จากคลิปนี้ครับ

ชื่อคลิป **"【がんばれパンチ】飼育員さんのお話"**
(สู้ ๆ นะพันช์: เรื่องเล่าจากพี่เลี้ยง)
ในคลิปเป็นตอนที่พี่เลี้ยงกำลังบรรยายเกี่ยวกับฝูงลิงญี่ปุ่นในสวนสัตว์ เมื่อวันที่ 14 ก.พ 2569 ที่ผ่านมา โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
ข้อมูลทั่วไปของฝูงลิง
* ในสวนสัตว์แห่งนี้ มีส่วนของ "ภูเขาลิง-ซารุยะมะ 猿山" อยู่ ที่นี่มีลิงญี่ปุ่น (เป็นชื่อพันธุ์ ニホンザル นิฮงซารุ) อาศัยอยู่ร่วมกันทั้งหมด 56 ตัว [00:09]
* ช่วงนี้ใบหน้าของลิงหลายตัวจะมีสีแดงจัดเนื่องจากอยู่ในฤดูผสมพันธุ์ [00:13] ซึ่งปกติลิงญี่ปุ่นจะผสมพันธุ์ในช่วงฤดูหนาวและคลอดลูกในช่วงฤดูใบไม้ผลิ [00:24]
เรื่องราวของ "พันช์คุง" (Punch-kun)
*
ประวัติ: พันช์คุงเกิดเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว และเป็นลูกลิงเพียงตัวเดียวที่เกิดในปีนั้น ทำให้เขามีขนาดตัวเล็กที่สุดและสังเกตได้ง่ายที่สุดในฝูง โดยมีสีดำเข้มกว่าตัวอื่นด้วย [00:38] ส่วนลิงเด็กตัวอื่นที่ต่อให้ดูตัวเล็กเหมือนกัน ต่างก็อายุ 2 หรือ 3 ขวบกันแล้วทั้งนั้น
เนื่องจากพันช์คุงไม่มีแม่คอยดูแลตั้งแต่เกิด พี่เลี้ยงจึงต้องพาไปดูแลอย่างใกล้ชิด (ป้อนนมขวด เช็ดตัว ฯลฯ) และพยายามหาตัวช่วยเพื่อให้เขาสามารถใช้ชีวิตร่วมกับฝูงได้ (หลังจากอายุได้หกเดือน)
*
ตุ๊กตาคู่ใจ: พันช์คุงเป็นที่รู้จักจากการพาตุ๊กตาติดตัวตลอดเวลา โดยเขาเริ่มอยู่กับตุ๊กตานี้ตั้งแต่อายุได้ประมาณ 4 ถึง 5 วัน เท่านั้น [01:13] ทางสวนสัตว์มีตุ๊กตาแบบเดียวกัน 2 ตัวเพื่อสลับนำไปซักทำความสะอาด [01:25]
ตุ๊กตาที่พันช์คุงถือติดตัวตลอดเวลาเป็นตุ๊กตาลิงอุรังอุตัง ซึ่งกลุ่มพี่เลี้ยงตั้งชื่อให้ว่า "คุณแม่อุรัง" (オランママ มาจากภาษาญี่ปุ่นที่เรียกชื่อพันธุ์อุรังอุตังว่า オランウータン รวมกับคำว่า ママ มามา ที่แปลว่า แม่)
ลิงตัวอื่นๆ ในฝูงมักจะหวาดระแวงและไม่กล้าเข้าใกล้ตุ๊กตานี้ ทำให้เมื่อพันช์คุงอยู่กับคุณแม่อุรัง เขาจะรู้สึกปลอดภัยและใช้เป็นที่หลบภัยเวลาถูกลิงตัวใหญ่ดุ
*
การดูแล: เวลาที่ให้อาหารฝูงลิง พันช์คุงยังคงไม่ยอมกินอาหารร่วมกับฝูง จะมาเกาะขาพวกพี่เลี้ยงแน่น จึงต้องยอมให้พันช์คุงมากินอาหารในห้องพัก รวมทั้งถ้าพันช์คุงกินอาหารแล้วยังไม่พอใจ ก็จะมีการให้นมเพิ่มด้วย ก่อนจะปล่อยกลับเข้าฝูง [01:37]
