัญญา เสมอกัน
ภรรยาและสามีทั้งสองนั้น ย่อมได้พบกันและกัน ทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ ฯ
ภรรยาและสามีทั้งสอง เป็นผู้มีศรัทธา รู้ความประสงค์ ของผู้ขอ มีความสํารวม เป็นอยู่โดยธรรม เจรจาคําที่น่ารักแก่กัน และกัน ย่อมมีความเจริญรุ่งเรืองมาก มีความผาสุกทั้งสองฝ่าย มีศีลเสมอกัน รักใคร่กันมาก ไม่มีใจร้ายต่อกัน ประพฤติธรรม ในโลกนี้แล้ว ทั้งสองเป็นผู้มีศีลและวัตรเสมอกัน ย่อมเป็นผู้เสวย กามารมณ์ เพลิดเพลิน บันเทิงใจอยู่ในเทวโลก ฯ
อยู่ด้วยกันทั้งชาตินี้และชาติหน้า
(คำแปล)
สามีภรรยาที่มีศรัทธา มีศีลธรรม มีใจยินดีในการให้ทาน มีปัญญาในระดับใกล้เคียงกันจะมีโอกาสได้พบเจอกันทั้งในชาตินี้และชาติต่อๆไป (ถ้ามีศรัทธา, ศีลธรรมต่ำพอ ๆ กัน ก็จะเจอกัน
เช่นกัน)
สามีภรรยา ที่ทั้งคู่ต่างก็มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ชอบทําทาน ปฏิบัติตนตามธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอน พูดจาดีต่อกันและกัน รักใคร่กันมาก มีศีลพอ ๆ กัน ย่อมมีความเจริญรุ่งเรือง มีความสุข ทั้งสองฝ่าย พอตายไปก็จะได้ขึ้นสวรรค์ด้วยกัน (ส่วนผู้ที่ทําตรงกันข้าม ก็จะได้ผลตรงกันข้าม เจอกันก็จะมีความทุกข์ และมีโอกาสเจอกันในนรก)
_______________
สังวาสสูตรที่ 1 พระไตรปิฎกเล่มที่ 21 พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ข้อ 53
ดูกรคหบดีและคหปตานีทั้งหลาย การอยู่ร่วม ๔ ประการนี้
๔ ประการเป็นไฉนคือ
ชายผี อยู่ร่วมกับ หญิงผี ๑
ชายผี อยู่ร่วมกับ หญิงเทวดา ๑
ชายเทวดา อยู่ร่วมกับ หญิงผี ๑
ชายเทวดา อยู่ร่วมกับ หญิงเทวดา ๑
ดูกรคหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ก็ชายผีอยู่ร่วมกับหญิงผีอย่างไร สามีในโลกนี้ เป็นผู้มักฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ ดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เป็นคนทุศีล มีบาปธรรม มีใจอันมลทิน คือ ความตระหนี่ครอบงํา ด่าและบริภาษสมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน
แม้ภรรยาของเขา ก็เป็นผู้มักฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิด ในกาม พูดเท็จ ดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้ง แห่งความประมาท เป็นคนทุศีล มีบาปธรรม มีใจอันมลทิน คือ ความตระหนี่ครอบงํา ด่าและบริภาษสมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน
ดูกรคหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ก็ชายผี อยู่ร่วมกับ หญิงเทวดาอย่างไร สามีในโลกนี้ เป็นผู้มักฆ่าสัตว์ ฯลฯ ด่าและ บริภาษสมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน
ส่วนภรรยาของเขา เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ จากการ ลักทรัพย์ จากการประพฤติผิดในกาม จากการพูดเท็จ จากการ ดื่มน้ำเมา คือ สุราเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท มีศีล มีกัลยาณธรรม มีใจปราศจากมลทิน คือ ความตระหนี่ ไม่ด่า ไม่บริภาษสมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน
ดูกรคหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ก็ชายเทวดา อยู่ร่วมกับหญิงผีอย่างไร สามีในโลกนี้ เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ อยู่ครองเรือน
ส่วนภรรยาของเขา เป็นผู้มักฆ่าสัตว์ ฯลฯ ด่าและบริภาษ สมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน
ดูกรคหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ก็ชายเทวดา อยู่ร่วมกับ หญิงเทวดาอย่างไร สามีในโลกนี้ เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ ไม่ด่าไม่บริภาษสมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน
แม้ภรรยาของเขา ก็เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ ไม่ด่าไม่บริภาษสมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน
ทั้งสองเป็นผู้มีศรัทธา รู้ความประสงค์ของผู้ขอ มีความสํารวม เป็นอยู่โดยธรรม ภรรยาและสามีทั้งสองนั้น เจรจาถ้อยคําที่น่ารักแก่กันและกัน ย่อมมีความเจริญรุ่งเรืองมาก มีความผาสุก ทั้งสองฝ่ายมีศีลเสมอกัน รักใคร่กันมาก ไม่มีใจร้ายต่อกัน ครั้นประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว เป็นผู้มีศีลและวัตรเสมอกัน ย่อมเป็นผู้เสวยกามารมณ์ เพลิดเพลินบันเทิงใจอยู่ในเทวโลก ฯ
คู่เวร คู่กรรม
(แปล)ลักษณะของคนที่อยู่ร่วมกัน (ทุกเพศ) แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ชายผี อยู่ร่วมกับ หญิงผี หมายถึง คู่ที่ฝ่ายชายไม่มีศีล ไม่มีธรรม ไม่ทําทาน ชอบด่าว่า พระที่มีศีล ส่วนฝ่ายหญิง ก็ไม่มีศีล ไม่มีธรรม ไม่ทําทาน ชอบด่าว่าพระ เช่นกัน
ชายผี อยู่ร่วมกับ หญิงเทวดา หมายถึง คู่ที่ฝ่ายชายไม่มีศีล ไม่มีธรรม ไม่ทําทาน ชอบด่าว่า พระที่มีศีล
แต่ฝ่ายหญิง เป็นผู้มีศีล มีธรรม ชอบทําทาน ไม่ด่าว่าพระที่มีศีล
ชายเทวดา อยู่ร่วมกับ หญิงผี หมายถึง คู่ที่ฝ่ายชายเป็นผู้มีศีล มีธรรม ชอบทําทาน ไม่ด่าว่า พระที่มีศีล
แต่ฝ่ายหญิงเป็นคนไม่มีศีล ไม่มีธรรม ไม่ทําทาน ชอบด่าว่าพระที่มีศีล
ชายเทวดา อยู่ร่วมกับ หญิงเทวดา หมายถึง คู่ที่ฝ่ายชายเป็นผู้มีศีล มีธรรม ชอบทํา ทาน ไม่ด่าว่าพระที่มีศีล ส่วนฝ่ายหญิง ก็เป็นผู้มีศีล มีธรรม ชอบทําทาน ไม่ด่าว่าพระที่มีศีลเช่นกัน
คู่ครองที่ทั้งคู่ต่างก็มีศรัทธา มีศีล มีธรรม ดีพอ ๆ กัน จะพูดจากันดี จะมีความเจริญรุ่งเรือง รักใคร่กัน มีความสุข และจะได้ขึ้นสวรรค์ทั้งคู่ (ส่วนคู่แบบอื่น จะอยู่กันอย่างไม่มีความสุข โดยที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่าย มีโอกาสตกนรก)
_________________
สิงคาลกสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ 11
พระสุตตันตปิฏก ทีขนิกาย ปาฏิกวรรค ข้อ 201
ดูกรคฤหบดีบุตร ภรรยา ผู้เป็นทิศเบื้องหลัง อันสามีพึงบำรุงด้วยสถาน ๕ คือ
ด้วยยกย่องว่าเป็นภรรยา ๑
ด้วยไม่ดูหมิ่น ๑
ด้วยไม่ประพฤตินอกใจ ๑
ด้วยมอบความเป็นใหญ่ให้ ๑
ด้วยให้เครื่องแต่งตัว ๑
ดูกรคฤหบดีบุตร ภรรยา ผู้เป็นทิศเบื้องหลัง อันสามีบำรุงด้วยสถาน ๕ เหล่านี้แล้ว ย่อมอนุเคราะห์สามีด้วยสถาน ๕ คือ
จัดการงานดี ๑
สงเคราะห์คนข้างเคียงของผัวดี ๑
ไม่ประพฤตินอกใจผัว ๑
รักษาทรัพย์ที่ผัวหามาได้ ๑
ขยัน ไม่เกียจคร้าน ในกิจการทั้งปวง ๑
สามี - ภรรยา
(แปล)
สามี ควร...