ตรงนี้ กลุ่มพี่เลี้ยงหวังว่า พันช์คุงจะยอมกินอาหารร่วมกับฝูงในที่สุด และไม่กลับเข้าห้องพี่เลี้ยงอีก
ในคลิป เป็นตอนที่พันช์คุงเข้าไปกินอาหารในห้องอยู่ พี่เลี้ยงที่บรรยายอยู่ได้บอกผู้มาเข้าเยี่ยมชมว่า ให้รออีกราว 5-10 นาที ถึงจะได้เห็นพันช์คุงกลับเข้ามาในภูเขาลิงใหม่
ช่วงตอบคำถามจากผู้เข้าชม
* เคยมีลิงญี่ปุ่นตัวอื่นเป็นแบบนี้ไหม: ในปี 2008 ในสวนสัตว์นี้เองก็เคยมีลิงชื่อ "โอโตเมะ" ที่พกตุ๊กตาริลัคคุมะติดตัวจนเป็นข่าวโด่งดังมาแล้ว [02:40]
* ทำไมต้องให้ตุ๊กตา: ปกติลูกลิงจะเกาะติดที่ตัวแม่เพื่อความปลอดภัยและฝึกกล้ามเนื้อ แต่เนื่องจากพันช์คุงไม่มีแม่คอยดูแล เพราะแม่เครียดจากการคลอดพันช์คุงอีกทั้งเป็นท้องแรกด้วย เลยปฏิเสธที่จะเลี้ยงดูลูก ผู้ดูแลจึงลองใช้สิ่งของต่างๆ เช่น ผ้าขนหนูพันรอบตัวพันช์คุง ตลอดจนตุ๊กตาหลาย ๆ แบบ แต่สุดท้าย พันช์คุงติดใจตุ๊กตาอุรังอุตังเพราะขนยาวเกาะง่าย และฝ่ายพี่เลี้ยงก็หวังด้วยว่า ตุ๊กตาตัวนี้ถึงจะเป็นลิงคนละพันธุ์ แต่ก็เป็นลิงเหมือนกัน ตอนที่ให้พันช์คุงกลับเข้าฝูง อาจจะรู้สึกคุ้นเคยกับรูปร่างของลิงตัวอื่นง่ายขึ้น [02:55]
* ชื่อของลิง: ลิงทุกตัวในฝูงมีชื่อและมีการฝังไมโครชิปเพื่อเก็บข้อมูลวันเกิดและพ่อแม่ [03:58] พี่เลี้ยงคนที่บรรยาย เล่าว่าตัวเขาเองยังจำชื่อได้ไม่ครบทุกตัวเพราะเพิ่งมาทำงานเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว [04:13] พันช์คุงมีลิงเด็กที่พอจะสนิทด้วยอยู่หลายตัว แต่ตัวที่สนิทกันที่สุด ปรากฏว่าพวกพี่เลี้ยงเองก็ยังพิสูจน์ทราบไม่ได้ว่าตัวนั้นชื่ออะไรกันแน่ ก็เลยตั้งชื่อชั่วคราวไปก่อนว่า "โมมิอะเกะ" (เพราะมีขนข้างหูยาว เหมือนผมทรงโมมิอะเกะ) [05:23]
* ลิงตัวอื่นแย่งตุ๊กตาไหม?: จนถึงตอนนี้ยังไม่ปรากฏมีลิงตัวไหนสนใจหรือแย่งตุ๊กตาไป บางครั้งอาจจะแค่มาเขี่ยเศษอาหารที่ติดอยู่บนตัวตุ๊กตาไปกิน [06:03] ตุ๊กตานี้เปรียบเสมือนที่พึ่งทางใจของพันช์คุงเวลาเขาโดนลิงตัวอื่นดุ [06:42]
* **การเข้าสังคม