ให้การยกย่องภรรยา
ไม่ควรดูหมิ่น
ไม่นอกใจ
ให้ความเป็นใหญ่ในบ้าน
และให้เสื้อผ้าเครื่องประดับ
ส่วนภรรยา ก็ควรจะ...
จัดการงานบ้านเป็นอย่างดี
ดูแลลูกน้องของสามี
ไม่นอกใจ
ช่วยรักษาทรัพย์สินของสามี
และไม่เกียจคร้าน
__________________
อุคคหสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ 22
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ข้อ 33
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กุมารีเหล่านี้ของข้าพระองค์ จักไป อยู่สกุลสามี ขอพระผู้มีพระภาค ทรงกล่าวสอน ทรงพร่ำสอนกุมารีเหล่านั้น ซึ่งจะพึงเป็นประโยชน์สุข แก่กุมารีเหล่านั้นตลอดกาลนาน ฯ
พระผู้มีพระภาค จึงตรัสสอนกุมารีเหล่านั้น ต่อไปดังนี้ว่า
ดูกรกุมารี เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า มารดาบิดาของสามี ที่เป็นผู้ปรารถนาประโยชน์หวังความเกื้อกูลอนุเคราะห์ ด้วยความเอ็นดู เราทั้งหลายจักตื่นก่อนท่าน นอนทีหลังท่าน คอยรับใช้ท่าน ประพฤติเป็นที่พอใจท่าน พูดค่าเป็นที่รักต่อท่าน
เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า ชนเหล่าใดเป็นที่เคารพของสามี คือ มารดา บิดา หรือสมณพราหมณ์เราทั้งหลาย จักสักการะ เคารพ นับถือบูชา เมื่อท่านมาถึงที่ก็จักต้อนรับด้วยที่นั่งหรือน้ำ
เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่าการงานภายในบ้านของสามี คือ การทําขนสัตว์ หรือการทําผ้า เราทั้งหลายจักเป็นผู้ขยัน ไม่เกียจคร้านในการงานนั้นๆ จักประกอบ ด้วยปัญญา เครื่องพิจารณาอันเป็นอุบายในการงานนั้นๆ อาจทํา อาจจัด
เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เรา ทั้งหลายจักรู้การงาน ที่อันโตชนภายในบ้านของสามี คือ ทาส คนใช้ หรือกรรมกรทําแล้ว ว่าทําแล้ว ที่ยังไม่ได้ทํา ว่ายังไม่ได้ทํา จักรู้คนป่วยไข้ ว่ามีกําลัง หรือไม่มีกําลัง และจักแบ่งของเคี้ยว ของบริโภคให้ตามเหตุที่ควร
เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักยังทรัพย์ ข้าวเปลือก เงิน หรือทองที่สามีหามา ได้ ให้คงอยู่ ด้วยการรักษา คุ้มครอง จักไม่เป็นนักเลงการพนัน ไม่เป็นขโมย ไม่เป็นนักดื่ม ไม่ผลาญทรัพย์ให้พินาศ
สุภาพสตรีผู้มีปรีชา ย่อมไม่ดูหมิ่นสามีผู้หมั่นเพียร ขวนขวายอยู่เป็นนิตย์ เลี้ยงตนอยู่ทุกเมื่อ ให้ความปรารถนาทั้งปวง ไม่ทําสามีให้ขุ่นเคือง ด้วยประพฤติแสดงความหึงหวงสามี และย่อม บูชาผู้ที่เคารพทั้งปวงของสามี เป็นผู้ขยัน ไม่เกียจคร้าน สงเคราะห์ คนข้างเคียงของสามี ประพฤติเป็นที่พอใจของสามี รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้