* ในขณะที่ลิงบางตัวก็ไม่สนใจตุ๊กตานั้นเลย และยอมให้พันช์คุงเข้าใกล้ได้แม้จะลากตุ๊กตามาด้วย แต่ก็มีลิงบางตัวที่หวาดระแวง (ไม่ไว้ใจ รู้สึกไม่ปลอดภัย ต้นฉบับใช้คำว่า 警戒) เวลาพันช์คุงมาพร้อมกับตุ๊กตา ดังนั้นถ้าพันช์คุงต้องการได้เพื่อนใหม่ ๆ มากขึ้นให้ทั่วทั้งฝูงต้องเข้าไปหาเพียงตัวเดียวไม่ลากตุ๊กตาไปด้วย ซึ่งในระยะหลังพันช์คุงเริ่มมีพัฒนาการที่ดีขึ้น โดยเริ่มกล้าที่จะวางตุ๊กตาและเดินไปไหนมาไหนในซารุยะมะเองโดยลำพังเพื่อสร้างความคุ้นเคยกับลิงตัวอื่นๆ ในฝูง กลุ่มพี่เลี้ยงเองก็หวังว่านี่จะทำให้การ "กลับเข้าฝูง" ของพันช์คุงทำได้เร็วขึ้น [06:50]
คลิปนี้ก็จบประมาณนี้ครับ ทำให้เราได้ข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อนหลายเรื่องเลย
อีกคลิปนึงครับ
เบื้องหลังกรณีที่มีลิงตัวใหญ่ตัวหนึ่งมาลากพันช์คุงไปกับพื้น จนคนส่วนใหญ่แตกตื่นสงสารพันช์คุงกันเป็นแถว
สรุป เหตุการณ์เป็นไปตามที่ทางสวนสัตว์แถลง คือ พันช์คุงพยายามเข้าใกล้ลิงเด็กตัวหนึ่ง แต่อีกฝ่ายยังไม่เปิดใจให้ เลยพยายามหนีและพันช์คุงก็พยายามตามติด ก่อนจะยอมแพ้ แต่ก็ทำให้แม่ของฝ่ายนั้น ปรากฏตัวขึ้นมา "สั่งสอน" พันช์คุง ตามที่เห็นในคลิป แต่อย่างไรก็ดี สวนสัตว์ยืนยันว่า มันเป็นกระบวนการทางสังคมของฝูงลิง และพันช์คุงไม่ได้บาดเจ็บอะไรจากการนี้ รวมทั้งเหตุการณ์นี้ไม่ใช่การรังแกกันแต่อย่างไร ลิงตัวอื่นก็ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ (ในคลิปที่เผยแพร่กัน มีหลายคนคิดไปเองว่า เหมือนลิงตัวใหญ่บางตัวก็รุมคุกคามพันช์คุงด้วย ซึ่งไม่ใช่แบบนั้น เพราะพอพันช์คุงหนีไปหาคุณแม่อุรัง ก็ไม่มีใครเข้าใกล้พันช์คุงแล้ว) และสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือ พอพันช์คุงตั้งหลักได้แล้ว ก็ผละจากตุ๊กตา แล้วเดินไปหาฝูงใหม่
---
น้องเข้มแข็งกว่าที่หลายคนคิดครับ
และที่สวนสัตว์ไปโพสต์ใน X (และ Instagram- ไม่แน่ใจว่าโพสต์ในแพล็ตฟอร์มไหนก่อนกัน) พร้อมสร้างแฮชแท็ก 「がんばれパンチ」 (สู้เขานะพันช์) ไม่ใช่ต้องการให้ทุกคนมาสงสารพันช์คุง แต่ต้องการให้เอาใจช่วยให้พันช์คุงกลับเข้าฝูงได้สำเร็จ ซึ่งถ้าถึงตอนนั้นพันช์คุงจะไม่พึ่งพาคุณแม่อุรังอีก และเราจะไม่เห็นภาพลิงตัวน้อยที่กอดหรือลากตุ๊กตาไปไหน ๆ ด้วยอีกต่อไป
หวังว่าวันนั้นจะมาถึงโดยเร็วครับ สู้เขานะพันช์คุง!
และแถมอีกคลิป พันช์คุงมีเพื่อนแล้ว น่าจะหลายตัวด้วย (ตามที่พี่เลี้ยงในคลิปแรกบอก)
ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับพันช์คุง
ชื่อคลิป **"【がんばれパンチ】飼育員さんのお話"**
(สู้ ๆ นะพันช์: เรื่องเล่าจากพี่เลี้ยง)
ในคลิปเป็นตอนที่พี่เลี้ยงกำลังบรรยายเกี่ยวกับฝูงลิงญี่ปุ่นในสวนสัตว์ เมื่อวันที่ 14 ก.พ 2569 ที่ผ่านมา โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
ข้อมูลทั่วไปของฝูงลิง
* ในสวนสัตว์แห่งนี้ มีส่วนของ "ภูเขาลิง-ซารุยะมะ 猿山" อยู่ ที่นี่มีลิงญี่ปุ่น (เป็นชื่อพันธุ์ ニホンザル นิฮงซารุ) อาศัยอยู่ร่วมกันทั้งหมด 56 ตัว [00:09]
* ช่วงนี้ใบหน้าของลิงหลายตัวจะมีสีแดงจัดเนื่องจากอยู่ในฤดูผสมพันธุ์ [00:13] ซึ่งปกติลิงญี่ปุ่นจะผสมพันธุ์ในช่วงฤดูหนาวและคลอดลูกในช่วงฤดูใบไม้ผลิ [00:24]
เรื่องราวของ "พันช์คุง" (Punch-kun)
* ประวัติ: พันช์คุงเกิดเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว และเป็นลูกลิงเพียงตัวเดียวที่เกิดในปีนั้น ทำให้เขามีขนาดตัวเล็กที่สุดและสังเกตได้ง่ายที่สุดในฝูง โดยมีสีดำเข้มกว่าตัวอื่นด้วย [00:38] ส่วนลิงเด็กตัวอื่นที่ต่อให้ดูตัวเล็กเหมือนกัน ต่างก็อายุ 2 หรือ 3 ขวบกันแล้วทั้งนั้น
เนื่องจากพันช์คุงไม่มีแม่คอยดูแลตั้งแต่เกิด พี่เลี้ยงจึงต้องพาไปดูแลอย่างใกล้ชิด (ป้อนนมขวด เช็ดตัว ฯลฯ) และพยายามหาตัวช่วยเพื่อให้เขาสามารถใช้ชีวิตร่วมกับฝูงได้ (หลังจากอายุได้หกเดือน)
*ตุ๊กตาคู่ใจ: พันช์คุงเป็นที่รู้จักจากการพาตุ๊กตาติดตัวตลอดเวลา โดยเขาเริ่มอยู่กับตุ๊กตานี้ตั้งแต่อายุได้ประมาณ 4 ถึง 5 วัน เท่านั้น [01:13] ทางสวนสัตว์มีตุ๊กตาแบบเดียวกัน 2 ตัวเพื่อสลับนำไปซักทำความสะอาด [01:25]
ตุ๊กตาที่พันช์คุงถือติดตัวตลอดเวลาเป็นตุ๊กตาลิงอุรังอุตัง ซึ่งกลุ่มพี่เลี้ยงตั้งชื่อให้ว่า "คุณแม่อุรัง" (オランママ มาจากภาษาญี่ปุ่นที่เรียกชื่อพันธุ์อุรังอุตังว่า オランウータン รวมกับคำว่า ママ มามา ที่แปลว่า แม่)