ภรรยาที่ดี
(แปล) เศรษฐีคนหนึ่ง ได้ขอให้พระพุทธเจ้า สอนผู้หญิง ที่กําลังจะแต่งงาน แล้วไปอยู่ที่บ้านสามี พระพุทธเจ้าจึงได้สอนว่า
1. ตนตื่นก่อนและนอนทีหลังพ่อแม่ของสามี และคอยดูแลรับใช้ท่าน พูดจาดีๆกับท่าน
2. ให้ความเคารพ คนที่เป็นที่เคารพของ สามี เช่น พ่อแม่ พระผู้มีศีล และต้องให้การ ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี
3. เป็นผู้ที่จัดการงานดี คือ เป็นคนขยัน ไม่เกียจคร้านในการจัดการงานบ้านของสามีให้ดี
4. ดูแลคนรอบข้างสามี คือ ดูแลบริวาร หรือลูกน้องของสามีได้เป็นอย่างดี รู้ว่างานส่วนไหน ของใครทําแล้ว หรือยังไม่ได้ทํา รู้ว่าใครป่วย ใครหายป่วย
5. รักษาทรัพย์ของสามี คือ ช่วยจัดการ ทรัพย์สินที่สามีหามาได้ช่วยดูแลรักษา ไม่เล่นการพนัน ไม่ลักทรัพย์ ไม่ดื่มกินของมึนเมา ไม่เอาแต่ใช้จ่ายผลาญทรัพย์สิน
ผู้หญิงที่ดีเลิศย่อมไม่ดูหมิ่นสามีที่ขยันทํามาหากิน ย่อมไม่ทําให้สามีขุ่นเคืองด้วยการหึงหวง (โดยใช่เหตุ) ย่อมช่วยดูแลบ้าน ดูแลคนงานและลูกน้องและช่วยดูแลเงินทอง
เรื่องน่ารู้จากพระไตรปิฎก เกี่ยวกับความรัก
ดูกรคฤหบดีและคฤหปตานี ถ้าภรรยาและสามีทั้งสอง หวังจะพบกันและกัน ทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพไซร้ ทั้งสองเที่ยว พึงเป็นผู้
มีศรัทธา เสมอกัน
มีศีล เสมอกัน
มีจาคะ เสมอกัน
มีปัญญา เสมอกัน
ภรรยาและสามีทั้งสองนั้น ย่อมได้พบกันและกัน ทั้งในปัจจุบัน ทั้งในสัมปรายภพ ฯ
ภรรยาและสามีทั้งสอง เป็นผู้มีศรัทธา รู้ความประสงค์ ของผู้ขอ มีความสํารวม เป็นอยู่โดยธรรม เจรจาคําที่น่ารักแก่กัน และกัน ย่อมมีความเจริญรุ่งเรืองมาก มีความผาสุกทั้งสองฝ่าย มีศีลเสมอกัน รักใคร่กันมาก ไม่มีใจร้ายต่อกัน ประพฤติธรรม ในโลกนี้แล้ว ทั้งสองเป็นผู้มีศีลและวัตรเสมอกัน ย่อมเป็นผู้เสวย กามารมณ์ เพลิดเพลิน บันเทิงใจอยู่ในเทวโลก ฯ
อยู่ด้วยกันทั้งชาตินี้และชาติหน้า
(คำแปล)
สามีภรรยาที่มีศรัทธา มีศีลธรรม มีใจยินดีในการให้ทาน มีปัญญาในระดับใกล้เคียงกันจะมีโอกาสได้พบเจอกันทั้งในชาตินี้และชาติต่อๆไป (ถ้ามีศรัทธา, ศีลธรรมต่ำพอ ๆ กัน ก็จะเจอกัน
เช่นกัน)
สามีภรรยา ที่ทั้งคู่ต่างก็มีความศรัทธาในพระพุทธศาสนา ชอบทําทาน ปฏิบัติตนตามธรรมะที่พระพุทธเจ้าทรงสอน พูดจาดีต่อกันและกัน รักใคร่กันมาก มีศีลพอ ๆ กัน ย่อมมีความเจริญรุ่งเรือง มีความสุข ทั้งสองฝ่าย พอตายไปก็จะได้ขึ้นสวรรค์ด้วยกัน (ส่วนผู้ที่ทําตรงกันข้าม ก็จะได้ผลตรงกันข้าม เจอกันก็จะมีความทุกข์ และมีโอกาสเจอกันในนรก)