ลิงตัวอื่นๆ ในฝูงมักจะหวาดระแวงและไม่กล้าเข้าใกล้ตุ๊กตานี้ ทำให้เมื่อพันช์คุงอยู่กับคุณแม่อุรัง เขาจะรู้สึกปลอดภัยและใช้เป็นที่หลบภัยเวลาถูกลิงตัวใหญ่ดุ
* การดูแล: เวลาที่ให้อาหารฝูงลิง พันช์คุงยังคงไม่ยอมกินอาหารร่วมกับฝูง จะมาเกาะขาพวกพี่เลี้ยงแน่น จึงต้องยอมให้พันช์คุงมากินอาหารในห้องพัก รวมทั้งถ้าพันช์คุงกินอาหารแล้วยังไม่พอใจ ก็จะมีการให้นมเพิ่มด้วย ก่อนจะปล่อยกลับเข้าฝูง [01:37]
ตรงนี้ กลุ่มพี่เลี้ยงหวังว่า พันช์คุงจะยอมกินอาหารร่วมกับฝูงในที่สุด และไม่กลับเข้าห้องพี่เลี้ยงอีก
ในคลิป เป็นตอนที่พันช์คุงเข้าไปกินอาหารในห้องอยู่ พี่เลี้ยงที่บรรยายอยู่ได้บอกผู้มาเข้าเยี่ยมชมว่า ให้รออีกราว 5-10 นาที ถึงจะได้เห็นพันช์คุงกลับเข้ามาในภูเขาลิงใหม่
ช่วงตอบคำถามจากผู้เข้าชม
* เคยมีลิงญี่ปุ่นตัวอื่นเป็นแบบนี้ไหม: ในปี 2008 ในสวนสัตว์นี้เองก็เคยมีลิงชื่อ "โอโตเมะ" ที่พกตุ๊กตาริลัคคุมะติดตัวจนเป็นข่าวโด่งดังมาแล้ว [02:40]
* ทำไมต้องให้ตุ๊กตา: ปกติลูกลิงจะเกาะติดที่ตัวแม่เพื่อความปลอดภัยและฝึกกล้ามเนื้อ แต่เนื่องจากพันช์คุงไม่มีแม่คอยดูแล เพราะแม่เครียดจากการคลอดพันช์คุงอีกทั้งเป็นท้องแรกด้วย เลยปฏิเสธที่จะเลี้ยงดูลูก ผู้ดูแลจึงลองใช้สิ่งของต่างๆ เช่น ผ้าขนหนูพันรอบตัวพันช์คุง ตลอดจนตุ๊กตาหลาย ๆ แบบ แต่สุดท้าย พันช์คุงติดใจตุ๊กตาอุรังอุตังเพราะขนยาวเกาะง่าย และฝ่ายพี่เลี้ยงก็หวังด้วยว่า ตุ๊กตาตัวนี้ถึงจะเป็นลิงคนละพันธุ์ แต่ก็เป็นลิงเหมือนกัน ตอนที่ให้พันช์คุงกลับเข้าฝูง อาจจะรู้สึกคุ้นเคยกับรูปร่างของลิงตัวอื่นง่ายขึ้น [02:55]
* ชื่อของลิง: ลิงทุกตัวในฝูงมีชื่อและมีการฝังไมโครชิปเพื่อเก็บข้อมูลวันเกิดและพ่อแม่ [03:58] พี่เลี้ยงคนที่บรรยาย เล่าว่าตัวเขาเองยังจำชื่อได้ไม่ครบทุกตัวเพราะเพิ่งมาทำงานเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว [04:13] พันช์คุงมีลิงเด็กที่พอจะสนิทด้วยอยู่หลายตัว แต่ตัวที่สนิทกันที่สุด ปรากฏว่าพวกพี่เลี้ยงเองก็ยังพิสูจน์ทราบไม่ได้ว่าตัวนั้นชื่ออะไรกันแน่ ก็เลยตั้งชื่อชั่วคราวไปก่อนว่า "โมมิอะเกะ" (เพราะมีขนข้างหูยาว เหมือนผมทรงโมมิอะเกะ) [05:23]