_______________
สังวาสสูตรที่ 1 พระไตรปิฎกเล่มที่ 21 พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต ข้อ 53
ดูกรคหบดีและคหปตานีทั้งหลาย การอยู่ร่วม ๔ ประการนี้
๔ ประการเป็นไฉนคือ
ชายผี อยู่ร่วมกับ หญิงผี ๑
ชายผี อยู่ร่วมกับ หญิงเทวดา ๑
ชายเทวดา อยู่ร่วมกับ หญิงผี ๑
ชายเทวดา อยู่ร่วมกับ หญิงเทวดา ๑
ดูกรคหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ก็ชายผีอยู่ร่วมกับหญิงผีอย่างไร สามีในโลกนี้ เป็นผู้มักฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิดในกาม พูดเท็จ ดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท เป็นคนทุศีล มีบาปธรรม มีใจอันมลทิน คือ ความตระหนี่ครอบงํา ด่าและบริภาษสมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน
แม้ภรรยาของเขา ก็เป็นผู้มักฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ประพฤติผิด ในกาม พูดเท็จ ดื่มน้ำเมา คือ สุราและเมรัย อันเป็นที่ตั้ง แห่งความประมาท เป็นคนทุศีล มีบาปธรรม มีใจอันมลทิน คือ ความตระหนี่ครอบงํา ด่าและบริภาษสมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน
ดูกรคหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ก็ชายผี อยู่ร่วมกับ หญิงเทวดาอย่างไร สามีในโลกนี้ เป็นผู้มักฆ่าสัตว์ ฯลฯ ด่าและ บริภาษสมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน
ส่วนภรรยาของเขา เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ จากการ ลักทรัพย์ จากการประพฤติผิดในกาม จากการพูดเท็จ จากการ ดื่มน้ำเมา คือ สุราเมรัย อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท มีศีล มีกัลยาณธรรม มีใจปราศจากมลทิน คือ ความตระหนี่ ไม่ด่า ไม่บริภาษสมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน
ดูกรคหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ก็ชายเทวดา อยู่ร่วมกับหญิงผีอย่างไร สามีในโลกนี้ เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ อยู่ครองเรือน
ส่วนภรรยาของเขา เป็นผู้มักฆ่าสัตว์ ฯลฯ ด่าและบริภาษ สมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน
ดูกรคหบดีและคหปตานีทั้งหลาย ก็ชายเทวดา อยู่ร่วมกับ หญิงเทวดาอย่างไร สามีในโลกนี้ เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ ไม่ด่าไม่บริภาษสมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน
แม้ภรรยาของเขา ก็เป็นผู้งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ ฯลฯ ไม่ด่าไม่บริภาษสมณพราหมณ์ อยู่ครองเรือน