* ลิงตัวอื่นแย่งตุ๊กตาไหม?: จนถึงตอนนี้ยังไม่ปรากฏมีลิงตัวไหนสนใจหรือแย่งตุ๊กตาไป บางครั้งอาจจะแค่มาเขี่ยเศษอาหารที่ติดอยู่บนตัวตุ๊กตาไปกิน [06:03] ตุ๊กตานี้เปรียบเสมือนที่พึ่งทางใจของพันช์คุงเวลาเขาโดนลิงตัวอื่นดุ [06:42]
* **การเข้าสังคม
คลิปนี้ก็จบประมาณนี้ครับ ทำให้เราได้ข้อมูลที่ไม่เคยรู้มาก่อนหลายเรื่องเลย
อีกคลิปนึงครับ
เบื้องหลังกรณีที่มีลิงตัวใหญ่ตัวหนึ่งมาลากพันช์คุงไปกับพื้น จนคนส่วนใหญ่แตกตื่นสงสารพันช์คุงกันเป็นแถว
สรุป เหตุการณ์เป็นไปตามที่ทางสวนสัตว์แถลง คือ พันช์คุงพยายามเข้าใกล้ลิงเด็กตัวหนึ่ง แต่อีกฝ่ายยังไม่เปิดใจให้ เลยพยายามหนีและพันช์คุงก็พยายามตามติด ก่อนจะยอมแพ้ แต่ก็ทำให้แม่ของฝ่ายนั้น ปรากฏตัวขึ้นมา "สั่งสอน" พันช์คุง ตามที่เห็นในคลิป แต่อย่างไรก็ดี สวนสัตว์ยืนยันว่า มันเป็นกระบวนการทางสังคมของฝูงลิง และพันช์คุงไม่ได้บาดเจ็บอะไรจากการนี้ รวมทั้งเหตุการณ์นี้ไม่ใช่การรังแกกันแต่อย่างไร ลิงตัวอื่นก็ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ (ในคลิปที่เผยแพร่กัน มีหลายคนคิดไปเองว่า เหมือนลิงตัวใหญ่บางตัวก็รุมคุกคามพันช์คุงด้วย ซึ่งไม่ใช่แบบนั้น เพราะพอพันช์คุงหนีไปหาคุณแม่อุรัง ก็ไม่มีใครเข้าใกล้พันช์คุงแล้ว) และสิ่งที่เกิดขึ้นต่อมาคือ พอพันช์คุงตั้งหลักได้แล้ว ก็ผละจากตุ๊กตา แล้วเดินไปหาฝูงใหม่
---
น้องเข้มแข็งกว่าที่หลายคนคิดครับ
และที่สวนสัตว์ไปโพสต์ใน X (และ Instagram- ไม่แน่ใจว่าโพสต์ในแพล็ตฟอร์มไหนก่อนกัน) พร้อมสร้างแฮชแท็ก 「がんばれパンチ」 (สู้เขานะพันช์) ไม่ใช่ต้องการให้ทุกคนมาสงสารพันช์คุง แต่ต้องการให้เอาใจช่วยให้พันช์คุงกลับเข้าฝูงได้สำเร็จ ซึ่งถ้าถึงตอนนั้นพันช์คุงจะไม่พึ่งพาคุณแม่อุรังอีก และเราจะไม่เห็นภาพลิงตัวน้อยที่กอดหรือลากตุ๊กตาไปไหน ๆ ด้วยอีกต่อไป
หวังว่าวันนั้นจะมาถึงโดยเร็วครับ สู้เขานะพันช์คุง!
และแถมอีกคลิป พันช์คุงมีเพื่อนแล้ว น่าจะหลายตัวด้วย (ตามที่พี่เลี้ยงในคลิปแรกบอก)