ทั้งสองเป็นผู้มีศรัทธา รู้ความประสงค์ของผู้ขอ มีความสํารวม เป็นอยู่โดยธรรม ภรรยาและสามีทั้งสองนั้น เจรจาถ้อยคําที่น่ารักแก่กันและกัน ย่อมมีความเจริญรุ่งเรืองมาก มีความผาสุก ทั้งสองฝ่ายมีศีลเสมอกัน รักใคร่กันมาก ไม่มีใจร้ายต่อกัน ครั้นประพฤติธรรมในโลกนี้แล้ว เป็นผู้มีศีลและวัตรเสมอกัน ย่อมเป็นผู้เสวยกามารมณ์ เพลิดเพลินบันเทิงใจอยู่ในเทวโลก ฯ
คู่เวร คู่กรรม
(แปล)ลักษณะของคนที่อยู่ร่วมกัน (ทุกเพศ) แบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ชายผี อยู่ร่วมกับ หญิงผี หมายถึง คู่ที่ฝ่ายชายไม่มีศีล ไม่มีธรรม ไม่ทําทาน ชอบด่าว่า พระที่มีศีล ส่วนฝ่ายหญิง ก็ไม่มีศีล ไม่มีธรรม ไม่ทําทาน ชอบด่าว่าพระ เช่นกัน
ชายผี อยู่ร่วมกับ หญิงเทวดา หมายถึง คู่ที่ฝ่ายชายไม่มีศีล ไม่มีธรรม ไม่ทําทาน ชอบด่าว่า พระที่มีศีล
แต่ฝ่ายหญิง เป็นผู้มีศีล มีธรรม ชอบทําทาน ไม่ด่าว่าพระที่มีศีล
ชายเทวดา อยู่ร่วมกับ หญิงผี หมายถึง คู่ที่ฝ่ายชายเป็นผู้มีศีล มีธรรม ชอบทําทาน ไม่ด่าว่า พระที่มีศีล
แต่ฝ่ายหญิงเป็นคนไม่มีศีล ไม่มีธรรม ไม่ทําทาน ชอบด่าว่าพระที่มีศีล
ชายเทวดา อยู่ร่วมกับ หญิงเทวดา หมายถึง คู่ที่ฝ่ายชายเป็นผู้มีศีล มีธรรม ชอบทํา ทาน ไม่ด่าว่าพระที่มีศีล ส่วนฝ่ายหญิง ก็เป็นผู้มีศีล มีธรรม ชอบทําทาน ไม่ด่าว่าพระที่มีศีลเช่นกัน
คู่ครองที่ทั้งคู่ต่างก็มีศรัทธา มีศีล มีธรรม ดีพอ ๆ กัน จะพูดจากันดี จะมีความเจริญรุ่งเรือง รักใคร่กัน มีความสุข และจะได้ขึ้นสวรรค์ทั้งคู่ (ส่วนคู่แบบอื่น จะอยู่กันอย่างไม่มีความสุข โดยที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือทั้งสองฝ่าย มีโอกาสตกนรก)
_________________
สิงคาลกสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ 11
พระสุตตันตปิฏก ทีขนิกาย ปาฏิกวรรค ข้อ 201
ดูกรคฤหบดีบุตร ภรรยา ผู้เป็นทิศเบื้องหลัง อันสามีพึงบำรุงด้วยสถาน ๕ คือ
ด้วยยกย่องว่าเป็นภรรยา ๑
ด้วยไม่ดูหมิ่น ๑
ด้วยไม่ประพฤตินอกใจ ๑
ด้วยมอบความเป็นใหญ่ให้ ๑
ด้วยให้เครื่องแต่งตัว ๑
ดูกรคฤหบดีบุตร ภรรยา ผู้เป็นทิศเบื้องหลัง อันสามีบำรุงด้วยสถาน ๕ เหล่านี้แล้ว ย่อมอนุเคราะห์สามีด้วยสถาน ๕ คือ
จัดการงานดี ๑
สงเคราะห์คนข้างเคียงของผัวดี ๑
ไม่ประพฤตินอกใจผัว ๑
รักษาทรัพย์ที่ผัวหามาได้ ๑
ขยัน ไม่เกียจคร้าน ในกิจการทั้งปวง ๑
สามี - ภรรยา
(แปล)
สามี ควร...
ให้การยกย่องภรรยา
ไม่ควรดูหมิ่น
ไม่นอกใจ
ให้ความเป็นใหญ่ในบ้าน
และให้เสื้อผ้าเครื่องประดับ
ส่วนภรรยา ก็ควรจะ...
จัดการงานบ้านเป็นอย่างดี
ดูแลลูกน้องของสามี
ไม่นอกใจ
ช่วยรักษาทรัพย์สินของสามี
และไม่เกียจคร้าน
__________________
อุคคหสูตร พระไตรปิฎกเล่มที่ 22
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ปัญจก-ฉักกนิบาต ข้อ 33
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ กุมารีเหล่านี้ของข้าพระองค์ จักไป อยู่สกุลสามี ขอพระผู้มีพระภาค ทรงกล่าวสอน ทรงพร่ำสอนกุมารีเหล่านั้น ซึ่งจะพึงเป็นประโยชน์สุข แก่กุมารีเหล่านั้นตลอดกาลนาน ฯ
พระผู้มีพระภาค จึงตรัสสอนกุมารีเหล่านั้น ต่อไปดังนี้ว่า
ดูกรกุมารี เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า มารดาบิดาของสามี ที่เป็นผู้ปรารถนาประโยชน์หวังความเกื้อกูลอนุเคราะห์ ด้วยความเอ็นดู เราทั้งหลายจักตื่นก่อนท่าน นอนทีหลังท่าน คอยรับใช้ท่าน ประพฤติเป็นที่พอใจท่าน พูดค่าเป็นที่รักต่อท่าน
เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า ชนเหล่าใดเป็นที่เคารพของสามี คือ มารดา บิดา หรือสมณพราหมณ์เราทั้งหลาย จักสักการะ เคารพ นับถือบูชา เมื่อท่านมาถึงที่ก็จักต้อนรับด้วยที่นั่งหรือน้ำ
เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่าการงานภายในบ้านของสามี คือ การทําขนสัตว์ หรือการทําผ้า เราทั้งหลายจักเป็นผู้ขยัน ไม่เกียจคร้านในการงานนั้นๆ จักประกอบ ด้วยปัญญา เครื่องพิจารณาอันเป็นอุบายในการงานนั้นๆ อาจทํา อาจจัด
เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เรา ทั้งหลายจักรู้การงาน ที่อันโตชนภายในบ้านของสามี คือ ทาส คนใช้ หรือกรรมกรทําแล้ว ว่าทําแล้ว ที่ยังไม่ได้ทํา ว่ายังไม่ได้ทํา จักรู้คนป่วยไข้ ว่ามีกําลัง หรือไม่มีกําลัง และจักแบ่งของเคี้ยว ของบริโภคให้ตามเหตุที่ควร
เพราะเหตุนั้นแหละ เธอทั้งหลายพึงศึกษาอย่างนี้ว่า เราทั้งหลายจักยังทรัพย์ ข้าวเปลือก เงิน หรือทองที่สามีหามา ได้ ให้คงอยู่ ด้วยการรักษา คุ้มครอง จักไม่เป็นนักเลงการพนัน ไม่เป็นขโมย ไม่เป็นนักดื่ม ไม่ผลาญทรัพย์ให้พินาศ
สุภาพสตรีผู้มีปรีชา ย่อมไม่ดูหมิ่นสามีผู้หมั่นเพียร ขวนขวายอยู่เป็นนิตย์ เลี้ยงตนอยู่ทุกเมื่อ ให้ความปรารถนาทั้งปวง ไม่ทําสามีให้ขุ่นเคือง ด้วยประพฤติแสดงความหึงหวงสามี และย่อม บูชาผู้ที่เคารพทั้งปวงของสามี เป็นผู้ขยัน ไม่เกียจคร้าน สงเคราะห์ คนข้างเคียงของสามี ประพฤติเป็นที่พอใจของสามี รักษาทรัพย์ที่สามีหามาได้
ภรรยาที่ดี
(แปล) เศรษฐีคนหนึ่ง ได้ขอให้พระพุทธเจ้า สอนผู้หญิง ที่กําลังจะแต่งงาน แล้วไปอยู่ที่บ้านสามี พระพุทธเจ้าจึงได้สอนว่า
1. ตนตื่นก่อนและนอนทีหลังพ่อแม่ของสามี และคอยดูแลรับใช้ท่าน พูดจาดีๆกับท่าน
2. ให้ความเคารพ คนที่เป็นที่เคารพของ สามี เช่น พ่อแม่ พระผู้มีศีล และต้องให้การ ต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี
3. เป็นผู้ที่จัดการงานดี คือ เป็นคนขยัน ไม่เกียจคร้านในการจัดการงานบ้านของสามีให้ดี
4. ดูแลคนรอบข้างสามี คือ ดูแลบริวาร หรือลูกน้องของสามีได้เป็นอย่างดี รู้ว่างานส่วนไหน ของใครทําแล้ว หรือยังไม่ได้ทํา รู้ว่าใครป่วย ใครหายป่วย
5. รักษาทรัพย์ของสามี คือ ช่วยจัดการ ทรัพย์สินที่สามีหามาได้ช่วยดูแลรักษา ไม่เล่นการพนัน ไม่ลักทรัพย์ ไม่ดื่มกินของมึนเมา ไม่เอาแต่ใช้จ่ายผลาญทรัพย์สิน
ผู้หญิงที่ดีเลิศย่อมไม่ดูหมิ่นสามีที่ขยันทํามาหากิน ย่อมไม่ทําให้สามีขุ่นเคืองด้วยการหึงหวง (โดยใช่เหตุ) ย่อมช่วยดูแลบ้าน ดูแลคนงานและลูกน้องและช่วยดูแลเงินทอง